อันว่าร่างกายมนุษย์แสนจะพิศดาร ศีรษะคือส่วนหนึ่งของร่างกาย ศีรษะไม่สามารถนำไปใช้ ซ้ายย่างหนอ-ขวาย่างหนอแทนเท้าได้ ขณะที่เท้าก็ไม่มีคุณลักษณะที่จะคิดวิเคราะห์ได้อย่างศีรษะ แล้วหัวใจอีก ก็ไม่อาจนำไปใช้แทนปอดได้

  ร่างกายมนุษย์นี้แสนจะพิศดาร ที่แปลกคือ ขาดมือยังอยู่ได้ ขาดเท้าก็ยังอยู่ได้ ขาดหัวใจอยู่ไม่ได้ ศีรษะขาดก็อยู่ไม่ได้ มันแปลกๆ พิกล แต่ดูเหมือนว่า ร่างกายนี้หากมีพร้อมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ต่างผู้ต่างทำหน้าที่ของตนไป ดูจะสมบูรณ์ดี

  ร่างกายนี้มีประโยชน์มากโขทีเดียว นักปฏิบัติจึงได้นำเอาร่างกายนี้เองไปพิจารณาให้เกิดประโยชน์ทางปัญญาได้ด้วย เราเรียกว่า การพิจารณาอาการ ๓๒ หากเราเคยฟังพระสวดป่าช้า ๙ ท่านก็จะสวดอาการ ๓๒ นี้ ให้พิจารณาด้วย และท้ายที่สุดคือ ร่างกายที่มีอะไรนี้ ก็ไม่มีอะไรที่จะถือเอาแก่นสารต่อไป จำต้องละทิ้งไปวันหนึ่ง หากจะถือเอาแก่นสาร ก็ต้องรีบถือเอาในขณะมีชีวิตนี้เอง อาการ ๓๒ โบราณาจารย์กล่าวไว้อย่างนี้คือ

  อยํ โข เม กาโย อุทฺธํ ปาทตลา อโธเกสมัตถกา ตจปริยนฺโต ปุโรนาปัปการสฺส อสุจิโน อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย อันว่า ร่างกายเรานี้ เบื้องบนตั้งแต่ฝ่าเท้าขึ้นมา เบื้องล่างตั้งแต่ปลายผมลงไป มีหนังห่อหุ้มอยู่รอบ เต็มไปด้วยของไม่สะอาดนานัปการมีอยู่ในร่างกายนี้...

  เกสา ผมทั้งหลาย โลมา ขนทั้งหลาย นขา เล็บทั้งหลาย ทนฺตา ฟันทั้งหลาย ตโจ หนัง มํสํ เนื้อ นหารู เอ็นทั้งหลาย อฏฺฐี กระดูกทั้งหลาย อฏฺฐิมิญชํ เยื่อในกระดูก วกฺกํ ม้าม หทยํ หัวใจ ยกนํ ตับ กิโลมกํ พังผืด ปิหกํ ไต ปปฺผาสํ ปอด อนฺตํ ลำไส้ใหญ่ อนฺตคุณํ ลำใส้น้อย อุทริยํ อาหารใหม่ (อาหารในกระเพาะ กรีสํ อาหารเก่า (อาหารที่ถูกย่อยเป็นกาก) ปิตฺตํ น้ำดี เสมฺหํ เสลด ปุพฺโพ น้ำหนอง โลหิตํ เลือด เสโท เหงื่อ เมโท น้ำมันข้น อสฺสุ น้ำตา วสา น้ำเหลือง เขโฬ น้ำลาย สิงฺฆานิกา น้ำมูก ลสิกา น้ำลื่นหล่อข้อ มุตฺตํ น้ำมูตร (ปัสสาวะ) มตฺถเก มตฺถลุงฺคํ เยื่อมันสมองในกระโหลกศีรษะ

  เอวมยํ เม กาโย ร่างกายของเรานี้ อย่างนี้แหละ อุทฺธํ ปาทตลา อโธเกสมัตถกา ตจปริยนฺโต ปุโรนาปัปการสฺส อสุจิโน อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย เบื้องบนตั้งแต่ฝ่าเท้าขึ้นมา เบื้องล่างตั้งแต่ปลายผมลงไป มีหนังห่อหุ้มอยู่รอบ เต็มไปด้วยของไม่สะอาดนานัปการมีอยู่ในร่างกายนี้...

......................ตรวจดูตัวผมเอง ยังครบอาการ ๓๒ อยู่หรือไม่หนอ...................................