๐ ประเลงแต้มแต่งโลก..เลือนโศกเศร้าด้วยรูปเงาบรรเจิด..แสนเฉิดฉายผ่านกรองร้อยถ้อยคำที่รำบายหอมก็ผายผ่านต้องให้มองเมียง๐ เมื่อเยื่อใยถักบ่วง..คล้องดวงขวัญจึงเมื่อนั้นแรงถวิล..เคยสิ้นเสียง-ก็เริ่มเร้ารัวย้ำส่งสำเนียง-ผ่านร้อยเรียงปรารถนาแทนมาลัย-๐ -สวมสอดเร่งมารยาให้อาวรณ์หอมหวานก็ปรุงป้อน.เพื่ออ่อนไหว-แฝงแววตาหวั่นสะทกแทรกอกใครสืบผ่านให้เจตจินต์..ต้องยินยอม๐ แอบซ่อนเถิดแฝงเร้น..อยู่เช่นนั้นจะเสกสรรค์กรองกานท์..ที่หวานหอม-ด้วยความในอกพร่ำ..ให้ด่ำดอมเพื่อเหนี่ยวน้อมใจคน..ให้อลเวง๐ เสพเถิด..ความหมายที่หมายว่า-จะพรรณนาห้วงจิตให้พิศเพ่งให้ความนั้นเร้ารัวใจตัวเอง-เพื่อคร่ำเคร่งติดตามทุกยามไป๐ ใช่ไหมว่า..บนแผ่นกระดานเดียวมีน้ำใจข้องเกี่ยว..กรากเชี่ยว-ไหลความหมายมุ่งปรุง-ปอง..จากห้องใจพร้องความนัยยอกย้อน..สุมซ้อนกัน๐ พลิ้วไหวราวแพรพัสตร์..สะบัดผืนโลมอกใจหวานชื่นในคืนฝันลมร่ำริ้วอ่อนแรงใต้แสงจันทร์เมื่อภูษิตผืนนั้น..เริ่มบรรเลง๐ สะบัดผืนคลื่นคีตประณีตหวานค่อยแผ่ซ่านรานรุมเข้ากุมเหงงดงามเอยหยัดหยั่ง..ในวังเวงให้อกหนึ่งคร่ำเคร่ง..ฟังเพลงครวญ๐ สายลมหนาวผ่าวผ่านมานานเนิ่นเข้าหยอกเอินอาวรณ์ให้ย้อนหวนใจเจ้าเอยลมเห่ก็เรรวนทั้งอบอวลหอมอยู่..ไม่รู้จาง๐ ลมหนาว..ระลอกน้ำไหลลามฝั่งเหมือนใครหลั่งหวานหอม..เข้าล้อม-ขวางอักษรกรองความวอน..ออดอ้อนวางย่อมสุดล้างนัยถ้อย..ใคร-ร้อยเรียง๐ ใช่ไหมว่า...บนแผ่นกระดานนั้นมีใฝ่ฝันจำนง..คอยส่งเสียงอ้อยสร้อยพะเน้าพะนอ..นั้นรอเคียงแผ่สำเนียงผ่านนัย..มอบให้ตรอง๐ ใช่ไหมว่า...กลางห้วงใจดวงขวัญอ่อนหวานนั้นรุมเร้าเป็นเจ้าของผ่านมาเถิดเลศแฝง..เจ้าแต่ง-กรองจะเผยเลศทั้งผอง..ให้พ้องกัน๐ เมื่อแฝงเร้นอ่านอยู่..พึงรู้ว่า-ถ้อยบรรดา..รอพร้อมโอบกล่อมขวัญเจ้าเอยนับแต่นี้..อย่ามีวัน-หยุดเสพถ้อยรำพัน..ตราบวันวาย๐ เมื่อแฝงเร้นอ่านอยู่..จงรู้ว่า-ปรารถนาใครหนึ่ง..ที่พึงหมาย-คือผู้เสพนัยรู้..เชิงชู้ชายเพื่อเนตรนั้นโชนฉาย..รับหมายนี้
สวัสดีค่ะ คุณ สดายุ
แวะมา...ทักทาย...อ่านบทกลอน...
ที่ประพันธ์ได้...ไพเราะ...และลงตัวค่ะ
สาวเอย...งามนัก
สวัสดีครับครูแป๋ม...
ผมขอสมัครเป็นลูกศิษย์สักคนนะครับ
ยินดีค่ะ....ห้ามดื้อนะคะ ถูกตีไม่รู้ด้วย อิอิ..