สวัสดีค่ะ ข้าพเจ้าหายไปนานเพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตขัดข้อง วันนี้มีข้อมูลที่นำมาแลกเปลี่ยน เกี่ยวกับเด็กสมัยนี้ค่ะ
เด็กนักเรียนสมัยนี้เท่าที่ได้เห็น เท่าที่ได้รับฟังมา จะพบว่ามีพฤติกรรมก้าวร้าว ทั้งการกระทำและคำพูด และมีตั้งแต่ปฐมวัยเป็นต้นมา
ด้วยความเป็นครูที่กำลังอุ้มท้องอยู่ก็เลยกังวลว่าลูกจะโตมาก้าวร้าวหรือมีพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วงหรือไม่
ข้าพจึงสังเกตและสอบถามนักเรียนที่เข้าข่ายก้าวร้าว โดยไม่ให้เขารู้ตัวว่าข้าพเจ้าสอบถามเพื่อจุดประสงค์อะไร
จากข้อมูลที่ได้รับมาคือ
1. เด็กที่ชอบใช้ความรุนแรง อารมณ์รุนแรง ชอบแกล้งเพื่อน เป็นเด็กที่โตมาในสิ่งแวดล้อมที่มีผู้ใหญ่มีนิสัยอย่างนั้น ชอบดูละคร ภาพยนต์ที่รุนแรง หรือเรื่องตลกที่ชอบแกล้งกันแรงๆ ชอบเล่นเกมส์ออนไลน์ที่รุนแรง แข่งขัน ชกต่อย
_
2. เด็กที่พูดจาไม่ไพเราะ ก้าวร้าว หยาบคาย ลามก เป็นเด็กที่โตมาในสิ่งแวดล้อมที่มีผู้ใหญ่มีนิสัยอย่างนั้น แต่ที่สำคัญ คือเลียนแบบพ่อและแม่ ชอบดูละคร ภาพยนต์ที่มีถ้อยคำเชือดเฉือน ด่าทอกัน (พวกละครน้ำน่าในถภาษาผู้ใหญ่อย่างเรา) เรื่องตลกที่มีคำพูดไม่สุภาพ เรียกหรือด่ากันอย่างหยาบคาย แต่กลับเห็นเป็นเรื่องน่าขำ
นี่คือข้อมูลที่ได้มาและน่าเป็นห่วง หากครูหรือผู้ปกครองอ่านบล็อกนี้ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ทำให้เด็กที่ท่านดูแลอยู่เป็นเด็กที่ห่างไกลจากพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วงนี้ด้วยนะคะ
ท่านใดมีคำแนะนำอะไรเด็ดๆ แนะมาได้ค่ะ จะนำไปใช้
ชอบดูละคร ภาพยนต์ที่รุนแรง
ชอบดูละคร ภาพยนต์ที่มีถ้อยคำเชือดเฉือน ด่าทอกัน
ถ้าเช่นนั้น
ละคร และภาพยนต์ คือ แม่พิมพ์ที่บ้าน
คนแต่ละรุ่นๆ จริงๆถูกปั้นและสร้าง โดยกลุ่มผู้ที่สร้างละครและภาพยนต์
ซ.ต.พ.
เขาว่าดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว ผู้ใหญ่มักดูแล้วคิดตามอาจมีอารมณ์บ้าง แต่พอละครจบก็ไม่คิดมาก แต่กับเด็กไม่ว่าจะประถมหรือมัธยม อะไรที่เค้าเห็นแล้วมักเลียนแบบ โดยเฉพาะกับคนที่เขาชื่นชอบ
ขอบคุณ คุณสงสัยและคุณเห็นด้วยนะคะที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น
ข้าพเจ้าเก็บข้อมูลมาตามสิ่งที่ได้จากตัวเด็ก และสอบถามจากบุคคลรอบข้างของเด็ก นี่คือความจริงที่ได้ โดยเฉพาะเด็กผู้ชายมีมีพฤติกรรมก้าวร้าวมากที่สุด
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านักเรียนของข้าพเจ้าเป็นเด็กก้าวร้าวทุกคนนะคะ ข้อมูลที่ได้คือเด็กบางคนที่น่าเป็นห่าวอนาคตจริงๆ
แล้วเข้าเยี่ยมชมอีกนะคะ
ผมเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่งเรื่องละครไทยปัจจุบันมีแต่ความรุนแรง ผมเคยคิดที่จะเขียนเรื่องนี้หลายครั้ง แต่ยังไม่มีโอกาสได้เขียน
ทำไมละครไทยทุกเรื่องต้องตบตีกัน โดยเพราะตบตีกันเพราะแย่งพระเอก หรือคนสร้างคิดได้แค่นี้
ขอบคุณมากนะคะที่มาเยี่ยม
ข้าพเจ้าเคยคิดว่าหากเด็กหรือเยวชนร่วมกันเขียนแสดงความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วส่งไปยังสื่อมวลชน เขาจะตอบรับหรือขัดแย้ง
แม้จะแบ่งเรท แต่เด็กไม่ได้แบ่งนี่คะ เขาก็ดูของเขาไป คิดยังไงก็น่าเป็นห่วงค่ะ เฮ่อ..
การจัดสภาวะแห่งการเรียนรู้แก่เด็ก ให้ความรัก เป็นตัวอย่างต้นแบบที่ดี เป็นหน้าที่ของ พ่อ แม่ เมื่ออยู่กับครอบครัวที่บ้าน
การจัดแหล่งเรียนรู้ และ ประสบการณ์ การเรียนรู้ ฝึกบุคลิกภาพ เป็นหน้าที่ของครูที่ดีในโรงเรียน
การโน้มน้าวจิตใจ ให้ใฝ่ธรรมมะ เป็นหน้าที่ของนักบวขในศาสนา ที่จะช่วยให้เขาอยู่ในสังคมได้อย่างมัความสูข
การเป็นต้นแบบแห่งความสุข อยู่ที่กระบวนการสังคม ชุมชน
เรื่องเกี่ยวกับเด็ก ไม่ใช่เด็กๆ จริงๆ นะคะ
ขอบคุณอาจารย์ที่เข้ามาเสนอแนวทางแก้ไข
การจะรักษผ้าขาวให้ขาวสะอาดอยู่ได้ เป็นเรื่องที่ยาก และต้องเอาใจใสอย่างมาก
หากผู้ใหญ่ไม่เข้าใจ ไม่ใสใจ และไม่จริงใจที่จะแก้ปัญหา ผ้าขาวที่เปื้อนแล้วคงไม่มีวันซักออก
ให้ฟังดนตรีไม่ต้องเอาเนื้อหาของเพลง
ให้ฟังบทสวดมนต์ค่ะ
เล่าเรื่องดีๆให้ฟัง