เรื่องเล่าจากคุณสุรินทร์ พิชัย ในตอนที่ 2 นี้จะขอกล่าวถึงระบบการให้น้ำ การใส่ปุ๋ย การกำจัดวัชพืช และการเก็บเกี่ยว รวมถึงต้นทุนการผลิตต่อไร่
ผมจะขออนุญาตนำเรื่องเล่าของคุณสุรินทร์ พิชัย มาแบ่งปันกันเพื่อการพัฒนาการผลิตมันสำปะหลัง ถึงแม้ว่าจะเป็นความรู้เชิงประสบการณ์ เฉพาะพื้นที่ก็ตาม อย่างน้อยๆก็จะเกิดการไหลขององค์ความรู้ หากจะมีเกษตรกรผู้มีแนวคิดที่จะปลูกมันสำปะหลัง หรือได้มีการปลูกมันสำปะหลังไปแล้วก็ตามอาจจะมีทั้งผู้ที่ประสบผลสำเร็จหรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยก็จะได้นำหลักการหรือวิธีการ ไปประยุกต์ใช้ และสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ ในตอนที่ 2 นี้ก็จะขอนำขั้นตอนการผลิตซึ่งต่อจากตอนที่ 1 คือ

ขั้นที่ 3. ระบบการให้น้ำจะอาศัยน้ำฝนจากธรรมชาติ ที่ตกตามฤดูกาล ประมาณเดือน มีนาคม- กุมภาพันธ์ ในช่วง 3 เดือนแรกการให้น้ำอย่างพอเหมาะ จะทำให้ต้นมันสำปะหลังมีการเจริญเติบโตทางลำต้นได้ดี ซึ่งจะส่งผลผลิตการเพิ่มผลผลิตหัวมัน
ขั้นที่ 4. การกำจัดวัชพืช มีการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช ฉีดพ่นจำนวน 2 ครั้ง ไม่มีการใช้ยาคุมหญ้าเพราะจะทำให้หน้าดินแน่น นอกจากนี้ยังมีการใช้วิธีกลโดยการไถพรวนกลบวัชพืชในร่อง

กองปุ๋ยอินทร์ทรีย์ที่ผลิตเอง
ขั้นที่ 5. การใส่ปุ๋ยในแปลงมันฯ มีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ จำนวน 50 กก.ต่อไร่ ผสมกับปุ๋ยเคมีสูตร 16-8-8 จำนวน 25 กก.ต่อไร่ หว่านก่อนการยกร่อง จากนั้นต้นมันฯมีอายุ 1 เดือนใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 25 กก.ต่อไร่ ผสมกับปุ๋ยยูเรีย จำนวน 25 กก.ต่อไร่ ผสมกับปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-60 จำนวน 25 กก.ต่อไร่ โดยวิธีการหยอดข้างต้นมันฯแล้วใช้รถไถกลบ ซึ่งจะช่วยเร่งในการสร้างหัวให้ดีขึ้น และช่วง 3 เดือน ทำการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ จำนวน 25 กก.ต่อไร่และปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-60 และยูเรีย จำนวน 25 กก.ต่อไร่หยอดลงข้างต้นแล้วใช้รถไถกลบ เพื่อเร่งการสร้างหัว นอกจากนี้ยังมีการฉีดพ่นฮอร์โมนทางใบเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตทางยอด มันฯอายุ 3 เดือน 1ครั้ง และ 5 เดือน 1 ครั้ง เพราะทำให้ข้อสั้น ลดการเจริญเติบโตทางต้น อัตราที่ใช้ 1 ลิตร ต่อน้ำ 500 ลิตร

ขั้นที่ 6. การเก็บเกี่ยวผลผลิต จะทำการขุดหัวมันฯ เมื่อต้นมันมีอายุ 11.5 เดือน ตรงกับกลางเดือนกุมภาพันธ์ (ก่อนตรุษจีน ) ขุดช่วงฤดูแล้งเพื่อให้มีเปอร์เซ็นต์แป้งสูง น้ำหนักดี ผลผลิตเฉลี่ย 10 ตันต่อไร่ จะมีเปอร์เซ็นต์แป้ง ประมาณ 27 ขึ้นไป จากประสบการณ์ของคุณสุรินทร์ มีข้อสังเกตว่าหากเก็บหัวมันในช่วงแล้ง เปอร์เซ็นต์แป้งจะสูง โดยสังเกตหากแป้งดี ใบล่างจะร่วงหล่น
สำหรับต้นทุนการผลิตต่อไร่ ที่ทางคุณสุรินทร์ ได้มีการจดบันทึกไว้ จะมีค่าใช้จ่ายดังนี้
( 1 ) ค่าจ้างเตรียมดิน ไร่ละ 700 บาท
( 2 ) ค่าท่อนพันธุ์ปลูก ไร่ละ 760 บาท
( 3 ) ค่าปุ๋ย อินทรีย์/ เคมี และฮอร์โมน ไร่ละ 2, 635 บาท
( 4 ) ค่าสารเคมีกำจัดวัชพืช และสารกำจัดศัตรูพืช ไร่ละ 800 บาท
( 5 ) ค่าจ้างเก็บเกี่ยว และขนส่ง ไร่ละ 2,500 บาท
รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น จำนวน 7,395 บาท ต่อไร่ ราคาที่ขายได้ ตันละ 1,700ท บาท( ได้ 10 ตัน ) เพราะฉะนั้นได้กำไร จำนวน 9,605 บาทต่อไร่
แหล่งข้อมูล; คุณสุรินทร์ พิชัย หมู่4 ต.วังไทร อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร