คิดอย่างไร...ถึงจะดี ได้ประโยชน์ ....ทั้งผู้ให้และผู้รับ กับ 3 ทฤษฎีนี้

ผมเคยอ่านความรู้ เรื่องการคิดวิเคราะห์ของ อาจารย์เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์  ที่เคยพิมพ์เผยแพร่ไว้ และถ่ายเอกสารหน้านี้เก็บไว้ หลายปีแล้ว(พลาดตรงที่ ไม่ได้เขียนที่มาเอาไว้ในเอกสารฉบับนี้)

   ….เผอิญ ค้นตู้หนังสือ ที่เก็บเอาไว้ เจอแล้วหยิบมาอ่าน เห็นว่าน่าสนใจ

และคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับการได้อ่าน และคิดตาม ความรู้ แง่คิดต่าง ๆ กับหลากหลาย ไดอารี่  ณ ที่แห่งนี้

ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่า มาอ่านบันทึกฉบับนี้


 

ทฤษฏี  3  ทฤษฏีที่สรุปได้จากการได้เห็น  วิธีการที่คนในสังคมไทย  หลังจากที่ได้เห็นวิธีการที่คนในสังคมจำนวนไม่น้อยสรุปประเด็นเรื่องต่างๆ  ผิดไปจากความจริง  มีการตีความที่ผิดเพี้ยนและผิดพลาดไปจากความเป็นจริง สร้างข้อสรุปที่สับสนไม่สมเหตุสมผล  แต่มักจะถูกนำมาใช้ตีความ แปลข้อมูลในสังคมไทย  ทั้ง  3  ทฤษฏี  ได้แก่

ทฤษฎีชะลอม

ทฤษฏีที่หนึ่ง  เรียกว่า  ทฤษฏีชะลอม  เปรียบได้กับคน ๆ หนึ่งมีสมมุติฐานในใจว่า  กองฟางมีรูปร่างเหมือนชะลอม  จึงพยายามหาข้อพิสูจน์  หาเท่าไร  กองฟางก็ยังคงเป็นรูปร่างต่าง ๆ ไม่เหมือนชะลอมสักนิด  แทนที่เขาจะเปลี่ยนใจใหม่  เขากลับอัดฟางลงไปในชะลอมจนแน่น  แล้วเอากรรไกรเล็มตัดฟางที่เล็ดลอดออกมาจากชะลอมนั้นจนมันเรียบ  จากนั้นจึงถอดชะลอมออก  แล้วเที่ยวไปบอกใครต่อใครว่า " เห็นไหม...กองฟางมีรูปร่างเหมือนชะลอม"   เป็นการสร้างความเชื่อให้เป็นความจริง  แม้ความจริงไม่ใช่สิ่งที่เขาเชื่อ  โดยการคัดข้อมูลออกตามใจ  เพื่อให้ข้อมูลลงตัวตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ในใจ  แล้วพยามบอกคนอื่นให้เชื่อตามตนเอง

ทฤษฎีฆ่าวัวทิ้งผลผลิตเพิ่ม

ทฤษฏีที่สอง  เรียกว่า  ทฤษฏีฆ่าวัวทิ้ง - ผลผลิตเพิ่ม  เป็นการอ้างเหตุและผลที่ผิดพลาด  เปรียบเปรยเหมือนนักวิจัยคนหนึ่งทำการค้นหาว่า  เหตุใดผลผลิตทางการเกษตรจึงเพิ่มขึ้น  เมื่อประมวลผลข้อมูลพบว่า  ตัวแปรที่มีนัยสำคัญทางสถิติก็คือ  การที่จำนวนวัวลดลง  จึงทำให้สรุปว่า  การที่จำนวนวัวลดลง  ส่งผลให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น  โดยที่ไม่ได้พิจารณาหรือไตร่ตรอง  ตัวแปรอื่น ๆ  ที่เป็นเหตุให้จำนวนวัวลดลง  หรือตัวแปรอื่นที่ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น  ทั้งที่ความจริง  หากพิจารณาตัวแปรอื่น ๆ  อย่างรอบคอบ  จะพบว่า  การที่ผลผลิตเพิ่มขึ้น  การที่ผลผลิตเพิ่มขึ้น  เกิดจากการใช้รถแทรกเตอร์เพิ่มขึ้น  ทั้งนี้เมื่อคนใช้รถแทรกเตอร์ในการเกษตรเพิ่มขึ้น  ความเป็นจริงการใช้วัวย่อมลดลง  จะถูกนำไปฆ่าเพื่อขายเป็นอาหารซึ่งเป็นเหตุเป็นผลกัน

