การดูแลในมิติจิตวิญญาณ

การดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมถือเป็นมาตรฐานการดูแลระดับโลกที่ทีมการพยาบาลและทีมสุขภาพควรให้ความตระหนัก การดูแลแบบองค์รวมไม่ว่าจะเป็นมิติใดล้วนแล้วแต่มีความสำคัญต่อผู้ป่วยทั้งสิ้น นับตั้งเเต่ด้านร่างกาย ด้านจิตใจอารมณ์ จิตสังคมและจิตวิญญาณ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายและครอบครัว การให้การช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มนี้ หากเราได้ช่วยเหลือในการจัดการกับปัญหาทางด้านร่างกายการจัดการอาการต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้เช่น ความปวด ภาวะเลือดออกง่าย การหายใจที่ผิดปกติ สิ่งที่ต้องช่วยเหลือต่อไปก็คือปัญหาและความต้องการด้านจิตใจและด้านจิตวิญญาณในที่นี้จะขอกล่าวในเรื่องการช่วยเหลือดูแลในมิติจิตวิญญาณ ทำไมมิตินี้จึงมีความสำคัญไม่แพ้มิติอื่นขององค์รวม ด้วยจิตวิญญาณคือแกนกลางของชีวิต คือจิตส่วนลึกเป็นความรู้สึกนึกคิดที่เกิดจากการกระทบระหว่างสิ่งแวดล้อมกับจิต  ภาวะทางจิตวิญญาณจึงเป็นภาวะที่ทำให้บุคคลมีสติและปัญญาอันละเอียด ประณีต จิตวิญญาณจึงเป็นเสมือน ขุมพลังชีวิต เมื่อเอ่ยถึงคำว่าจิตวิญญาณ บางคนอาจเข้าใจว่าเป็นเพียงเรื่องของศาสนา

จริงอยู่ว่าศาสนาเป็นสิ่งที่ทำให้จิตวิญญาณมีที่ยึดเหนี่ยวและพึ่งพิง เป็นความต้องการด้านจิตวิญญาณด้านหนึ่งในหลายๆด้านซึ่งนักปรัชญา นักสังคมศาสตร์ได้ให้ความหมายของความต้องการด้านจิตวิญญาณ(spiritual need)ไว้ว่า ความต้องการด้านจิตวิญญาณประกอบด้วย

  1. ความต้องการความรักความผูกพัน

  2. ความต้องการมีความหวัง

  3. ความต้องการให้อภัย

  4. ความต้องการความหมายและเป้าหมายสูงสุดในชีวิต

  5. ความต้องการมีที่พึ่งและที่ยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจ

จากประสบการณ์ที่ได้ทำงานในหอผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งและส่วนหนึ่งเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ทีมต้องเข้าไปให้การช่วยเหลือ ผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายที่รับทราบผลการรักษาที่มีแนวโน้มจะไม่ดีเช่น โรคมีการกลับซ้ำหลายครั้ง หรือมีการลุกลามไปในอวัยวะสำคัญ แพทย์และ ทีมการดูแลสหสาขาวิชาชีพจะพูดคุยและบอกความจริงโดยถ้าเป็นเด็กโต หากผู้ปกครองอนุญาตให้บอกเด็กได้เราจะบอก เเต่ไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าจะต้องบอกเด็กทุกคน ในบริบทอีสานครอบครัวโดยส่วนใหญ่จะไม่บอก