ท่านนายกธนาวุฒิ ถาวรพราหมณ์ หรือนายกปู บอกว่าสิ่งที่ท่านทำคือการเรียนรู้ตามอัธยาศัย การเรียนรู้ในวิถีชีวิต คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจัยแบบชาวบ้าน สกัดและถอดความรู้นั้นมาเพื่อกลับไปใช้ใหม่ เป็นวงจรไม่รู้จบ บูรณาการเรียนรู้ทุกเรื่องเข้ากับกิจกรรมที่ดำเนินการ

ดร.สุวัฒน์ เงินฉ่ำ เลาขาธิการมูลนิธิเพื่อพัฒนาการศึกษาไทย ในฐานะหัวหน้าโครงการประสานพลังปัญญาเพื่อการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชน สสส. ตั้งให้ผมเป็นที่ปรึกษาโครงการประจำพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งพื้นที่ดำเนินการโครงการนี้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช คือ ที่ตำบลปากพูน อำเภอเมือง หน่วยที่ดำเนินการขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้ชุมชนในพื้นที่คือ อบต.ปากพูน (โครงการฯคัดเลือกพื้นที่ดำเนินการ 25 ตำบลทั่วประเทศ มีทั้งหน่วยดำเนินการที่เป็น อบต.หรือเป็นเทศบาล ) ภารกิจคือจะต้องดำเนินการให้เกิดการประสานพลังปัญญาเพื่อการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชนให้เกิดขึ้นให้ได้ ให้สำเร็จให้ได้ภายในระยะเวลาโครงการ 10 เดือน ตั้งแต่ กพ.- พฤศจิกายน 2552

เมื่อวานผมได้ไปรายตัวกับท่านนายก อบต.ปากพูน ตามนัด เวลา 08.30 น. ดังที่ได้เขียนเอาไว้ที่บันทึกนี้ ที่สถานีอนามัยปากพูน หากท่านอยากรู้จัก อบต.ปากพูนเพิ่มเติมหรืออยากรู้จักนายกธนาวุฒิ ถาวรพราหมณ์ หรือนายกปู เชิญที่ องค์การบริหารส่วนตำบลปากพูน 

สำหรับตัวผมเองซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นที่ปรึกษาโครงการประจำพื้นที่นั้น โครงการฯได้กำหนดบทบาทไว้ 5 ประการ ดังต่อไปนี้ คือ


1.ติดตามและกระตุ้นการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการของ อบต.
2.ให้คำปรึกษาการดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ในกรณีทีมีปัญหาให้สอบถามมายังสำนักงานโครงการส่วนกลาง
3.ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ตามที่สำนักงานโครงการส่วนกลางขอความร่วมมือ
4.ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานกับเครือข่ายที่ปรึกษาโครงการประจำพื้นที่
5.เก็บข้อมูลการดำเนินงาน พร้อมสรุปสาระเสนอสำนักงานโครงการส่วนกลางอย่างน้อยเดือนละครั้ง และรายงานผลสรุปโครงการของพื้นที่ 1 ฉบับ หลังสิ้นสุดโครงการ

ผมศึกษาโครงการฯนี้อย่างละเอียด รู้สึกว่าชอบมาก เพราะว่าตรงกับบทบาทหน้าที่ ครู กศน.อย่างผม เป็นเนื้องานในบทบาทหน่วยงานของผม สามารถเชื่อมกิจกรรมของศูนย์การเรียนรู้ชุมชน นำสิ่งดีสิ่งเด่นของศูนย์การเรียนรู้ชุมชนไปแชร์และโชว์ในห้องสมุดประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราชตามโครงการห้องสมุดมีชีวิตชีวาได้อีกต่อหนึ่ง นายก อบต.เห็นดีเห็นงามด้วย ซึ่งในหลักการได้คุยกันอย่างนั้น


ท่านนายกธนาวุฒิ ถาวรพราหมณ์ หรือนายกปู บอกว่าสิ่งที่ท่านทำคือการเรียนรู้ตามอัธยาศัย การเรียนรู้ในวิถีชีวิต คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจัยแบบชาวบ้าน สกัดและถอดความรู้นั้นมาเพื่อกลับไปใช้ใหม่ เป็นวงจรไม่รู้จบ บูรณาการเรียนรู้ทุกเรื่องเข้ากับกิจกรรมที่ดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจพอเพียง คุณธรรม สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม

ท่านนายกท่านชอบคิด เมื่อคิดได้แล้วก็บันทึกลงสมุดบันทึกงานทันที ปิ้งอะไร แว้ปอะไรดีๆขึ้นมา ก็จดทันที และแปลงสู่การปฏิบัติทันที ตั้งชื่อให้ดึงดูดใจชาวบ้าน เช่น


กลุ่มเด็กฟิช (fish) คือกลุ่มเรียนรู้เลี้ยงปลา
กลุ่มเด็กเอาถ่าน คือกลุ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการเผาถ่าน
กลุ่มเษตร(เศษ)เด็ก คือกลุ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตร
กลุ่มเด็กขี้ๆ คือกลุ่มที่เรียนรู้เกี่ยวกับปุ๋ยหมักเกษตรอินทรีย์ ชีวภาพ
กลุ่มเด็กอดอยาก คือกลุ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการทำกับข้าว อาหารการกิน
ฯลฯ

ผมคิดว่าจะใช้บล็อกนี้เป็นช่องทางสื่อสารรายงานความเคลื่อนไหวให้ทางโครงการส่วนกลางทราบอีกช่องทางหนึ่งนอกจากช่องทางปกติที่มีอยู่

แต่เอ....ไม่รู้จะให้คำปรึกษาอะไรได้ เพราะตามไม่ค่อยทันความคิดนายกฯและคณะสักเท่าไหร่ เขาคิดเขาทำเก่งๆกันจริง

คิดว่าสิบเดือนต่อไปนี้คงจะได้มีอะไรดีๆเล่าสู่กันฟังอย่างแน่นอนครับ