กำเนิดไทย

                                                 ถิ่นกำเนิดชนชาติไทย

                                                                               

                                        ถิ่นกำเนิดของชนชาติไทย  ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบัน  เนื่องจากยังหาหลักฐานมา

ยืนยันอย่างชัดเจนไม่ได้ว่าชนชาติไทย มีถิ่นกำเนิดที่แท้จริงอยู่ที่บริเวณใด  คงมีเพียงข้ออ้างอิง  ทฤษฎี  และข้อ

สันนิฐาน ว่ามีถิ่นกำเนิดในที่ต่างๆ  กันไป ตามแต่ใครจะหาหลักฐานอ้างอิง หรือมีเหตุผลประกอบการนำเสนอ

พร้อมหลักฐานอ้างอิงได้  ซึ่มีนักประวัติศาสตร์หลายท่านได้ค้นคว้า  ศึกษา  เสาะแสวงหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์

มายืนยันอยู่หลายท่าน ซึ่งแต่ละท่านก็ได้แสดงความคิดเห็นพร้อมทั้งเสนอพยานหลักฐานยืนยันแนวความคิดของ

ตนเอง  ซึ่งได้เสนอไว้เป็นแนวทางในการศึกษาถึงถิ่นกำเนิดของชนชาติไทย ดังนี้                                                                               ภาชนะเครื่องใช้ มีอายุประมาณ 4500 ถึง 3500 ปีมาแล้วพบว่า

                                                                                                                                                              มีการตั้งถิ่นฐานในเขตพื้นที่ราบลุ่มริมทางน้ำใหญ่  จ.ลพบุรี

1.  บริเวณตอนเหนือของประเทศจีน

                                        วิลเลี่ยม  กลิฟตัน  ดอดด์  มิชชันนารีชาวอเมริกัน  เคยเดินทางไปมณพลยูนนานในประเทศจีน  ระหว่าง พ.ศ.2450 2461  และได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับชนชาติไทย ชื่อ  ชาติไทย : พี่อ้ายของคนจีน  ซึ่งหลวงแพทย์นิติสวรรค์  ฮวดหลี  หุตะโกวิท  ได้แปลเป็นภาษาไทยว่า ชนชาติไทย  ดอด์ด อธิบายว่า กลุ่มคนไทยมีเชื้อชาติสายมองโกล  พูดภาษาไทย  อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของจีน  เรียกตนเองว่า อ้ายลาว  (จีนเรียก ต้ามุง)  ชนชาตินี้เคยครอบครองดินแดนประเทศจีนปัจจุบัน  แต่ถูกจีนรุกราน  จึงถอยร่นมาตั้งถิ่นฐานในมณฑลยูนนาน  ไกวเจา  กวางตุ้ง  และกวางสี  โดยอยู่ภายใต้การปกครองของจีน  แต่มีคนไทยบางส่วนได้อพยพลงมาทางใต้  เข้าสู่คาบสมุทรอินโดจีนและได้ร่วมกันก่อตั้งอาณาจักรน่านเจ้าในเวลาต่อมา

                                         ขุนวิจิตรมาตรา  (รองอำมาตย์โทสง่า  กาญจนาคพันธ์)   ได้แสดงความคิดเห็นไว้ในหนังสือ หลักไทย ว่าถิ่นเดิม

ของชนชาติไทยอยู่ที่บริเวณเทือกเขาอัลไต  ทางตอนเหนือของจีน (ติดกับมองโกเลีย)  ต่อมาจึงได้อพยพลงไปทางใต้เพื่อหาที่อยู่ใหม่ที่อุดม

สมบูรณ์กว่า   และได้ก่อตั้ง นครลุง  ขึ้น หลังจากนั้นอพยพมาทางบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวน  แล้วสร้างเมืองใหม่ คือ นครปา

  หรือ  อ้ายลาว  ซึ่งต่อมาถูกจีนครอบครอง จึงอพยพลงมาทางใต้  เข้าสู่คาบสมุทรอินโดจีน  และดินแดนประเทศไทยปัจจุบันตามลำดับ   

