หลากหลายมุมมองของบุคคลสำคัญ

  1)  แผนชุมชนและเศรษฐกิจพอเพียง  โดยศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ  วะสี

          นายแพทย์ประเวศ วะสี เน้นย้ำเรื่องแผนชุมชนและเศรษฐกิจพอเพียงว่าถ้าทุกตำบลทั้งประเทศ 7,000 กว่าตำบล  เป็นตำบลแห่งความพอเพียง กล่าวคือ มีเศรษฐกิจพอเพียง มีสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติพอเพียง มีพลังงานพอเพียง มีความปลอดภัยพอเพียง มีสุขภาพพอเพียง มีสังคมเข้มแข็งพอเพียง มีจิตใจพอเพียง มีการเรียนรู้และการจัดการพอเพียง ก็จะเป็นฐานของสังคมที่พอเพียง เข้มแข็ง และอยู่เย็นเป็นสุข โดยส่งเสริมให้ชาวบ้าน รวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ จัดทำแผนแม่บทชุมชน และขับเคลื่อนการพัฒนาตามแผนแม่บทชุมชนที่ชุมชนทำเอง  ที่เป็นแผนการพัฒนาอย่างบูรณาการ ทั้งเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม การศึกษา และสุขภาพพร้อมกันไป เมื่อชุมชนสามารถทำแผนและขับเคลื่อนแผนแม่บทชุมชนได้ จะหายจนอย่างถาวร มีศักดิ์ศรี เพิ่มพูนสิ่งแวดล้อม เพิ่มพูนสุขภาพ และเพิ่มพูนคุณภาพชีวิต  ซึ่งในการจัดทำแผนชุมชน เครือข่ายแผนแม่บทชุมชน 4 ภาค ที่เป็นองค์กรภาคประชาชนได้เรียนรู้และสามารถสนับสนุนชุมชนให้จัดทำแผนแม่บทชุมชนได้ในขอบเขตทั่วประเทศ

    ในการจัดทำแผนชุมชน แต่ละตำบลควรสำรวจเป็นรายบ้าน ว่ามีคนแก่และเด็กถูกทอดทิ้งให้จมปลักอยู่กับความยากแค้นแสนสาหัสอย่างใดบ้าง และควรจัดการช่วยเหลือสงเคราะห์ไม่ให้มีการทอดทิ้งกันและควรจะมีการศึกษาประวัติศาสตร์ตำบล เพราะประวัติศาสตร์ท้องถิ่นช่วยให้คนภูมิใจในรากเหง้าของตน และช่วยให้เกิดการรวมตัวกันเข้มแข็งขึ้น โดยควรพยายามทำพิพิธภัณฑ์ตำบลเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของชุมชนและเศรษฐกิจวัฒนธรรมของชุมชน

  สำหรับเรื่องพลังงาน ควรมีการศึกษาวิจัยถึงพลังงานทางเลือกของชุมชนเพื่อลดการพึ่งพิงพลังงานจากน้ำมัน หากชุมชนมีความพอเพียงในเรื่องพลังงานนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจพอเพียงของชุมชนแล้ว   ยังเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจพอเพียงของประเทศอีกด้วย   

 เมื่อตำบลมีเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐานแล้วก็สามารถทำอะไรดีๆเพิ่มเติมขึ้นได้เรื่อยๆบนพื้นฐานของความสมดุล  โดยระมัดระวังมิให้ความโลภและความไม่สุจริต  ทำให้ชุมชนเสียดุลยภาพและแตกทลายลง  ทุกจังหวัดควรส่งเสริมให้ทุกตำบลในจังหวัดของตนเป็นตำบลแห่งความพอเพียง เมื่อทุกตำบลทั่วประเทศเป็นตำบลแห่งความพอเพียงและสันติ   ประเทศก็จะมีฐานล่างของสังคมที่แข็งแรงสามารถรองรับการเติบโตข้างบนอย่างมั่นคงและยั่งยืน

 2)    สภาพัฒน์ฯ กับบทบาทการหนุนเสริมขบวนการของแผนชุมชน          โดยนายกิติศักดิ์    สินธุวนิช    รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

    สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ฯ ในฐานะหน่วยงานเชิงนโยบาย ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นมานานพอสมควร ในส่วนของการหนุนเสริมกระบวนการจัดทำแผนชุมชนนั้น   ได้เริ่มตั้งแต่การทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8  ที่เน้นการพัฒนาโดยมีคนเป็นศูนย์กลาง จนกระทั่งแผนฯ 10 ที่ยังยึดคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาและประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางการปฏิบัติ  เพื่อสร้างสมดุลในการพัฒนาประเทศ สร้างความสุขและความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันของคนไทย โดยในส่วนของการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาของคนในชุมชน และกำหนดให้มีการจัดทำแผนชุมชนครอบคลุมทุกตำบล และมีสาระของแผนชุมชนครอบคลุมคุณภาพชีวิตและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน

