วันที่ 4 – 6 มีนาคม 2552 ที่วัดดินแดง อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด ได้มีการนำนักเรียนจำนวน 200 คนระดับชั้น ป.5 และ ม.1 จากโรงเรียนในศูนย์ฯ ประณีต 7 โรงเรียน มาเข้าค่ายคุณธรรม โดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วันเปิด ท่านรองผู้อำนวยการที่รักษาการได้มาเป็นประธานเปิดแทนท่าน ผอ.เขต ท่านได้กล่าวว่าได้มาเห็นค่ายคุณธรรมที่นักเรียนมีความสุข สนุกสนาน ร่าเริง แล้ว ท่านก็ชอบใจ ไม่เหมือนกับค่ายธรรมะที่ต้องเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีความสนุกสนาน และท่านก็กล่าวชมอีกว่าถือเป็นนวัตกรรมของค่ายธรรมะแนวใหม่ ที่เน้นให้เด็กมีความสนุก และ เป็นสุขกับการเรียนรู้ ถือเป็นโอกาสดีและเป็นโชคดีของนักเรียน ที่ได้มาเข้าค่ายธรรมะในลักษณะนี้
หลังจากกล่าวปิดเสร็จ ผมก็ไปพูดคุยกับผู้บริหารท่านหนึ่ง ท่านแสดงความคิดเห็นมาว่า “อย่างนี้ไม่ใช่ค่ายธรรมะ แต่เป็นค่ายกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน” ผมก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร แต่นึกในใจอยากจะบอกไปว่า “ก็กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ไม่ใช่ธรรมะเหรอครับ”
ตอนเย็น ผมได้เชิญคณะวิทยากรไปทานข้าวเย็นที่แหลมงอบ ดูบรรยากาศเกาะช้าง ผมได้กล่าวชมน้องวิทยากรที่เป็นนิสิตปริญญาเอก บอกว่า ขอขอบคุณมากที่ไม่ทำให้ผมเสียหน้า เพราะจัดกิจกรรมออกมาให้เด็กได้สนุกสนาน มีชีวิตชีวา เจ้านายดูแล้วชอบใจ ทั้งค่ายที่แล้ว (ที่โรงเรียนหนองบอนวิทยาคม) และ ค่ายนี้
วิทยากรที่ผมกล่าวชมก็บอกว่า ที่เป็นอย่างนั้น เขาต้องทุ่มเท “พลัง” มากครับ เพื่อให้นักเรียนมีความสุข สนุกสนาน และ พัฒนาคุณธรรม จะให้นักเรียนออกมาเต็มร้อย เขาต้องทุ่ม “พลัง” ถึงสองร้อยครับ
พอพูดอย่างนั้น ผมก็มองเห็นความเหน็ดเหนื่อยและความทุ่มเทของน้องวิทยากรท่านนี้ครับ เพราะเขาแสดงออกมาทั้งตัวของเขาเลยครับ ทั้งคำพูด การกระทำ กิริยาท่าทาง สีหน้า อารมณ์ และ ความรู้สึก
เพื่อต้องการให้ “ธรรมะ” สื่อออกมาให้ถึง “นักเรียน”ครับ
เบื้องหน้าดูง่ายๆ แต่เบื้องหลัง “เหนื่อย”ครับ
คงจะเป็นอย่างที่ว่ามาแหละครับ
เรื่องเดียวกัน แต่อยากแสดงความคิดเห็นที่ไม่เหมือนใคร
ที่ผ่านมา ผมพบแบบนี้มากครับ
ยึดติดกับภาษา มากกว่า การสื่อสารด้วยปัญญา
ขอบคุณมากครับสำหรับสาระที่เป็นประโยชน์ ทำให้ผมมีมุมมองที่กว้าง
สวัสดีครับ ท่านรองฯ
ขอร่วมชื่นชมกับความสำเร็จของค่ายในครั้งนี้ครับ
ใจผมอยากเห็น ค่ายอื่นๆ ที่ใช้กระบวนการแบบนี้บ้าง
ค่ายวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ฯลฯ
ส่วนภาษาอังกฤษรู้สึกว่า ดร.อ.ขจิต จะทำอยู่แล้ว
เชิญท่านมาเป็นวิทยากรได้เลยครับ
ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็แค่อยากเห็นเด็กๆ เรียนรู้เป็นกระบวนการด้วยความสนุกสนาน เพลิดเพลิน เจริญใจ เจริญธรรม
ขอขอบคุณมากครับ สำหรับคำชื่นชม
เป็นแรงใจที่ช่วยเสริมให้ผมมีพลังในการทำงานต่อไปครับ
สำหรับผม โครงการหน้าค่ายวิทยาศาสตร์ฤดูร้อนครับ แบบสนุกสนาน
ตอนแรก ว่าจะทำค่ายภาษาอังกฤษ ก็กะจะเชิญท่านอาจารย์ ดร.ขจิต นี่แหละครับ แต่น้องเขาขอทำค่ายวิทย์ ก็ต้องตามใจน้องเขาแหละครับ
สวัสดีอีกรอบนะครับท่านรองฯ
เรื่องค่าย...
ทำให้ผมนึกย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน
ที่ได้เคยเป็นพี่เลี้ยงเยาวชนของ "ชมรมนักนิยมธรรมชาติ"
ได้จัดค่ายให้กับเยาวชน เพื่อสร้างจิตสำนึกในการรักษาป่า
เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจไม่ลืมเลือนเลยครับ
แต่ตอนนั้น ผมยังไม่ประสีประสาอะไรเท่าไหร่ ไม่ได้สนใจในเรื่องกระบวนการเรียนรู้ พอมาถึงตอนนี้ก็ชักอยากกลับไปทำอีกเหมือนกัน แต่ช่วงวัยและภาระหลายอย่างเป็นข้อจำกัด
หากท่านรองฯ มีโอกาสทำค่ายเรื่อยๆ ก็ขอให้ท่านลองพิจารณา ค่ายวิทยาศาสตร์ ที่สอดแทรกเรื่องราวของการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้กับเยาวชนด้วยนะครับ