หลักคิด ทิศทางสำคัญ

วิสัยทัศน์

"แผนชีวิตชุมชน อนาคตของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน"

ยุทธศาสตร์ 

"สร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น และทิศทางการพัฒนาที่ถูกต้อง โดยกระบวนการแผนชีวิตชุมชน"

มิติของกระบวนการเรียนรู้การจัดทำแผนชุมชน

ประตูแห่งปัญญา : ทะลุแผนชุมชน  จะพบการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคนอย่างยั่งยืน

***************

          *  มีหลาย ๆ คนเข้าใจว่า  การทำแผนชุมชน  เป็นเรื่องของผู้นำที่อาสาเสนอตัวเข้ามาเพื่อรับใช้ประชาชน  หรือหน่วยงานพัฒนาต่าง ๆ มีหน้าที่ต้องทำ  เพื่อจะได้มาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาของชุมชน  บางครั้งก็เชื่อกันว่าเป็นเรื่องที่จำกัดเฉพาะคนที่ฉลาด  รู้เรื่อง  เข้าใจ  และคิดเป็นเท่านั้นถึงจะทำได้  เราก็เลยได้เห็นผลผลิต  ผลลัพธ์  ของการแปลงแผนชุมชน  ที่ใช้ทรัพยากรทุกชนิดของประเทศชาติอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  เป็นการทำแผนพัฒนา  หรือแก้ไขปัญหาแบบจัดให้

                *  ต่อมาเมื่อผู้คนได้เรียนรู้ผลของการจัดทำแผนชุมชนในรูปแบบเดิมว่า  เป็นไปในลักษณะที่ไม่สมดุล  การจัดทำแผนชุมชนแทนชาวบ้าน  ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ  จึงกระจายอำนาจ  และบัญญัติเรื่องของการมีส่วนร่วมให้กับประชาชนได้เข้ามามีบทบาทในการร่วมคิด ร่วมทำ  ร่วมติดตามประเมินผล  ร่วมรับประโยชน์จากการร่วมวางแผนในทุกขั้นตอน  แต่ก็มีจุดอ่อนที่พบ  ได้แก่  ตัวประชาชนเองก็ยังไม่เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วม  ยังไม่เข้าใจเรื่องการกระจายอำนาจ  มองว่าเป็นหน้าที่ของผู้นำ  ของรัฐที่ต้องดำเนินการ  ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผิดหรือถูก  เพราะประชาชนคุ้นเคยกับระบบ  และโครงสร้างแบบอุปถัมภ์มานานมาก  ประกอบทั้งผู้นำ  หน่วยงานที่ทำหน้าที่แก้ไขและพัฒนา  ก็คุ้นเคยกับการคิดแทน  ทำแทนมาโดยตลอดก็เชื่อในประสบการณ์ว่าสิ่งที่ตนเองทำ  ตนเองวางแผนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว  รวมไปถึงการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณด้วย  เราจึงได้เห็นงบประมาณของการพัฒนาประเทศของทุกภาคส่วน  ทุกหน่วยงานสูงขึ้นทุกปี  แต่ปัญหาก็มีมากขึ้นเข้าทำนองยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง  หรือ  ลงทุนเยอะ  ทำงานแยะ  แต่ได้ผลิตผลน้อย

                *  ต่อมา  มีนักคิด  นักปฏิบัติทั้งตะวันตก  และตะวันออก  ได้เสนอแนวคิดของการใช้หลักการมีส่วนร่วม  ซึ่งเป็นประชาธิปไตยแบบตรงมาประยุกต์ใช้  และดูเหมือนว่าได้ถูกยอมรับกันอย่างกว้างขวางทั่วโลกอยู่ในปัจจุบันว่าช่วยสมานเยียวยาความขัดข้องเดิมลงได้  วันนี้เรื่องดังกล่าวก็มายืนอยู่บนสังคมของประเทศไทยในทุกระดับแล้ว  ต่างอยู่ที่ว่าการแปลงสู่การปฏิบัติจะมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน  และผู้ปฏิบัติให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดหรือไม่  ประชาชนเข้าใจ  เห็นคุณค่า เห็นความจำเป็นขนาดใด  เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้ารอ  และติดตามพลวัตกันต่อไป

                *  กระบวนการเรียนรู้การจัดทำแผนชุมชน  น้ำหนักจะอยู่ที่กระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างความรู้  ความเข้าใจเรื่องแผนชุมชน  รวมทั้งการพัฒนาทักษะการเป็นวิทยากรกระบวนการแผนชุมชน  ให้กับประชาชนจำนวนหนึ่งเพื่อให้เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของตน  เป็นเรื่องที่ประชาชนในชุมชนท้องถิ่นต้องลุกขึ้นมาดำเนินการเรียนรู้ด้วยตนเอง   หน่วยงานภาคีพัฒนาอื่น ๆ จะทำหน้าที่เป็นผู้เสริมหนุน  เอื้ออำนวยให้กระบวนการเรียนรู้นี้เกิดขึ้นในทุกชุมชนท้องถิ่น  และนำแผนของชุมชน ไปแปลงสู่การปฏิบัติด้วยการบูรณาการอย่างเต็มกำลังขีดความสามารถของตน 