   กระบวนการของแผนชุมชน เป็นทั้งกระบวนการเรียนรู้และการจัดการตนเองของชุมชน และเป็นเหมือนลายแทงที่จะบอกว่าชุมชน มีทิศทางเดินไปทางไหน คนและชุมชน จะดำรงชีวิตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร โดยใช้แผนชุมชนสะท้อนให้เห็นสิ่งที่ชุมชนอยากเห็น อยากจะเป็นที่พอดี พอเหมาะกับชุมชน และใช้ทุนทางสังคม ทุนทางเศรษฐกิจ ทุนทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน ให้สมดุลและเกื้อกูลกัน มีความสามารถในการพึ่งตนเองและชุมชนอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน

  ดังนั้นแผนชุมชนเชิงคุณภาพที่ต้องการขยายผลการประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง   ที่มีทั้งการพัฒนาคน การพัฒนาองค์กรชุมชน     และการยกระดับการจัดทำแผนชุมชนให้เป็นทั้งเครื่องมือของการเรียนรู้  และเป็นเครื่องมือนำทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน  จึงมีความสำคัญต่อการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของการพัฒนาประเทศ

   ในการขับเคลื่อนแผนชุมชนเชิงคุณภาพนี้มีประเด็นที่สำคัญยิ่ง คือจะต้องก่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาคีการพัฒนาที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับชุมชนว่า การพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน ต้องเกิดจากการร่วมคิด  ร่วมวิเคราะห์ศักยภาพและโอกาส    โดยต้องให้คนในชุมชนเรียนรู้เพื่อรู้จักตนเอง รู้จักชุมชน และรู้จักโลกภายนอก   จากนั้น คิดหาหนทางที่จะจัดการชีวิตของตนและชุมชน

 กระบวนการเรียนรู้เพื่อค้นหาความพอดี พอเหมาะตนเอง ค้นหาหนทางที่จะช่วยกันทำให้ชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข   ควรมีภาคีการพัฒนาที่ประกอบด้วย    หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ฯลฯ    เข้าร่วมสนับสนุนในเรื่องข้อมูล และทำความเข้าใจสิ่งที่ชุมชนอยากจะเห็น อยากจะให้ชุมชนของตนเป็น       เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการพัฒนาที่จำเป็นและเกินขีดความสามารถของชุมชน   ที่จะดำเนินการเองได้เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการของการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนที่เติบโตจากภายในและเน้นการพึ่งตนเองก่อน

 3)  แผนชุมชน กับ การสนับสนุนขบวนชาวบ้าน และสภาองค์กรชุมชน      

โดยนางสาวสมสุข  บุญญะบัญชา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)

      แผนชุมชน เป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องถือว่าเป็นรูปธรรมของแนวการพัฒนาของชาวบ้านอย่างแท้จริง เป็นการปฏิรูปขบวนงานชุมชนรูปแบบใหม่ ที่เครือข่ายภาคประชาชนเป็นผู้คิด สร้างขบวน และขับเคลื่อนขบวนแผนชุมชนเอง ทำให้เห็นภาพมิติใหม่ของการพัฒนาชุมชน ที่ชุมชนเริ่มจัดการและวางระบบชุมชนด้วยกัน เป็นการจัดความสัมพันธ์ในแนวราบเพื่อโยงระบบต่างๆของภาครัฐเข้ามาหาชุมชน  ซึ่งทำให้ พอช. มีความชัดเจนด้านแนวคิดและการทำงานที่ให้ภาคประชาชนเป็นผู้ก้าวไปข้างหน้า ด้วยพลังและการจัดความสัมพันธ์ของภาคประชาชนด้วยกันเอง  โดย พอช. เป็นเพียงผู้ร่วมคิดและสนับสนุน

 แผนชุมชนที่มีจุดเริ่มต้นที่ คุณประยงค์ รณรงค์ ดำเนินการที่ไม้เรียง และได้ขยายผลไปทั่วประเทศ  และสามารถขยายได้อย่างรวดเร็ว ที่ผ่านมาชุมชนเริ่มมีแผนงานมีภาพร่วมของการพัฒนาของตน มีการจัดการตนเอง เริ่มเสนอ เริ่มต่อรอง เริ่มมีส่วนในการกำหนดร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ถือว่าเป็นการปฏิรูปที่ค่อยเป็นค่อยไปและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนเพิ่มขึ้น

