นัตถิ ตัณหา สมา นที

การแสวงหาของคนเราที่อยู่บนโลกนี้แสวงหากันจริงแสวงหากันจัง  แสวงหาจนไม่รู้ว่าอะไรควรแสวงหาอะไรไม่ควรแสวงหา  ดูคิดดูเล่น ๆ นะ ตั้งแต่เกิดมาแล้วมีการแสวงหากันตลอดเลยอย่างพวกเด็ก ๆ ตามบ้านนอกออกไปแสวงหาของเล่นขี่ม้ากาบกล้วยวิ่งไล่จับตั๊กแตน

พอตัวใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็ออกไปกลางทุ่งนาหากบเขียดปูปลาตามหนองบึงเอามาแกงกินเป็นอาหารบางคนแสวงหาการเรียนรู้บางคนแสวงหาเงินทองข้าวของเครื่องใช้บางคนแสวงหางานทำเดินทางอยู่ไม่หยุด  การค้นหาสิ่งเหล่านั้นเพื่ออะไรกันก็อาจจะมีคำตอบมากมาย 

บางคนเที่ยวดูชมสิ่งยิ่งใหญ่ในโลกไปไกลแค่ไหนก็ขอให้ได้พบเจอถือว่าเป็นบุญตาก็เพียงพอแก่ความต้องการแล้ว  ที่ว่าพอนะเพียงพอจริงรึ  เพราะความอยากของคนไม่แห้งหายไปเหมือนสายน้ำลำคลองที่แห้งขอดเห็นดินแยกแตกระแหงในยามเดือนสีเดือนห้า 

 เพราะคำพระว่า  นัตถิ  ตัณหา  สมา  นที  แม้น้ำมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไฟศาลก็ยังไม่เท่าความกว้างใหญ่ของความอยากได้อยากมีและอยากเป็นในจิตใจคนเรา   อย่างไรก็ตามผมคิดว่าการแสวงหาสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในโลกนี้ไม่มีอะไรเกินไปกว่า...ความอิสระทางจิตใจในตนเอง...ความอิสระนี้ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทาน  แม่ร่างกายจะถูกจองจำไร้อิสระอย่างไร 

 ผู้มีอำนาจปกครองบังคับตีตรา ประทับกักขังอย่างไร  ถ้าค้นหาความอิสระทางจิตใจตนเจอนี่...โลกทั้งใบมอบให้คุณ ( ใจ ) คนเดียวเลยละอิสระจริง  ยิ่งใหญ่จริง  เพราะไม่เป็นทาสของอะไรไงละ...อิ อิ อิ.