“การที่จะเข้าใจความโศกเศร้าแล้วพ้นจากมันไปเสียได้
คุณต้องเห็นอย่างแท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้นภายในจิตใจ
โดยไม่กลบเกลื่อนมัน”
กฤษณะมูรติ

ทิวทัศน์จากอุทยานแห่งชาติ เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เมื่อ 5 มีค.52
การได้พบกับพี่ หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮกัลยาณมิตรซึ่งคนไม่มีรากชื่นชมและเคารพรักทั้งในด้านความคิดและคำพูด เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2552 ทำให้มีโอกาสได้เรียนรู้และซึมซับความคิดบางประการของพี่หมอเจ๊ ประทับใจจนต้องนำมาขบคิดต่ออีก 2 วัน...
เรื่องราวที่คุยมีหลายประเด็น แต่ประเด็นที่ตรงกับความรู้สึกในห้วงเวลานี้คือ เรื่องของ “การยอมรับตัวเอง” ซึ่งพี่หมอเจ๊กล่าวถึง การยอมรับและการซื่อสัตย์กับ “ความรู้สึกของตัวเอง” ว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก....
หลายคนพยายามที่จะปิดบัง กลบเกลื่อน บังคับ หรือแทนที่ความรู้สึกทุกข์ท้อ ไม่สบายใจ ความกลัว ความรู้สึกผิด ..ฯลฯ ด้วยอารมณ์อื่น สิ่งอื่น... ซึ่งหลายครั้งก็นำไปสู่... ปัญหาที่ตามมาอีกไม่รู้จบ เหมือนแมงมุมชักใยและพันตัวเองจนดิ้นไม่หลุด คล้ายการนำก้อนหินไปทับหญ้าไว้...
แต่ความจริงแล้ว กลบเกลื่อนอย่างไร สิ่งนั้นก็ยังคงเป็นอยู่เช่นนั้นเอง ... ทุกข์ ไม่สบายใจ เศร้า เหงา ซึม หดหู่ ก็ยังคงนอนเนื่องอยู่ในจิตใจ...
ด้วยเหตุนี้ การสร้างสิ่งอื่น อารมณ์อื่น ภาพลักษณ์อื่นขึ้นมาทดแทน อารมณ์ที่เราเก็บกดไว้ .... จึงยิ่งยุ่ง ยิ่งวุ่น ยิ่งเหนื่อย และสร้างภาระตามมาอีกไม่รู้จบ....
แต่ถ้าเราหันมาเผชิญหน้า ยอมรับสิ่งนั้น ... แม้จะเจ็บปวด อับอาย...ก็ช่วงหนึ่งเท่านั้นเองหรอก...
...การยอมรับว่าเรารู้สึกอย่างไร คิดอย่างไร และแสดงออกโดยไม่ทำให้ตนเองและคนอื่นเดือดร้อน จึงน่าจะเป็นวิธีการที่เข้าท่าเข้าที
แล้วทีนี้...ใครจะคิดว่าเรา มองเราเป็นอย่างไร ... จะดูถูก ดูผิด จะชื่นชม โสมนัส เวทนา สงสาร ... ตราบเท่าที่เราไม่ได้สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้กับตัวเองและคนอื่นล่ะก็ ...
... มันก็แค่...เรื่องของเขาน่ะสิ ไม่ใช่ปัญหาของเราสักหน่อย...
ขอบคุณข้อคิดที่เป็นยิ่งกว่า "ของขวัญล้ำค่า" จากพี่หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮที่เคารพรักค่ะ....(^___^)
สวัสดีค่ะ พี่หมอเจ๊
เหมือนกับที่เราร้องเพลงใช่ไหมคะ
เราร้องอย่างไร..แค่ไหน..เพียงใด
ไม่ใช่ปัญหาของเราเลย ....แต่...
ดป็นปัญหาของผู้ฟังต่างหาก....นะ..
เห็นด้วย 1000 เปอร์เซนต์ครับ
แต่เท่าที่ผมเคยลองดู
มักไม่สำเร็จเท่าไหร่
ผมคิดว่ามันต้องอาศัยความ "กล้าหาญ" มากทีเดียว
ที่จะเผชิญหน้ากันตรงๆ กับทุก ความคิด อารมณ์ ความรู้สึกของเราอย่างตรงไปตรงมา ไม่ตัดสิน ไม่ให้คุณค่า ไม่ประเมิน
ยากจริงๆ ครับ
ใครทำได้ผมขอคารวะงามๆ จากใจจริง
ชอบวลีนึงของท่านกฤษณะฯ ครับ
"Choiceless Awareness"
"รู้สึกตัว โดยไม่เลือก"
ขอบคุณผู้มาเล่าประสบการณ์ดีดีค่ะ "คุณคนไร้ราก"
ทานด้วยกันค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ ครูแป๋ม
ยินดีต้อนรับและดีใจที่ได้รู้จักค่ะ...^_^...
