ชีวิตของผมถูกดึงไปเกี่ยวข้องกับงานกำหนดนโยบายมากขึ้น   ทำให้ผมตีความจากประสบการณ์ว่า สังคมไทยเราคล้ายๆ ทำงานกำหนดนโยบายใต้เสาไฟ

          เรื่องนี้เป็นนิทาน   ว่า ค่ำวันหนึ่งชายคนหนึ่งไปพบคนเมากำลังหาอะไรง่วนอยู่ใต้ เสาไฟฟ้า    จึงเข้าไปถามว่าหาอะไร
               ตอบ  : หาพวงกุญแจ
               ถาม  : มันตกตรงไหน
               ตอบ  : ตกตรงโน้น (ชี้มือไปที่มืด)
               ถาม  : แล้วทำไมมาหาตรงนี้ล่ะ
               ตอบ  : ก็ตรงนี้มันสว่าง มองเห็น   ตรงโน้นมองไม่เห็น

          ลองตรองดูให้ลึกๆ เถิดครับ   พวกเราทุกคนกำลัง “หาของใต้เสาไฟ” กันอยู่ทุกคน   ในบางเรื่อง

          คล้ายๆ กับว่า เราเกาตรงที่เราเกาถึง   แต่จริงๆ แล้ว ไม่ถูกที่คัน

          ในบางกรณี เราต้องแสดงท่าทีเกาอย่างขยันขันแข็ง   เพื่อแสดงว่าเราเป็นคนดี คนทำงาน คนขยัน   ทั้งๆ ที่กำลังเกาอะไรก็ไม่รู้ เพื่ออะไรก็ไม่รู้    อ้า! เพื่ออะไร รู้ครับ   เพื่อตัวเราเอง

          ที่สำคัญ ผมถามตัวเองว่า ที่ผมเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น   ผมกำลังร่วมทำนโยบายใต้เสาไฟหรือเปล่า    ผมว่าใช่นะครับ   เช่นเราทำนโยบายเพื่อคุณภาพอุดมศึกษา   “ใต้เสาไฟ” คือทำงานออกกฎระเบียบ   ที่มืด คือ การดำเนินการจริงของสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ   และชีวิตจริงของนักศึกษา    เราไม่รู้ หรือไม่รู้จริง ว่าเขาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ดีหรือไม่ดีอย่างไร

          ดังนั้น การทำงานนโยบาย จึงต้องทำให้ “สว่างทั่วแผ่นดิน” โดยการจัดให้มีงานวิจัยระบบ   ซึ่งในกรณีเรื่องในย่อหน้าบน คือระบบอุดมศึกษา

          หน้าที่ทำงานนโยบาย จึงจะไม่ใช่นโยบายใต้เสาไฟ   แต่เป็นนโยบายทั่วแผ่นดิน

          ผมถามตัวเองว่า ทำงานนโยบายทั่วแผ่นดิน ในเรื่องอุดมศึกษา ทำอย่างไร

 

          ท่านผู้อ่านมีคำแนะนำผมไหมครับ

 

 

วิจารณ์ พานิช
๑๙ ก.พ. ๕๒