พลังแห่งการถ่ายทอด
เครื่องขยายเสียงหรือไมโครโฟน จัดเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ในการบรรยายทุกๆ ครั้ง
ผู้ฟังหรือผู้เข้าอบรมจะเกิดอารมณ์ร่วมหรือเข้าใจในเนื้อหานั้นได้ขนาดไหน
ขึ้นอยู่กับระบบเสียงที่สื่อออกไปถึงผู้ฟัง
และขึ้นอยู่กับพลังแห่งการถ่ายทอด...ของตัววิทยากรเอง...
เมื่อต้นเดือนตุลาคม ปี 51
ผมกับเพื่อนๆ ในชั้นเรียนได้ไปเข้าคอร์ส Action Learning
ของ Dr. Michael J. Marquardt ที่สหรัฐอเมริกา
โดย โครงการ Ph.D. HRD ม.รามคำแหง เป็นเจ้าภาพพาไป
ทำให้ผมเชื่อในพลังแห่งการถ่ายทอดจริงๆ
เพราะในการบรรยายนั้น
วิทยากรจากสถาบัน World Institute for Action Learning: WIAL
ทั้งหมด มิได้ใช้เครื่องขยายเสียงในการบรรยายเลย...
ทางท่านก็บรรยายด้วยเสียงที่ค่อย
บางท่านก็บรรยายเสียงดัง...เราจึงต้องตั้งใจฟังมากขึ้นกว่าเดิม
โสตประสาทการได้ยิน ได้ทำงานอย่างเต็มที่ก็คราวนี้เอง...
ทำให้ผมคิดถึงสาเหตุของการบรรยายแบบนี้ว่า...
- เพื่อให้เนื้อหานั้นออกมาจากความรู้สึกจริง
เป็นการถ่ายทอดเพื่อให้เข้าใจถึงความรู้สึกที่ต้องการสื่อให้ผู้ฟังทราบโดยตรง
ว่ามีความรู้สึกเช่นไร?...อยากสื่ออะไรให้เรารู้
โดยการได้ฟังเสียงแท้ๆ ที่มิได้ปรุงแต่งให้ดังขึ้นด้วยเทคโนโลยี...
- เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความตั้งใจฟังมากขึ้น
การที่ผู้บรรยายพูดโดยไม่มีเครื่องขยายเสียง
จะทำให้เสียงของการพูดด้อยลง
ผู้ฟังก็จะสนใจฟังมากขึ้น...
มีความเอื้อเฟื้อต่อกัน เกรงใจกัน
ใครที่ไม่ได้ฟังก็เงียบๆ ไว้...จะได้ไม่กวนใจเพื่อนที่นั่งข้างๆ
- เพื่อให้การบรรยายเป็นกันเองเหมือนพูดคุยกัน
เป็นการสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง สบายๆ
เหมือนการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) ระหว่างกัน
เพราะการถือไมค์ ยังไงก็ดูเป็นทางการ...
ผมลองสอบถามเพื่อนๆ ที่เรียนจบจากต่างประเทศ
ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า
อาจารย์หรือผู้บรรยายชาวต่างประเทศ ไม่นิยมใช้เครื่องขยายเสียง...
ซึ่งอาจจะมีเหตุผลอื่นๆ อีกก็ได้
และหากเกิดเครื่องขยายเสียงใช้ไม่ได้ล่ะครับ???
มิต้องหยุดการบรรยายไปเลยหรือ???
หมั่นฝึกพลังการพูด พลังการบรรยายให้ออกมาจากความรู้สึกกันโดยเร็ว...!!!
มาถึงตรงนี้ผมจึงได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการพูดของวิทยากรว่า...
ใครที่อยากเป็นสุดยอดวิทยากร!!!
ต้องมีพลังในการถ่ายทอดที่ดี
สามารถสื่อความรู้สึกถึงผู้ฟังได้ชัดเจน...
และที่สำคัญ...การพูดการจาต้องชัดถ้อยชัดคำ
ห้ามอ้อแอ้ในลำคอ...หรือพูดแบบบ่นงึมงำ...ได้ยินอยู่คนเดียว
ไม่เฉพาะแต่ผู้เป็นวิทยากรหรือผู้ที่บรรยายเท่านั้นครับ...
แต่การพูดจากันเอง ก็ต้องชัดเจนด้วย อย่าหวังที่จะให้คนอื่นเข้าใจที่เราพูด
เรา...ต้องหมั่นสำรวจตัวเองอยู่เสมอว่า...
เราเป็นคนหนึ่งที่พูดไม่ชัด...เพื่อนฟังไม่รู้เรื่องหรือไม่???
ดังสุภาษิตที่ว่า...
“เมื่อพูดไปเขาไม่รู้กลับขู่เขา
ว่าโง่เง่างมเงอะเซอะหนักหนา
ตัวของเราทำไมไม่โกรธา
ไยพูดจาให้เขาไม่เข้าใจ”
สำรวจตัวเองให้ดีครับ...ว่าบัดนี้เราพร้อมที่จะส่งพลังในการถ่ายทอดแล้วหรือยัง???