|
|
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้ให้ความสำคัญว่าการศึกษาเป็นกระบวนการพัฒนาและเสริมสร้างคุณภาพของคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้ง ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ซึ่งการพัฒนาคนไทยให้ถึงพร้อมด้วยคุณลักษณะที่สมบูรณ์ดังกล่าวนั้น ขึ้นอยู่กับการพัฒนาสมองให้มีคุณภาพ และต้องพัฒนาศักยภาพของสมองเพื่อการเรียนรู้ของคนไทยทุกระดับและทุกวัย |
|
|
ความสำเร็จของการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพสมองและการเรียนรู้ของผู้เรียนนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้บริหาร ครูอาจารย์ ชุมชน องค์กรภาครัฐและเอกชน โดยทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของสมองและการเรียนรู้ของเด็กอย่างจริงจัง เริ่มต้นตั้งแต่ในครอบครัว การเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นพ่อแม่ การดูแลพัฒนาสมองเด็กตั้งแต่ในครรภ์และหลังคลอด ส่วนในสถานศึกษาต้องเน้นการจัดการเรียนการสอนที่พัฒนาศักยภาพสมองและการเรียนรู้ของเด็กเป็นสำคัญ |
|
|
สมองมนุษย์เป็นอวัยวะที่สำคัญและยิ่งใหญ่มากที่ทำให้เราเกิดการเรียนรู้ แต่ความรู้เรื่องสมองจะรู้กันเฉพาะในวงการแพทย์เป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่นักการศึกษาไทย ยังมีความรู้ความเข้าใจด้านนี้น้อยมาก และเพื่อจุดประกายความคิดให้ทุกฝ่ายตื่นตัวและตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาสมองและการเรียนรู้ร่วมกัน สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติจึงได้จัดตั้งสถาบันวิจัยเรื่องการพัฒนาสมองและการเรียนรู้ขึ้น โดยมีภารกิจหลัก เพื่อดำเนินการศึกษาวิจัยเอกสาร ประสานและสนับสนุนองค์กรอื่นๆ ติดตาม เผยแพร่ความก้าวหน้าขององค์ความรู้ด้านการพัฒนาสมองและการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับการปฎิรูปการศึกษา |
|
|
ในช่วงของการจัดตั้งสถาบันวิจัยเรื่องการพัฒนาสมองและการเรียนรู้นั้น ก็เป็นโอกาสอันดีที่ รศ.พญ.ศันสนีย์ ฉัตรคุปต์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองเด็ก ได้เดินทางกลับจากประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากที่ได้ไปทำงานอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานถึง 16 ปี จึงได้เรียนเชิญท่านมาเป็นผู้อำนวยการของสถาบันฯ ซึ่งท่านได้นำความรู้และประสบการณ์ทางด้านสมองและการเรียนรู้ที่ได้จากการทำงานในสหรัฐอเมริกา มาช่วยพัฒนาองค์ความรู้ด้านการพัฒนาสมองและการเรียนรู้ |
|
|
ปัจจุบันสถานศึกษาและองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน กำลังตื่นตัวและร่วมมือกันในการดำเนินการปฎิรูปการศึกษา ซึ่งมีหัวใจ คือ การปฎิรูปการเรียนรู้ และในเรื่องปฎิรูปการเรียนรู้นั้น องค์ประกอบที่สำคัญที่สุด คือ ต้องมุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ เรียนรู้โดยการสร้างองค์ความรู้จาก สภาพแวดล้อมและจากสังคมการเรียนรู้ รวมถึงส่งเสริมปัจจัยเกื้อหนุนที่กระตุ้นและพัฒนาสมองของผู้เรียน เพราะฉะนั้นองค์ความรู้ในเรื่องการพัฒนาสมองและแนวทางการส่งเสริมศักยภาพของสมองให้เต็มประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็นสำหรับทุกฝ่ายที่จะ"ร่วมกันเสริมสร้างศักยภาพสมอง ร่วมสร้างคุณค่าให้กับสังคม" |
|
|