 

ทฤษฎีลูกอมในขวดโหล

ทฤษฏีที่สาม  เรียกว่า  ทฤษฏีลูกอมในขวดโหล  สะท้อนการหยิบข้อมูลบางส่วนแล้วไปตีขลุมว่าเป็นเช่นนั้นทั้งหมด  สมมุติว่าในขวดโหลใบหนึ่งมีลูกอมหลากหลายชนิดอยู่  10,000 เม็ด  ภายในขวดโหลนี้มองไม่เห็นจากด้านนอก  เราล้วงหยิบลูกอมเม็ดแรกเป็นลูกอมรสน้ำผึ้งผสมมะนาว  จากนั้นหยิบอีกเม็ดหนึ่งเป็นลูกอมรสเดียวกัน  และส่งต่อให้เพื่อน  เพื่อนก็หยิบได้ลูกอมรสเดียวกัน  เราจึงสรุปว่าขวดโหลนี้บรรจุลูกอมน้ำผึ้งรสผสมมะนาวทั้งหมด  ทั้ง ๆ ที่ในความจริง  ข้อสรุปดังกล่าว  ใช้ไม่ได้ตามหลักสถิติ  เพราะการหยิบข้อมูลมาเพียง  2 -  3  ตัวอย่าง  แล้วสรุป ว่าประชากรทั้งหมดเป็นเช่นนั้น  วิธีนี้เป็นวิธีที่ผิด  จำนวนตัวอย่างไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเป็นเช่นนั้นได้  ถ้าจะให้เกิดความน่าเชื่อถือ จำเป็นต้องสุ่มหยิบลูกอมจำนวนที่มากเพียงพอ  และอยู่ในหลาย  ๆตำแหน่งของขวดโหลนั้น ๆ   เช่น ล้วงลงไปให้ลึกที่สุดแล้วหยิบมาจำนวนหนึ่ง  หยิบจากด้านบนจำนวนหนึ่ง  ล้วงหยิบจากด้านข้างซ้าย-ขวา  และตรงกลางของขวดโหลอีกจำนวนหนึ่ง   หยิบจากด้านบนอีกจำนวนหนึ่ง  ถ้าปรากฏว่าทุกเม็ดที่เราหยิบออกมาเป็นลูกอมรสน้ำผึ้งผสมมะนาว  เราก็อาจจะพอสรุปความน่าจะเป็นได้ว่า  ขวดโหลนี้น่าจะมีแต่ลูกอมรสน้ำผึ้งผสมมะนาว  อย่างไรก็ตาม  ข้อสรุปนี้เป็นเพียง  "ความน่าจะเป็น"  เท่านั้นไม่สามารถสรุปว่าทั้งหมดเป็นเช่นนั้นได้

 


 การที่คนคิดวิเคราะห์ไม่เป็น  ใช้เหตุผลไม่ได้  ย่อมมีแนวโน้มเชื่อตามได้ง่าย      


จากทั้ง 3 ทฤษฎี ผมคิดว่า น่าจะนำไปสู่กระบวนการคิดวิเคราะห์ ได้เป็นอย่างดี

(วันไหนที่ผมหาแหล่งข้อมูลมาได้ ผมจะมาupdateใหม่ ครับ)

ขอบคุณ..ความรู้ ดีดีที่ถ่ายเอกสารเก็บไว้ ของ อ.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์