อ่านแล้วต้องอมยิ้มค่ะ.....เหมือนกับที่เราร้องเพลงใช่ไหมคะ
เราร้องอย่างไร..แค่ไหน..เพียงใด ไม่ใช่ปัญหาของเราเลย ....แต่...
เป็นปัญหาของผู้ฟังต่างหาก....นะ..
จริงค่ะ ... กรณีเหมือนเราชอบร้อง คาราโอเกะ ตอนเราฟังเสียงคนอื่น เรามักจะคิดไปต่าง ๆ นา ๆ ..คนนี้เสียงเพราะนะ คนนี้...มาร้องทำไมเนี่ย...ทนฟังไม่ด้าย ๆ ....
แต่พอเราร้องเอง เราว่ามันเพราะนี่ อย่างน้อยก็เพราะที่สุดที่เราจะร้องได้นั่นแหละ ....
ใครฟังไม่ได้ ก็เรื่องของเขา แต่เราฟังได้ เสียงเรา เราชอบนี่...
แต่...คงต้องเคารพสิทธิส่วนบุคคลของคนอื่นบ้างตามสมควรนะ...^_^...
ขอบคุณค่ะ...^_^....
ขออนุญาตท่านผู้มาคอมเม้นท์ ....
เนื่องจากคุณศิลานำอาหารกลางวันมาให้...เกิดปัญหาส่วนตัว...คือทำให้หิวมาก....
ขอเวลาไปรับประทานอาหารเที่ยงก่อนนะคะ
(^___^)
แวะมาดูก๋วยเต๊ยว ของคุณ Sila น่ากินจังเลยครับ คุณ คนไม่มีราก
ผมก็กำลัง กินข้าวอยู่เหมือนกัน ครับ กินด้วยกัน เลยนะครับ
(ค่อยแวะมาเขียนความรู้สึกในบันทึก ฉบับนี้ ของคุณ นะครับ)
จริง จริง ใช่ใช่เลยครับ
การยอมรับและการซื่อสัตย์กับ “ความรู้สึกของตัวเอง” ว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก....
ขอบพระคุณ
สวัสดีค่ะ
คิดถึงจริงๆเลย ไม่ได้คุยกันหลายวันนะคะ
“การยอมรับตัวเอง”
เป็นเรื่องที่สำคัญค่ะ พี่เอง อาจจะเป็นคนที่เข้าใจ และยอมรับตัวเอง มาตลอด คนเราบางที ก็ไม่ชอบคุณสมบัติบางอย่าง ของตัวเองเหมือนกัน และก็อยากจะเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น คนที่จะรับผิดชอบต่อการพัฒนาความเป็นผู้นำของตัวเราก็คือตัวเราเอง
จริงๆ บางเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้น จะเป็นสิ่งที่หล่อหลอมความเป็นตัวตนของเราในปัจจุบันนั่นเอง เพียงแต่เรารู้จักที่จะเรียนรู้จากเหตุการณ์เหล่านั้น ว่า ดี ไม่ดี อย่างไร และเราจะปรับปรุงตัวเราเองอย่างไร ซึ่ง เราต้องอย่ามองด้วยใจที่รันทดหรือเป็นอคติค่ะ ซึ่งในบางครั้ง อาจจะทำให้เกิดแรงบันดาลใจหรือความมุ่งมั่นที่จะทำอะไรขึ้นมา อย่างที่เรานึกไม่ถึงก็ได้
มีดอกชวนชมแคระ จากที่บ้านมาฝากค่ะ
สวัสดีนกแห่งอรุณรุ่ง
ขอใช้สิทธิ์มาผิดสัญญา... เนื่องจากเป็นประเด็นที่เราเคยได้คุยกันไว้
เห็นตามด้วยทุกอย่างครับ
อ่านแล้วทำให้ทานข้าวเที่ยงได้มากขึ้นเพราะได้หัวเราะ.....แล้วทีนี้...ใครจะคิดว่าเรา มองเราเป็นอย่างไร ... จะดูถูก ดูผิด จะชื่นชม โสมนัส เวทนา สงสาร ... ตราบเท่าที่เราไม่ได้สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้กับตัวเองและคนอื่นล่ะก็ ... มันก็แค่...เรื่องของเขาน่ะสิ ไม่ใช่ปัญหาของเราสักหน่อย...