 การจัดทำแผนชุมชนมีส่วนสำคัญ จากประสบการณ์ช่วงที่ผ่านมา การพัฒนาต่างๆ ของสถาบันฯ ถ้าได้เริ่มทำกับชุมชนที่ผ่านการจัดทำแผนชุมชนมาก่อน เรื่องต่างๆเหล่านั้นจะมีคุณภาพและสามารถทำได้ครอบคลุมทั้งชุมชน เราจึงมีบทเรียนงานพัฒนาว่าการทำงานกับชุมชนจะไปได้ดีต้องมีแผนชุมชนอย่างต่อเนื่องจริงจัง

 การทำแผนชุมชนเองมีข้อควรระวัง    เพราะทั้งจากชุมชนและหน่วยงานส่วนใหญ่จะทำแผนเพื่อรองรับงบพัฒนาในช่วงแรกๆ ของกระบวนแผนชุมชนเองก็มีการทำแผนเพื่อรองรับงบประมาณ ทำเพื่อรองรับกิจกรรม เราต้องปรับเปลี่ยนให้มาเป็นการทำแผนเพื่อพัฒนาและฟื้นระบบคนระบบชุมชนทั้งระบบ อย่างต่อเนื่องและปรับตัวตลอดเวลา

  การทำแผนชุมชนต้องมีความจริงจังชัดเจน ว่าทำแผนฯเพื่ออะไร ทุกงานที่ทำควรจะเป็นการโยงเข้าหากันหรือมีการเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน การทำแผนต้องสะท้อนให้เห็นว่าทำแผนแล้ว ชุมชนสามารถทำเรื่องต่างๆ เหล่านี้ได้ เช่น มีแผนเรื่องการจัดสวัสดิการให้กับคนในชุมชนท้องถิ่นการฟื้นฟูทรัพยากรท้องถิ่น  การจัดการวัฒนธรรมภูมิปัญญาพื้นบ้าน การจัดการที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า การปลูกพืช การใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์ การแก้ไขปัญหาหนี้สิน การสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้มีความมั่นคง พึ่งตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีกองทุนที่โยงเข้ามาเป็นทุนของท้องถิ่น และใช้ทุนให้อย่างเหมาะสม และมีแผนด้านการใช้พลังงานของชุมชนผสมผสานทุนเดิมที่มีอยู่ในชุมชน

      การจัดทำแผนชุมชนทุกระดับต้องมีแผนที่ มีข้อมูล มีตัวชี้วัดการพัฒนาความก้าวหน้าของชุมชน โดยชุมชนเป็นหลัก เป็นศูนย์กลางในการกำหนดการพัฒนา และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นภาคีการพัฒนา  หมู่บ้าน/ตำบล ต้องมีแผนงานเป็นของตนเองและต่อเนื่อง พัฒนาตนองอย่างมีศักดิ์ศรีและมั่นคง ซึ่งทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนพร้อมที่จะสนับสนุนการพัฒนาขบวนองค์กรชุมชน โดยใช้การวางแผนตามกระบวนการจัดทำแผนชุมชนเป็นเครื่องมือกลางในการเชื่อมโยงการพัฒนาเข้าด้วยกัน และยกระดับการพัฒนายุทธศาสตร์ของขบวนองค์กรชุมชน

     ในเรื่องสภาองค์กรชุมชน ที่สร้างความตื่นตัวให้กับขบวนองค์กรชุมชนทุกภาคส่วน ในการที่จะสร้างพื้นที่ทางสังคมให้กับขบวนการของชาวบ้าน เป็นโอกาสของการต่อยอดการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น เป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงระบบของชุมชน เชื่อมโยงและยกระดับงานพื้นที่ของภาคประชาชนให้มีสถานภาพและได้รับการยอมรับในวงกว้าง  หากมองกระบวนการได้มา องค์ประกอบและบทบาทภารกิจของสภาองค์กรชุมชน ที่จะเชื่อมโยงการพัฒนาทุกเรื่องทุกขบวน ทั้งกลุ่มการพัฒนาเชิงประเด็น และกลุ่มเชิงพื้นที่ จะเห็นได้ว่ามีความเชื่อมโยงกับเรื่องขบวนการจัดทำแผนชุมชน เป็นเสมือนการต่อยอดการจัดทำแผนชุมชนที่ต้องเน้นให้คนทุกภาคส่วน กลุ่ม องค์กร ในชุมชนเข้ามาร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ กำหนดอนาคตของตน และมีสาระของแผนครอบคลุมชีวิตของคน วิถีชีวิตชุมชน เชื่อมโยงกับการพัฒนาท้องถิ่นและพื้นที่  