 

2. บริเวณตอนกลางของประเทศจีน

                                        เทเรียน  เดอ  ลา  คูเปอรี   เป็นชาวอังกฤษ และเป็นผู้เชียวชาญทางภาษาศาสตร์ของอินโดจีน  ได้ศึกษาจากเอกสารจีน  กล่าวว่า

อาณาจักรต้ามุง  ซึ่งเป็นกลุ่มชนชาติไทยในมณฑลเสฉวนของจีน  ระยะแรกชนชาติจีนได้ยกย่องชนชาติไทยว่าเป็นชนชาติที่น่ายกย่อง  เพราะต้ามุง

หมายถึงเมืองใหญ่ และมีความสัมพันธ์อันดีต่อกั้น  แต่ต่อมาจีนเริ่มรุกรานเข้ามาในอาณาจักรต้ามุง  คนไทยจึงได้อพยพลงมาทางใต้บริเวณมณฑลเสฉวน                             ขุนวิจิตรมาตรา

 และเข้าสู่ตอนเหนือของคาบสมุทรอินโดจีนในระยะต่อมา

                                        หลวงวิจิตรวาทการ และ  พระยาอนุมาณราชธร   ได้วิเคราะห์เรื่องถิ่นกำเนิดของไทยไว้ในหนังสือเรื่อง งานค้นคว้าเรื่องเชื้อ

ชาติไทย  ว่า ถิ่นกำเนิดของชนชาติไทยอยู่ในดินแดนที่เป็นมณฑลเสฉวน  ฮูเป  อันฮุย  และ  เกียงสี  บริเวณตอนกลางของจีน  ต่อจากนั้นจึงอพยพลงมา

ทางตอนใต้ที่เป็นมณฑลยูนนานและแหลมอินโดจีน

 


3. บริเวณตอนใต้ของจีน

                                        สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  (บิดาแห่งวิชาประวัติศาสตร์ไทย)  ได้แสดงพระราชดำริไว้ในนิพนธ์

เรื่อง  แสดงบรรยายพงศาวดารสยามและลักษณะการปกครองประเทศสยามแต่โบราณ  ว่า   แต่เดิมชนชาติไทยมีภูมิลำเนาอยู่ทางตอนใต้ของจีน  แถบ

มณฑลกวางตุ้ง  และยูนนาน  ต่อมาถูกจีนรุกรานจึงอพยพเพื่อแสวงหาดินแดนใหม่  โดยแยกออกเป็น  2  สายดังนี้

-          สายที่ 1  อพยพไปทางทิศตะวันตกแถบลุ่มน้ำสาละวินในพม่า  และบริเวณรัฐอัสสัมของอินเดียปัจจุบัน  เรียกว่า ไทยใหญ่

-          สายที่ 2  อพยพลงมาทางใต้แถบบริเวณแคว้นตัวเกี๋ย  สิบสองจุไท  สิบสองปันนา  ลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน  เรียกว่า ไทยน้อย

ซึ่งถือเป็นบรรพบุรุษของคนไทยปัจจุบัน

                                                                                                                                                                                                                                                                สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

4.  บริเวณดินแดนประเทศไทยปัจจุบัน                                                                                                                                                                                   

                                        อารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์  ในบริเวณที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบันนี้  ได้มีนักโบราณคดี นักมนุษยวิทยา และนักชาติพันธุ์วิทยา  ได้ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องราวของมนุษย์ในยุดที่ยัง  ไม่มีตัวอักษรสำหรับใช้บันทึกเรื่องราวของตนเป็นหลักฐานและความรู้ทางเทคโนโลยี ก็อยู่ในระดับต่ำซึ่งเรียกว่า ยุคหิน  และ  ยุคโลหะ  อันเป็นสมัยก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏว่าได้ค้นพบโครงกระดูก  เครื่องมือ  เครื่องใช้  ของมนุษย์ในสมัยดังกล่าวเป็นจำนวนมาก  สันนิษฐานว่า ในดินแดนอันเป็นที่ตั้งของประเทศไทยปัจจุบันนี้เคยเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ของโลกแห่งหนึ่ง  ก่อนจะถึงยุดที่มีตัวอักษรบันทึกเรื่องราว  แหล่งที่ค้นพบอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทยที่สำคัญ คือ                                                                                                                       

