เมื่อจิตคิดจะเมตตาช่วยเหลือ ก็ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ที่จะมาขัดขวาง

      หลังจากที่ตัดสินใจในการ ที่จะไปเป็นอาสาสมัครที่คลินิก ของวัดไทยกุสินาราแล้ว ก็กลับมาเตรียมตัวของตัวเอง

  ไม่นึกว่า ชีวิตของข้าราชการระดับล่าง ช่างมีความความยุ่งยาก ในการไปต่างประเทศเป็นอย่างมาก ไม่มีเหตุผลใดๆที่เหมาะสมเลย เพราะหน้าที่ ก็ไม่ได้มีความจำเป็นถึงกับต้องไปต่างประเทศ เมื่อคิดลาวิธีการต่างๆไม่สำเร็จแน่แล้ว จึงได้กลับมาดูวันลาพักผ่อนที่เหลือ สามปีมานี้ ได้ลาพักไปแค่ 2 วันเท่านนั้น จึงลาได้ 28 วัน รวมกับเสาร์อาทิตย์ วันสงกรานต์ สรุปแล้วได้ 43 วัน

  ต้องขอขอบคุณ ที่ท่านสาธารณสุขอำเภอศรีราชา คุณสมฤดี สุขอุดม ได้ช่วยจัดการ แนะนำจนผู้เขียนลาได้สำเร็จ

  ต่อมาทางคุณพลเดชได้ช่วยหาทุน ทำหนังสือขาย ทั้งใน Gotoknow และบุคคลภายนอก ซึ่งจะมีการร่วมบุญและโอนเงินมาซื้อหนังสือ ถึงขั้นตอนสำคัญ ที่ผู้เขียนจะต้องกล่าวถึงบุคคล อีกท่านหนึ่ง ที่ผู้เขียนได้รับความเมตตาจากท่าน โดยการเปิดบัญชีลงชื่อร่วม เป็นเสมือนการรับรองกับงานครั้งนี้  และเผยแพร่ ให้คนโอนเงินผ่านบัญชีดังกล่าวด้วย

   ท่านคือ พลเอกเอกชัย  ศรีวิลาศ ด้วยเกียรติของท่านนายพล จึงทำให้การร่วมบุญครั้งนั้น เป็นไปอย่างน่าอบอุ่น ด้วยความเชื่อถือ หลายๆท่าน สั่งหนังสือ และโอนเงินเข้ามาในบัญชี อีกทั้งทุนที่คุณพลเดช วรฉัตร ช่วยในการพิมพ์หนังสือ ก็ผ่านบัญชี และนำขึ้น Gotoknow .ให้ได้ทราบยอดเงินเป็นประจำ เพียงเวลาหนึ่งเดือนเศษๆ หนังสือ"หนึ่งคนวาด หนึ่งคนแต่ง" ก็หมดอย่างอัศจรรย์ บางวันมียอดสั่งซื้อเป็นพันเล่ม

   ทุกครั้งที่ผู้เขียนเห็นตัวเลข ปรากฏในบัญชี เพิ่มยอดขึ้นไปเรื่อยๆ มีความรู้สึกตื้นตันใจ บางท่านไม่ทราบด้วยซ้ำ ว่าหนังสือ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร บางคนไม่เคยรู้จักผู้เขียนเลย และที่สำคัญท่านพลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ หรือลุงเอกของชาวGotoknow ก็เพิ่งจะเคยเห็นหน้ากัน ครั้งเดียวโดยแท้

  เมื่อจิตคิดจะเมตตาช่วยเหลือ ก็ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ที่จะมาขัดขวาง ลุงเอกยอมเสียเวลา ที่จะจัดการเปิดบัญชีให้ โอนเงินให้ และยังช่วยส่งหนังสือ ไปให้คนสำคัญๆ ในกรุงเทพฯ ที่ท่านรู้จักอีก

  เกียรติยศของลุงเอก สูงค่า และช่วยให้คนๆหนึ่งได้สมหวังในการได้ไปทำสิ่งที่ดีๆ ต่อตนเองและผู้อื่น ในต่างแดน ลุงเอกเป็นผู้ที่ต้องจดจารึกไว้ในดวงใจของผู้เขียนตลอดไป และซาบซึ้งในฐานะที่ตนเอง ได้รับการอนุเคราะห์ส่งเสริม ลุงเอกเปรียบเหมือนผู้เปิดทางสว่าง ให้สมบัติผ่านทาง ไปช่วยเหลือคนอีกคนหนึ่ง ให้ได้รับสิ่งสะดวกสบายในเวลาต่อมา

  เสียดายที่ผู้เขียน หมดคำพูด ที่พิศดาร มาบันทึก เพื่อกล่าวขอบคุณลุงเอกในวันนี้ ได้แต่ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย จงดลบันดาลให้ชีวิตของลุงเอก มีแต่ความสุขสว่างปลอดภัย ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งหนใดในโลกนี้ค่ะ

และไม่ว่าเวลาจะผ่านไป

 เนิ่นนานสักเท่าไหร่

ความทรงจำที่มีต่อลุงเอก

แจ่มชัดเสมอ

P

พลเอกเอกชัย ศรีวิลาศ

ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า