          ดังนั้นขบวนการแผนชุมชนและสภาองค์กรชุมชนที่จะจัดตั้งขึ้น จึงมีบทบาทหนุนเสริมซึ่งกันและกัน กล่าวคือ ขบวนการแผนชุมชนในแต่ละพื้นที่  สามารถไปจดแจ้งเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนได้ ขณะเดียวกันแผนชุมชนที่มีคุณภาพจะทำให้ภารกิจของสภาองค์กรชุมชน ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน การประสานความร่วมมือกับสภาองค์กรชุมชนตำบลอื่น และการให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ แนวทางการแก้ไขปัญหาและการพัฒนา ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานของรัฐ เป็นไปด้วยความมีคุณภาพ  ก่อให้เกิดประโยชน์กับชุมชนและการพัฒนาภาพรวม

          การขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนให้มีคุณภาพ   ด้านเนื้อหาจึงมีความคาดหวังถึงการเชื่อมโยง เครือข่ายแผนชุมชนให้เป็นขบวนชุมชน     ให้เกิดการทำงานขององค์กรชุมชนในพื้นที่ที่มีแผนพัฒนาของภาคประชาชนทุกระดับ     ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน  ตำบล   จังหวัด และระดับชาติ     เป็นแผนหลักที่หน่วยงานทุกหน่วยงานนำไปใช้   โดยมี พรบ. สภาองค์กรชุมชนสนับสนุน    ให้สถานภาพและเปิดพื้นที่ให้  ดังนั้นการจัดทำแผนชุมชนเชิงคุณภาพระดับหมู่บ้านและตำบลครั้งนี้   จึงมีคำถามที่ขอให้เครือข่ายแผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเอง 4 ภาค   ช่วยกันคิดและหาคำตอบว่า   เราจะใช้แผนชุมชนช่วยการขับเคลื่อนและหนุนเสริมสภาองค์กรชุมชนได้อย่างไร   โดยขอให้เครือข่ายแผนชุมชนฯช่วยกันคิดต่อว่า      เครือข่ายฯจะใช้ทุนเดิมที่มีการจัดทำแผนชุมชนไว้ 2,000 ตำบล  และการจัดทำแผนชุมชนเชิงคุณภาพระดับตำบล / หมู่บ้าน รวม 700 หมู่บ้าน ไปหนุนเสริมการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนของพวกเราในพื้นที่ได้อย่างไร      สามารถที่จะพัฒนาพื้นที่รูปธรรมให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ได้หรือไม่    และจะพัฒนาอย่างไร   รวมทั้งช่วยกันคิดต่อว่า สภาองค์กรชุมชนที่ดีคืออะไร เพื่อช่วยกันสร้างระบบที่ดีที่เกิดจากการร่วมคิด   ร่วมหาคำตอบ   จากขบวนการของชุมชนเป็นลำดับแรก

      ขบวนแผนชุมชนจะเป็นขบวนพื้นฐานให้เกิดคุณภาพ สภาองค์กรชุมชนที่มีคุณภาพได้อย่างไร? และสภาองค์กรชุมชนจะช่วย ยกระดับหรือต่อยอดงานของขบวนแผนชุมชนอย่างไร

                         นอกจากนั้น ขอให้เครือข่ายแผนฯ คิดเรื่องการใช้แผนเป็นเครื่องมือกลาง เป็นเครื่องเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ เข้ามาเป็นภาพรวมร่วมกัน มีแผนเป็นระบบกลาง สามารถดูความก้าวหน้า ความสำเร็จของการพัฒนา โดยมีการแตกย่อยรายละเอียดเป็นแผนด้านต่างๆ โดยมีผู้รู้ของชุมชนด้านเศรษฐกิจ  องค์กรการเงิน สวัสดิการ ทรัพยากร/สิ่งแวดล้อม การใช้ที่ดิน ทุนทางสังคม การศึกษา ฯลฯ มาร่วมคิด ร่วมทำ ช่วยเติมเต็มเพื่อให้แผนชุมชนมีสาระ  ทั้งด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ครอบคลุมวิถีชีวิตชุมชน พร้อมรับและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง เป็นเครื่องมือที่สะท้อนให้เห็นการจัดการและการดูแลตนเองได้ และสร้างความเข้มแข็งให้สังคมจากองค์กรชุมชนฐานรากเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่เข้มแข็งต่อเนื่องต่อไป    เป็นพลังพลิกฟื้นการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น และการพัฒนาประเทศของเรา