ประทับใจและแสนที่จะชื่นชมในแนวคิดของผู้ใหญ่ของจังหวัดนี้ ที่ได้บ่มฟักความรักในวิถีชีวิต รากเหง้าและสิ่งที่เป็นวัฒนะธรรมให้กับเด็กรุ่นหลังอย่างงดงาม ในอนาคต เธอเหล่านี้จะเป็นผุ้สืบทอดและหวงแหนสิ่งที่มีคุณค่าที่มีมาอย่างช้านานได้อย่างดีที่สุด

ก่อนที่จะมีการประชุมวิชาการประจำปีของสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่๑๐ -๑๓ มีนาคมนี้แม่ต้อยและ น้องประจำทีมคือ พอลล่าและ น้องละเอียด ได้มีโอกาสแวบไปสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ที่จังหวัดน่าน

       ที่จังหวัดน่านแม่ต้อยมีความประทับใจในหลายๆอย่าง นับตั้งแต่แม่ต้อยมีพี่และเพื่อนสนิทที่เรียนจากสถาบันเดียวกันมาทำงานที่นี่ ซึ่งก็เป็นโอกาสดีที่เราได้มาพบและร่วมงานกันอีก

       ทุกครั้งที่มาที่จังหวัดน่าน ก็จะมีความรู้สึกเหมือนเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือ รักในมนต์เสน่ห์ความเรียบง่าย วิถีชีวิตของผู้คน รอยยิ้มที่แสนซื่อที่ยังมีให้เห็น วัฒนธรรมการดำรงชีวิตอย่างสมถะ เรียบง่าย วัดวาอารามที่เก่าแก่ที่มีอยู่แทบทุกมุมเมือง ที่แสดงถึงความศรัทธาและยึดมั่นในพระพุทธศาสนาอย่างยาวนาน

       และทุกครั้งอีกเหมือนกันที่ได้มีโอกาสมาที่นี่  สิ่งหนึ่งที่จะต้องปฏิบัติ คือการเข้าไปกราบคารวะ อาจารย์ผู้ใหญ่คนหนึ่งแม่ต้อยเคารพนับถือท่านมาเป็นเวลานาน ท่านเป็นปูชนียะบุคคลที่แม่ต้อยและรวมทั้งบุคลากร ด้านการแพทย์ และสาธารณสุขอื่นๆอีกมากมาย  ถือเป็นแบบอย่างในการทำงานและการดำรงชีวิตอย่างมีความหมาย

ท่านคือ อาจารย์ นายแพทย์ บุญยงค์ วงศ์รักมิตร ท่านเป็นนักบริหาร และมองทุกสิ่งอย่างเชื่อมโยงและเป็นองค์รวม เป็นผู้นำในการสร้างชุมชนเข้มแข็งอย่างเข้าใจลึกซึ้ง ยึดมั่นในการดำรงชีวิตอย่างเพียงพอ แม่ต้อยจำได้ว่าตลอดชีวิตของการรับราชการท่านเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ของชาวสาธารณสุข และแม้ว่าท่านจะมีความโดดเด่นและก้าวหน้าทางราชการเพียงใด ก็ตาม ท่านปฏิเสธที่จะย้ายไปดำรงตำแหน่งบริหารที่สูงขึ้น ขอเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่านจนท่านเกษียณอายุราชการ  เมื่อได้มากราบคารวะท่านแล้ว สิ่งที่มีค่ามากที่สุดคือท่านจะให้แนวคิดในการทำงาน โดยเฉพาะหลักคิดในการทำงานกับโรงพยาบาล กับประชาชน

 

แม่ต้อย ท่านอาจารย์ บุญยงค์ และคุณชุลีพร

อีกภาพคะมีพอลล่าด้วยคะภาพนี้

ที่จริงแม่ต้อยมาที่จังหวัดน่านหลายต่อหลายครั้งและมีโอกาสได้เข้ากราบไหว้ พระ ตามวัดวาอารามต่างๆเกือบทุกแห่ง แต่มาคราวนี้แม่ต้อยได้เรียนรู้เรื่องเพิ่มเติมขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่งจึงอยากนำมาเล่าต่อดังนี้นะคะ

ที่วัดภูมินทร์เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่แม่ต้อยต้องเข้ามากราบไหว้ทุกครั้งหากได้มาที่น่าน  เนื่องจากความงดงามของวิหารทรงจัตุรมุขแบบล้านนา อาคารนี้จะรวมทั้ง วิหาร โบสถ์ และพระเจดีย์ประธาน ในแห่งเดียวกัน ซึ่งจะหาดูได้ยากมาก อาจจะเป็นเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่มีลักษณะแบบนี้ นอกจากนั้นวัดนี้ยังคล้าย กับตั้งอยู่บนหลังพระยานาคขนาดใหญ่ สองตัว งดงามมากจริงๆคะและอยู่ในใจกลางเมืองด้วย จึงสะดวกในการเข้าไปแวะชมเป็นอย่างยิ่ง

คราวนี้แม่ต้อยก็ไปอีกครั้งคะ เมื่อก้มกราบพระเสร็จแล้ว ก็พบกับน้องๆเด็กนักเรียนนั่งพับเพียบคอยอยู่และถามแม่ต้อยว่า

สวัสดีคะ อยากทราบรายละเอียดประวัติของวัดภูมินทร์ เพิ่มเติมไหมคะ?

