พืชมีดอกและพืชไร้ดอก

 ลักษณะของพืชมีดอกและพืชไร้ดอก

               จากการศึกษาเรื่องพืช    นักเรียนทราบมาแล้วว่าพืชบนโลกนี้มีอยู่มากมาย นักวิทยาศาสตร์ จึงได้ใช้เกณฑ์ต่างๆ    ในการจัดหมวดหมู่พืช    เกณฑ์ที่ใช้ในการจัดหมวดหมู่พืชที่แสดงถึงสาย สัมพันธ์ได้ใกล้ชิดที่สุด    คือ   การจำแนกพืชโดยการสืบพันธุ์  ทำให้สามารถจำแนกพืชได้เป็น 2  กลุ่ม   ได้แก่  พืชมีดอก  และพืชไม่มีดอกหรือพืชไร้ดอก

                1. พืชมีดอก  คือ  พืชที่เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว  จะออกดอกเพื่อใช้ในการสืบพันธุ์   เช่น กุหลาบ  มะลิ  กล้วยไม้  ทานตะวัน  บัว  ผักตบชวา

                ดอกของพืชจำแนกตามการเกิดได้ 2  ชนิด  คือ

                1)    ดอกเดี่ยว   คือ   ดอกที่โพล่ขึ้นมาจากก้านชูดอกเพียงก้านเดียว   เช่น กุหลาบ ดอกบัว

                2)    ดอกช่อ      คือ   ดอกหลายๆ ดอก ที่ออกมาจากก้านดอกเดียวกัน   เช่น ดอกเข็ม          ดอกกล้วยไม้

 

 การสืบพันธุ์ของพืชมีดอก

             พืชมีดอกและพืชไร้ดอก  มีวิธีแพร่พันธุ์แตกต่างกัน  พืชมีดอกจะอาศัยดอกในการสืบพันธุ์  เรียกว่า  การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และยังสามารถสืบพันธุ์โดยวิธีอื่นที่ไม่ต้องใช้ดอก  เรียกว่า การ สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ  ส่วนพืชไร้ดอก  จะสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ    

                 2.  พืชไร้ดอก   คือ   พืชที่ตลอดการดำรงชีวิตไม่สามารถออกดอกได้จึงไม่อาศัยดอกใน การสืบพันธุ์  เช่น  ตะไคร่น้ำ  สน  เฟิร์น  ผักกูด  ผักแว่น

 

 การสืบพันธุ์ของพืชไร้ดอก

              พืชไร้ดอกหรือพืชชั้นต่ำ  เป็นพืชที่มีส่วนประกอบไม่ครบถ้วนเหมือนกับพืชดอก  ที่สำคัญ คือ  พืชไร้ดอกทุกชนิดจะไม่มีดอก  จึงไม่สามารถสืบพันธุ์โดยใช้เมล็ดได้ พืชไร้ดอกมีการสืบพันธุ์ โดยไม่ต้องอาศัยเพศ  ดังนี้

                 1)  การแบ่งเซลล์   เป็นการสืบพันธุ์ของพืชเซลล์เดียว  การสืบพันธุ์แบบนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเซลล์มีการเจริญเติบโตเต็มที่  นิวเคลียสที่สองข้างโป่ง  ผนังเซลล์ก็จะคอดตามนิวเคลียส  ในที่สุดผนังเซลล์จะ คอดเข้ามาพบกัน ทำให้แบ่งเซลล์เดิมเป็น 2 เซลล์  แต่ละเซลล์ก็จะมีนิวเคลียสที่ถูกแบ่งออกเช่นกัน

               ถ้าเซลล์มีความสมบูรณ์เจริญเติบโตเต็มที่  ขั้นตอนที่ใช้ในการแบ่งเซลล์จะเหลือเวลาไม่ มากนัก เซลล์ใหม่ที่ได้จากการแบ่งทั้ง  2  เซลล์นี้อาจจะเท่ากัน  หรือไม่เท่ากันก็ได้ เมื่อทั้ง 2 เซลล์ นี้เจริญเติบโต  ก็จะสามารถแบ่งเซลล์ได้ในลักษณะเดียวกันอีก เป็นการเพิ่มจำนวนให้มีมากขึ้น

               พืชไร้ดอกที่สืบพันธุ์โดยการแบ่งเซลล์  ได้แก่  สาหร่าย   ตะไคร่น้ำ  และแบคทีเรีย

                    2)  การแตกหน่อ   คือ   การแตกหน่อของพืชไร้ดอก คือ การงอกเซลล์ใหม่ออกมาจาก ลำต้นเดิมในลักษณะที่พอง  หรือปูดออกมาข้างๆ เมื่อเซลล์ใหม่ที่งอกออกมาเจริญเติบโตเต็มที่ ก็จะ หลุดออกไป

                     ยีสต์  ใช้วิธีการสืบพันธุ์โดยการแตกหน่อ  เซลล์ที่งอกออกมาใหม่เรียกว่า  หน่อเมื่อ หน่อหลุดออกไปก็สามารถเจริญเติบโตได้เหมือนเซลล์เดิมที่หลุดออกมา

                     การแตกหน่อของยีสต์   ไม่เหมือนกับการแตกหน่อของพืชดอกมีขั้นตอนที่ซับซ้อน กว่า และหน่อที่งอกใหม่ของพืชดอกจะต้องออกมาจากส่วนที่เป็นตาของลำต้น

                    3)  การใช้สปอร์   สปอร์เป็นละอองเล็กๆ คล้ายฝุ่นที่พืชไร้ดอกหลายชนิดสร้างขึ้นเพื่อ ใช้ในการสืบพันธุ์   สปอร์ของพืชไร้ดอกแต่ละชนิดมีจำนวนมาก  เมื่อสปอร์เจริญเติบโตเต็มที่ จะ ร่วงหรือปลิวงอกเป็นพืชใหม่ได้

                     สปอร์ไม่ใช่เมล็ด  เพราะสปอร์ไม่ได้เกิดจากการผสมเกสรและลักษณะภายในของ  สปอร์กับเมล็ดก็แตกต่าง  ภายในเมล็ดของพืช  มีต้นอ่อนและอาหารที่เลี้ยงต้นอ่อน  ส่วนสปอร์เป็น เซลล์ที่สามารถไปงอกได้ทันทีเมื่อ  ได้รับอาหาร ความชื้น  และอุณหภูมิที่พอเหมาะ  รา  เห็ด  เฟิร์น  มอส  และสาหร่ายทะเล  เฟิร์น  สืบพันธุ์โดยการใช้สปอร์  พืชที่เราสังเกตสปอร์ ได้ชัด  ได้แก่  เฟิร์น  ใต้ใบเฟิร์นแต่ละใบจะมีเม็ดสีน้ำตาลปูดออกมาเรียงกันอยู่หลายเม็ด  เม็ดสีน้ำตาลนี้เป็นที่เก็บสปอร์   เรียกว่า อับสปอร์เมื่ออับสปอร์แก่จะแตกดอก   สปอร์ที่มีอยู่เป็น จะปลิวไปตกตามที่ต่างๆ พร้อมที่จะงอกใหม่ได้