มีอารมณ์ขันหน้าตายจังนะครับ
ไม่ได้คุยกันหลายวัน คงสบายดีนะครับ
คิดถึงครับ
ลืมถามว่า เจอมือถือหรือยังครับ
ยังใช้เบอร์เดิมได้หรือเปล่า
สวัสดีค่ะ คุณคนไม่มีรากที่รัก
จำได้ไหมคะที่เราเคยคุยกันเรื่อง "ภาพแห่งตน"
บางครั้งคนเราก็ติดอยู่ในกับดัก หรือภาพที่เราสร้างขึ้น หรืออยากให้คนมองเราเช่นนั้น และนั่นอาจนำไปสู่ความขัดแย้งในใจ ความสับสน รู้จักตัวเองน้อยลง
มา "เปิดใจ" กันนะคะ เปิดใจทำความรู้จักกับตัวจริงของตัวเอง ความรู้สึกที่แท้ของตัวเอง และแสดงออกมาอย่างจริงใจ แต่นุ่มนวล
การใส่ใจความรู้สึกคนอื่นเป็นเรื่องที่ดี เพียงแต่ก็ต้องยอมรับว่า เราไม่สามารถทำให้ทุกคนพึงพอใจได้ เป็นตัวของตัวเองในแบบที่รู้เท่าทันตัวเอง น่าจะดีนะคะ
อย่างที่เคยเล่าให้คุณคนไม่มีรากฟังว่า พอเปิดใจรับความผิดพลาด และข้อเสียของตัวเองที่ยากจะทำใจยอมรับได้แล้ว กลับรู้สึกโล่งใจค่ะ
แต่ตอนนี้ก็ยังต้องฝึกตนอีกมากค่ะ เพื่อจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง... ยังทำไม่สำเร็จ แต่ยังไม่ล้มเลิกค่ะ
ห่างหายไปบ้าง แต่ก็คิดถึงนะคะ
ขอให้ต้นไม้แห่งปัญญาเติบโตอย่างเบิกบานนะคะ ..^__^..
สวัสดีค่ะ ขอบคุณค่ะได้อ่านบันทึกดี ๆ ค่ะ ตอนนี้ก็กำลังปรับตัว ปรับความรู้สึกให้ยอมรับกับความจริงหลาย ๆ เรื่อง และการปล่อยความรู้สึกให้เป็นธรรมชาติ ยอมรับกับปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นค่ะ แล้วก็หาทางแก้ปัญหานั้น ๆ ด้วยสติปัญญาของเราเองค่ะ
คิดถึงน่ะค่ะ
เมื่อหลายวันก่อนไปฟังพระเทศนาจากพระอาจารย์ อดุลย์ เมธังกุโร (เมธา+อังกูร=หน่อเนื้อนักปราชญ์) มาได้คาถามาบทหนึ่งท่องว่า
โอม มณี ปัทมี ฮุม
โอม มาจากอะ+อุ/โอ+มะ แปลว่า
อ =อรหันต์ (หมายถึง พระพุทธเจ้า- ไกลจากกิเลส)
อุ=อุตมะ (หมายพระธรรม-มีลักษณ์อุดม)
ม=มหาสงฆ์(หมายถึงพระสงฆ์-มหาสังฆสมาคม)
มณี แปลว่าแก้ว หรือสิ่งประเสริฐ (การตื่นรู้)
ปัทมี แปลว่า ดอกบัว/ใจ
ฮุม แปลว่าอะไรก็ช่างมันเถอะ
แต่ โอม มณี ปัทมี แปลว่า ในใจมีแก้วมณี หรือแปลให้ลึกกว่านั้นก็คือ ในใจ(ฉัน)นี้ ตื่นรู้แล้ว
เตือนตัวเองโดยท่องคาถานี้ วันละหลายๆ รอบก็อาจจะตื่นรู้ได้ นะครับ ลองค้นดูมี เสียงสวดด้วย
http://www.oknation.net/blog/buddhamantra/video/6892
ได้เจอพี่หมอเจ๊นับว่าเป็นวาสนาแล้วค่ะ ยิ่งกว่าอ่านตำราพันเล่ม เพราะพี่หมอเจ๊หนะ ห้องสมุดปราชญ์เคลื่อนที่เลยหละ ที่พูดมาได้เพียงเสียงแว่วที่พี่หมอเจ๊ช่วยนำทางความคิดนะคะ ยังไม่เคยสัมผัสรูป รส กลิ่น เสียงเลย อิอิ
มาเชิญไปร่วมกุศล ช่วยลงแขกความคิดเห็นชี้แนะคนไร้ระเบียบคนนี้หน่อยที่นี่ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ Sila Phu-Chaya
ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ สำหรับโมเดลความต้องการพื้นฐานของมนุษย์..พร้อมอาหารที่ชอบ ... ทั้งบะหมี่และเกี้ยวน้ำ...
อิ่มแปร้เลยค่ะ
การปฏิวัติจิตวิญญาณของมนุษย์ คงต้องเป็นการ....ปฎิวัติแบบถอนรากถอนโคน Revolution of Thought...จนไม่มี Thought .. ดังที่คุณศิลาว่าจริง ๆ ค่ะ นั่นคือสุดยอดของการ "พัฒนา"
ขอบคุณมาก ๆ อีกครั้งค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะคุณไม่แสดงตน
ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ บันทึกของคนไม่มีรากมี "ไม่แสดงตน" หลายท่านเลยค่ะ ไม่แน่ใจว่าเคยเข้ามาทักทายกันหรือยัง...^_^...
ดีใจที่ชอบค่ะ
(^___^)