          *  การเรียนรู้การจัดทำแผนชุมชน  ในครั้งนี้ทางคณะผู้ประสานงานเครือข่ายแผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเอง  ๔  ภาค ได้ปรับประยุกต์ขั้นตอนกระบวนการเรียนรู้เดิมที่เป็นรูปแบบตัวอย่างที่ดีของกระบวนการเรียนรู้ที่ผ่านมาในอดีต  ให้ง่ายต่อการเรียนรู้  แต่ครบถ้วนเป็นการผสมวิธีการของประชาคม  ประชาพิจัย  ผนวกกับกระบวนการเรียนรู้ด้วยการนำข้อมูลของชุมชน มาเป็นฐานดำเนินการอย่างเป็นเหตุเป็นผล เป็นตรรกะเป็นวิทยาศาสตร์  ทั้งนี้เพื่อให้ได้แผนชุมชน  ที่มีความสมบูรณ์จากการใช้ฐานข้อมูลในการดำเนินการวางแผนมากกว่าการใช้ความรู้สึก  หรือแค่เพียงความต้องการเท่านั้น 

                *  มิติของการเรียนรู้การจัดทำแผนชุมชน  อาจแบ่งในทางกว้าง  และลึกได้  ๖  มิติ  ดังนี้

                                +  มิติของการมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้

                                +  มิติการเรียนรู้  และพัฒนาของทุกภาคส่วนภายในชุมชน

                                +  มิติของการบริหารจัดการ

                                + มิติของการเชื่อมโยงบูรณาการ  และการแปลงแผนสู่การปฏิบัติ

                                +  มิติของประสิทธิภาพ  ประสิทธิผล

                                +  มิติของประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนในชุมชน

                *  มิติการเรียนรู้ทั้ง  ๖  มิตินี้  จะเป็นกุญแจดอกสำคัญของการเปิดประตูแห่งปัญญา  ของประชาชนในชุมชนท้องถิ่น  ให้ทะลุผ่านม่านปัญหาของชุมชน  ไปสู่เป้าหมายของการพึ่งตนเองได้โดยมีหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นธงนำ  กระบวนการเรียนรู้ที่ใช้ในครั้งนี้เป็นการประสานพลังทางภูมิปัญญาของท้องถิ่น  ของภูมิภาค  และภูมิปัญญาของโลกาภิวัฒน์  ในลักษณะเสริมพลังอย่างยิ่งใหญ่  อย่างเป็นระบบ

มิติแห่งการพัฒนาโดยกระบวนการแผนชุมชน

                1. แผนชุมชนเป็นเครื่องมือที่สำคัญและสร้างสรรค์การพัฒนา   มองเห็นอดีตที่ผ่านมา ปัจจุบัน และอนาคต  สามารถให้คนในชุมชนกำหนดชีวิตตนเอง   วางแผนการพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน ที่ตอบสนองความต้องการของชุมชน

                2.  สร้างความสัมพันธ์ใหม่  เช่น สร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนโดยการพูดคุย ปรึกษา /ประชุมร่วมกัน   ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับชุมชน ใช้วิถีวัฒนธรรมความเชื่อของชุมชน ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานกับหน่วยงานที่ดำเนินงานในหมู่บ้าน/ชุมชน  แต่ละหน่วยงานบูรณาการร่วมกัน 

                3.  แก้ไขปัญหาสังคมและลดความยากจน   การแก้ปัญหาที่สำคัญจะต้องให้เจ้าของปัญหาลุกขึ้นมาแก้/จัดการกับปัญหาของตัวเอง

                4.  การป้องกันที่รู้เท่าทันโลก/โลกภิวัฒน์    แผนชุมชนเป็นกระบวนการเรียนรู้  วิเคราะห์สังเคราะห์   นอกจากคนเรียนรู้ตัวเองและชุมชนแล้ว   แผนชุมชนยังสอนให้คนเรียนรู้และวิเคราะห์ปัญหาผลกระทบที่เกิดจากภายนอก  เช่น การเปลี่ยนแปลงของด้านต่างๆ

                5.  ช่วยประเทศชาติ  เช่น ด้านเศรษฐกิจแผนชุมชนจะใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทาง   ช่วยลดปัญหาสังคมที่เกิดขึ้น   คนในชุมชนรู้จักการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดประโยชน์และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น  และด้านอื่นๆ             

 *  มิติทั้งหมดนี้จะบ่งชี้ถึงปัจจัยที่จะต้องนำเข้า  บ่งบอกถึงกระบวนการทำงาน  บ่งบอกผลผลิต  ผลลัพธ์ที่จะออกมา  รวมทั้งสิ่งที่จะต้องนำย้อนกลับเข้าสู่ระบบ  เป็นวงจรของการพัฒนาที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น  ถ้าชุมชนใดสามารถปฏิบัติได้เช่นนี้อย่างต่อเนื่องก็จะเกิดความรู้ที่เป็นความรู้ที่ถูกต้องเพิ่มคุณค่ามากยิ่งขึ้นอย่างทวีคูณ  กลายเป็นความดีความงามที่จะส่งผลให้เกิดการอยู่ร่วมกันเป็นลักษณะเครือข่ายในชุมชน  อีกทั้งการอยู่ร่วมกันด้วยความดีก็จะเกิดความรู้ที่ถูกต้องด้วยเช่นกัน  ความรู้ที่เป็นสัมมาทิฐินี้จะเป็นฐานการพัฒนาไปสู่ความดีงามของผู้คนและชุมชนท้องถิ่นต่อไป ทั้งสามส่วนนี้จะขับเคลื่อนให้สลักของกุญแจประตูแห่งปัญญาเปิดนำชุมชนก้าวไปสู่ความเข้มแข็ง  การอยู่ร่วมกันอย่างอยู่เย็นเป็นสุข  ซึ่งต้องอาศัยสติปัญญา  ความรู้  ความสามารถที่ถูกต้องดีงามของทุกท่านด้วยเช่นกัน  ช่วยกันสานต่อความดี  ความงาม  ความรู้นี้เพื่อรักษา  และพัฒนาประเทศชาติของเรา  สืบต่อไป