-          ถ้ำผี  อยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน  มีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์และ                                                                                                                    

         เครื่องมือที่ทำด้วยหิน  มีอายุรุ่นเดียวกับโครงกระดูกมนุษย์ที่ค้นพบที่กรุงปักกิ่งของจีน                                                                                                                  

-          ถ้ำพระ   อยู่ในเขตอำเภอไทรโยค  จังหวัดกาญจนบุรี  ได้ขุดพบโครงกระดูกมนุษย์และ                                                                                                               

          เครื่องมืดที่ทำด้วยหิน แสดงถึงพิธีกรรมในการฝังศพ  และมีความเชื่อถือในเรื่องวิญญาณ                                                                                                               

          ที่จะกลับมาฟื้นคืนชีพได้อีก

 

                                                                                        ภาพเขียนสีบนเผิงหิน ที่เขาจันทร์งาม จ.นครราชสีมา          

                                                                                                                                                                                                                                                                                          

 

                                                                                                                                                                จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์บริเวณภาคกลางของประเทศไทย เป็นที่อยู่อาศัย
                                                                                                                         ของกลุ่มชนที่เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้
  เป็นกลุ่มชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์
                                                                                                                         อายุประมาณ
4500-3500 ปีมาแล้ว  และได้พัฒนามาเป็นชุมชน
                                                                                                                         โบราณสมัยประวัติศาสตร์ในเวลาต่อมา

 

                                        -      บ้านเชียง   เป็นตำบลหนึ่งในเขตอำเภอหนองหาน  จังหวัดอุดรธานี  มีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์  เครื่องปั้นดินเผาที่มีการ

เขียนลวดลายด้วยสีสรรอย่างสวยงาม  นอกจากนี้ยังพบปลายหอกทำด้วยสำริด  กำไลแขนสำริด  ลูกปัดแก้ว  ซึ่งมีอายุมากกว่า 7,000-5,000 ปีมาแล้ว  หรือ

ราว 1,800 ปีก่อนพุทธกาล  ถือเป็นแหล่งกำเนิดอารยะธรรมอันเก่าแก่ที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง

                                        เมื่อปี พ.ศ.2500 ได้มีการขุดพบภาชนะดินเผา ที่ตำบลบ้านเชียง  อำเภอหนองหาน  จังหวัดอุดรธานี ได้พบหลักฐานทางโบราณคดี

ต่างๆ หลายประเภท ทั้งที่เป็นโครงกระดูก และภาชนะเคื่องปั้นดินเผาที่เขียนลวดลายด้วยสีแดง รวมทั้งวัตถุที่ทำด้วยหิน  สำริด  และเหล็ก เป็นจำนวนมาก  ทาง

กรมศิลปากรได้ตรวจหาอายุด้วยวิธี เทอร์โมมิเนสเซนต์ พบว่าเป็นโบราณวัตถุที่มีอายุราว 7,000 5,000 ปี เป็นโบราณวัตถุยุดก่อนประวัติศาสตร์

เชสเตอร์ กอร์แมน และอาจารย์พิสิฐ  เจริญวงศ์  นักโบราณคดีได้ตั้งทฤษฎีเกี่ยวกับสำริดที่บ้านเชียงว่า  การขุดพบสำริดในดินแดนต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นเอเชียไมเนอร์  ทะเลเมดิเตอเรเนียน ลุ่มแม่น้ำสินธุ  ซึ่งดินแดนเหล่านั้มีแร่ทองแดงอยู่เป็นจำนวนมาก  แต่ไม่พบดีบุกเลย จึงเป็นไปได้ว่าดินแดน            เครื่องปั้นดินเผา