เคยสงสัยไหมครับว่าถ้าวัดไหนมีพระภิกษุหลายๆรูปอยู่ด้วยกัน เวลาพระซักจีวร สบง หรืออังสะ แล้วตากผ้าไว้รวมๆ กัน จะรู้ได้อย่างไรว่าผืนไหนเป็นของพระรูปไหน ในเมื่อจีวร สบง อังสะ ก็สีเดียวกัน เหมือนกันเปี๊ยบ
เรื่องแบบนี้เรียกว่าถ้าไม่ได้มาบวชก็คงไม่รู้
หลังจากเสร็จพิธีอุปสมบทแล้ว พระพี่เลี้ยงซึ่งเป็นพระใหม่ที่บวชตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้วก็ได้ช่วยแนะนำเรื่องแรกให้พวกเราพระใหม่ได้ทราบ ก็คือการทำ “พินธุกัปปะ” กับผ้าและเครื่องอัฐบริขารของตนเอง
การทำพินธุกัปปะก็คือการเขียนจุดกลมๆ สามจุด เป็นรูปสามเหลี่ยม ที่ชายผ้า เวลาเขียนจะใช้ปากกาสีดำ (ได้สามสี คือ ดำ เขียว โคลน) และขณะเขียนก็ต้องกล่าวไปพร้อมกันด้วยว่า “อิมัง พินทุกัปปัง กโรมิ” สามครั้ง ตรงนี้ก็เป็นไฟต์บังคับ คือต้องทำ ถ้าไม่ได้ทำพินธุกัปปะถือว่า อาบัติ
พินธุกัปปังนี่เองเป็นสัญลักษณ์ช่วยแยกแยะว่าผ้าไหนเป็นของใคร เพราะเราต้องจำว่าตัวเองเขียนจุดกลมไว้ลักษณะอย่างไร พระแต่ละรูปเขียนไม่เหมือนกัน บางคนกลมใหญ่ บางคนก็กลมเล็ก สามเหลี่ยมเอียงบ้าง ตรงบ้าง ไม่เหมือนกัน
ส่วนเพิ่มเติมก็คือ การเขียนชื่อเราเองไว้เสียด้วย ก็ยิ่งช่วยให้แยกผ้าง่ายขึ้นไปอีกว่าเป็นของใคร
นอกจากจะทำพินธุกัปปังแล้ว พระใหม่ยังต้องกล่าวคำอธิษฐานก่อนใช้ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว โดยใช้มือลูบคลำที่ของหรือผ้าชิ้นนั้นๆ ไปด้วย เช่น บาตร ก็ต้องกล่าวคำว่า “อิมัง ปัตตัง อธิษฐามิ” พร้อมกับเอามือลูบบาตรวนไปวนมาด้วย
ของใช้ส่วนตัวทุกชิ้นไม่ว่าจะเป็นจีวร สบง สังฆาฎิ บาตร ผ้าปูนอน ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ ต้องอธิษฐานก่อนใช้
ผมดูเครื่องอัฐบริขารและผ้าไตรจีวร แล้วก็คิดว่า
“ชีวิตคนเราจริงๆ ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านี้เสียเท่าไร มีผ้าห่มกาย มีเสื่อปูนอน มีบาตร มีเข็มเย็บด้าย เครื่องกรองน้ำ บาตร...”
แต่ก่อนจะไปเรียนรู้เรื่องอื่นต่อ พระใหม่ต้องฝึกทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดเลยจะว่ายากขนาดนี้
คือการห่มจีวรครับ!