Ø   เมื่อวาน กลับจากประชุมที่กรุงเทพฯซึ่งโดยส่วนตัวไม่ค่อยได้ไป กทม บ่อยนัก

Ø   กลับมาเมื่อคืน ว่าจะบันทึกลงในบล็อกซะหน่อย ปรากฏว่าพยายามเปิดอยู่นาน ในที่สุด ไม่สำเร็จ จึงบันทึกทิ้งไว้ใน word ก่อน  แล้วนำมาลงใน gotoknow ทีหลังในวันนี้ ค่ะ

 

·       วันที่ 5 มีนาคม 2552 นี้ถือได้ว่าเป็นฤกษ์งาม ยามดีที่มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบ

บุหรี่ได้เชิญรองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและเลขานุการคณะทันตแพทยศาสตร์ทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันหารือให้สามารถก้าวสู่ความเป็น คณะทันตแพทยศาสตร์ปลอดบุหรี่ ๑๐๐ % ” ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต

·       นับเป็นเรื่องดีๆที่มีการเชิญทั้งรองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและเลขานุการ

คณะฯ ทั้ง ๙ สถาบัน มาพบกันและแลกเปลี่ยนความรู้กันเพื่อทำกิจกรรมดีๆ อย่างนี้

·       สำหรับเลขานุการคณะฯนั้น  ยังไม่เคยได้มีโอกาสพบกันทุกสถาบันอย่างเช่นนี้

มาก่อนเลย ( ปัจจุบันมีคณะทันตแพทยศาสตร์ ทั่วประเทศ 9 แห่ง) สาระสำคัญที่พอจะเล่าสู่กันฟังมีดังนี้ค่ะ
................................................................................................

กฎหมายเขตปลอดบุหรี่ที่เกี่ยวกับสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา

·       ปัจจุบันนี้ กฎหมายกำหนดให้สถานศึกษา รวมถึงมหาวิทยาลัยต้องเป็นเขตปลอด

บุหรี่ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๐ ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. ๒๕๓๕ ในส่วนที่เกี่ยวกับสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ดังนี้

    
        ข้อ ๓ ให้สถานที่ดังต่อไปนี้ เป็นสถานที่สาธารณะที่ให้มีการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ โดยกำหนดให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด แต่มีข้อยกเว้นบางประการ

(๕) มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาหรือสถาบันการศึกษา ตั้งแต่ระดับอุดมศึกษาขึ้นไป

ทั้งนี้ ให้สถานที่สาธารณะตามวรรคหนึ่งไม่เป็นเขตปลอดบุหรี่ เฉพาะกรณีดังต่อไปนี้

(๑)                       บริเวณห้องพักส่วนตัว หรือห้องทำงานส่วนตัวของผู้ปฏิบัติงานส่วนตัว

ของผู้ปฏิบัติงานในสถานที่สาธารณะนั้น เฉพาะที่ผู้นั้นใช้ทำงานหรือพักเพียงผู้เดียวเท่านั้น

(๒)                      บริเวณที่จัดเป็น เขตสูบบุหรี่ เป็นการเฉพาะโดยสภาพและลักษณะ

ของเขตสูบบุหรี่จะต้องเป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด ซึ่งผู้ดำเนินการจะจัดให้มีเขตสูบบุหรี่หรือไม่ก็ได้

 

                        ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐

                                    นพ.มงคล   ณ สงขลา

                     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

หมายเหตุ:

-        เจ้าของสถานที่ที่ไม่จัดเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐.-บาท

-        เจ้าของสถานที่ที่จัดเขตปลอดบุหรี่ไม่ถูกต้อง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐.-บาท

-        เจ้าของสถานที่ที่ติดป้ายเขตปลอดบุหรี่หรือสูบบุหรี่ไม่ถูกต้อง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๒,๐๐๐.-บาท

-        ผู้ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๒,๐๐๐.-บาท

 

การจัดเขตสูบบุหรี่

เขตสูบบุหรี่ต้องมีสภาพลักษณะดังต่อไปนี้

(๑)     ไม่อยู่ในบริเวณที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนที่อยู่บริเวณข้างเคียง

(๒)    ไม่อยู่ในบริเวณทางเข้า ออกของสถานที่ที่ให้มีการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่

(๓)    ไม่อยู่ในบริเวณที่เปิดเผยอันเป็นที่เห็นได้ชัดแก่ผู้มาใช้สถานที่นั้น

                            
ข้อความนี้คัดลอกมาจาก คู่มือ มหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่ ที่มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ แจกในการประชุมค่ะ

...............................................................................

Ø   การไปร่วมประชุมในครั้งนี้ อาหารอร่อยเพราะมีให้เลือกมากมาย

Ø   แล้วการดำเนินการประชุม ดำเนินไปอย่างเป็นกันเอง สบายๆ ช่วยกัน

คิด ช่วยกันเสนอแนะหลายอย่าง ซึ่งหากดำเนินการได้อย่างที่คาดหวังไว้จะช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพดีขึ้น และความสุขขั้นพื้นฐานย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ แล้วหวังว่าจะส่งผลให้สังคมดีขึ้นด้วยค่ะ ดีใจด้วยกันนะคะ