แม่ต้อยก็เลยถามว่า

ดีเหมือนกัน หนูเป็นใครคะ?

หนูเป็นมัคคุเทศก์ น้อยคะ ใช้เวลาหลังเลิกเรียนแล้วมาช่วยอาสาสมัครเล่าประวัติศาสตร์และ เรื่องราวชาดกที่ปรากฏในภาพวาดของวัดให้แขกที่มาที่น่านได้เข้าใจคะ

แม่ต้อยนึกประทับใจและแสนที่จะชื่นชมในแนวคิดของผู้ใหญ่ของจังหวัดนี้ ที่ได้บ่มฟักความรักในวิถีชีวิต รากเหง้าและสิ่งที่เป็นวัฒนะธรรมให้กับเด็กรุ่นหลังอย่างงดงาม ในอนาคต เธอเหล่านี้จะเป็นผุ้สืบทอดและหวงแหนสิ่งที่มีคุณค่าที่มีมาอย่างช้านานได้อย่างดีที่สุด

มัคคุเทศน์น้อยที่จังหวัดน่าน

เธอได้นำแม่ต้อยและเพื่อนๆ เดินชมรอบอาคาร พร้อมกับอธิบายอย่างคล่องแคล่ว

ภายในวัดนี้จะมีจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามและเลื่องชื่อ ทั้งเรื่องชาดก วิถีชีวิต การแต่งกาย การทอผ้า การประพฤติตนในหลักศีล ๕ ข้อ การติดต่อค้าขายกับคนต่างชาติในสมัยนั้นเป็นต้น

       แต่ที่แม่ต้อยชอบที่สุด ที่จะมาเล่าในวันนี้คือภาพ การเกี้ยวพาราสี ของคนในยุคสมัยนั้นคะ

เป็นภาพของปู่ม่าน ย่าม่าน( น่าจะเป็นคำเรียกที่มีอิทธิพลจากพม่า) เป็นภาพที่แสดงอารมณ์ และใช้สีที่สวยงาม ที่สำคัญแม่ต้อยเห็นภาพรอยสักที่บริเวณโคนขา กลางลำตัว และบริเวณแขนของปุ่ม่านซึ่งเป็นเครื่องที่แสดงถึงความสูงศักดิ์และความขลังของผู้ชายในสมัยนั้น ส่วนย่าม่านสังเกตเห็นว่าที่ใบหูข้างซ้ายนั้นจะเจาะเป็นห่วงใหญ่คล้ายๆที่สาวๆในปัจจุบันนิยมใส่ตุ้มหูกัน แต่ของย่าม่านจะรูใหญ่มาก และย่าได้ใช้บุหรี่ขี้โยสอดไว้แทนตุ้มหู

ภาพนี้เป็นภาพที่ปู่ม่าน กระซิบบอกอะไรบางอย่างให้ย่าม่านคะ!!!!!!!!

รุปปู่ม่านและย่าม่านอยู่ขวามือนะคะ 

น้องมัคคุเทศน้อยได้บอกแม่ต้อยว่า เสียงกระซิบของ ปู่ม่านนี้ เรียกว่า เสียงกระซิบ ..บันลือโลกคะ

 

เอ้ะ..น่าสนใจ  ..น่าสนใจ ต่อมอยากรู้ อยากเห็นพุ่งปริ้ดอย่างรวดเร็ว

เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะว่า ปู่ม่านกระซิบว่าอย่างไรบ้าง? แม่ต้อยซักไซ้ไล่เลียง

น้องๆเก่งมากคะ เธอเล่าว่าอย่างนี้นะคะ ( อาจจะคลาดเคลื่อนบ้างก็ไม่มาก อิอิ)

ปู่ม่านกระซิบให้ย่าม่านว่าอย่างนี้คะ

             

หากจะฝากหัวใจน้องไว้ที่น้ำ เกรงว่าจะหนาวเหน็บ....หากจะฝากหัวใจน้องที่ท้องฟ้า..กลัวว่าจะถูกลักพาหายไป....จึงขอเก็บหัวใจน้องไว้ในใจพี่ เพื่อตื่นขึ้นมาจะได้เห็นหน้าและพบกันทุกวันไป....

โอ้โห โอ้โห แม่ต้อยเอ็ดอึงอยู่ในใจ คนสมัยก่อนเขามีวิธีเกี้ยวพาราสีแบบนี้นี่เอง ในปัจจุบันนี้จะมีใครกระซิบแบบนี้อีกไหมนะ?

แม่ต้อยมาศึกษาเพิ่มเติมทีหลังและได้ทราบอีกว่าภาพนี้เป็นภาพที่มีความโดดเด่นมากในการใช้สีวาดและเป็นภาพที่ทุกคนมาที่วัดนี้จะต้องมาดูด้วยนะคะ

และด้วยความงดงามของวัดนี้ทำให้รัฐบาลในสมัยรัชกาลที่๘ได้จัดพิมพ์รูปวัดภูมินทร์ในธนบัตรมาแล้วคะ หากใครยังมีลองไปค้นดูนะคะ หรือไปขอของคุณปู่คุณย่าก้ได้คะ

ด้านหน้าวัดภูมินทร์คะ

แม่ต้อยจึงขอจบเรื่องราวบางส่วนของจังหวัดน่านและเสียงกระซิบบันลือโลกของปู่ม่าน ที่สุดแสนจะโรแมนติก เท่านี้นะคะ

สวัสดีคะ