เริ่มต้นจากที่สถาบันวิจัยเรื่องการพัฒนาสมองและการเรียนรู้ ได้จัดทำรายงานการวิจัยและจัดสัมมนา เรื่อง "สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้สร้างสมองเด็กให้ฉลาดได้อย่างไร" เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของสมองมนุษย์ที่มีโครงสร้างอันวิจิตรมหัศจรรย์และสามารถพัฒนาได้มากมาย และเสนอแนวทางสำหรับสถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษา ในการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาศักยภาพสมองและการเรียนรู้ของเด็กร่วมกัน รายงานการวิจัยเรื่องนี้ได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีจากสังคม มีพ่อแม่ ครูอาจารย์ ต่างให้ความสนใจอย่างกว้างขวางและติดตามขอหนังสือมาเป็นจำนวนมากจนต้องพิมพ์เผยแพร่เป็นครั้งที่ 3 |
|
|
นอกจากนี้ ได้จัดทำโปสเตอร์เรื่องสมองกับการเรียนรู้ จำนวน 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 สมองมนุษย์ ตอนที่ 2 มหัศจรรย์แห่งสมอง และตอนที่ 3 ศักยภาพสมองเสริมสร้างได้จริงหรือ ซึ่งเป็นการสรุปสาระสำคัญของงานวิจัยเรื่องดังกล่าว และได้เผยแพร่ไปสู่กลุ่มบุคคลทางการศึกษาและสาธารณสุข ซึ่งได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีว่าสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการเผยแพร่ความรู้เรื่องสมองไปสู่พ่อแม่ผู้ปกครอง และสามารถนำไปใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนในชั้นเรียนได้อีกด้วย |
|
|
ในขณะเดียวกันเพื่อสร้างกระแสให้สังคมตื่นตัวต่อการพัฒนาสมองและการเรียนรู้ยิ่งขึ้น ก็ได้จัดทำวีดิทัศน์สารคดีเรื่อง "มหัศจรรย์แห่งสมอง" เผยแพร่ไปสู่กลุ่มบุคคลทางการศึกษา ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์เป็นอย่างดีจากสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 ที่ได้กรุณาให้ต้นฉบับมาตัดต่อและเรียบเรียงขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อวงการการศึกษาอย่างยิ่ง |
|
|
อย่างไรก็ดี ความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาจะเกิดขึ้นได้ ต้องมุ่งให้เกิดการปฏิรูปการเรียนรู้ตั้งแต่ในครอบครัวให้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพสมองและการเรียนรู้เป็นหลัก กลุ่มบุคคลสำคัญที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพสมองและการเรียนรู้ของเด็กได้ดีที่สุด คือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง และสถาบันครอบครัว ดังนั้นเพื่อกระตุ้นให้พ่อแม่ทุกคนร่วมเสริมสร้างศักยภาพสมอง ร่วมสร้างคุณค่าให้กับสังคม จึงจัดทำหนังสือเรื่อง "สิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้สร้างสมองเด็กให้ฉลาดได้อย่างไร (ฉบับพ่อแม่)" ขึ้น เป็นการสรุปสาระสำคัญจากงานวิจัยเรื่องสิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้สร้างสมองเด็กให้ฉลาดได้อย่างไร เกี่ยวกับความสำคัญของการพัฒนาสมอง และแนวทางสำหรับพ่อแม่ในการส่งเสริมศักยภาพสมองและการเรียนรู้ของเด็ก เพื่อให้พ่อแม่มีความรู้ความเข้าใจ รู้จักวิธีเลี้ยงดูลูก วิธีสร้าง สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการพัฒนาสมองลูกและการหล่อหลอมให้ลูกเติบโตเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพที่สามารถช่วยกันสร้างสรรค์และพัฒนาชาติบ้านเมือง ให้เจริญมั่นคงไพบูลย์ทัดเทียมนานาอารยประเทศได้ต่อไป ซึ่งตรงจุดนี้สามารถสร้างความร่วมมือในการปฏิรูปการเรียนรู้ในครอบครัวได้เป็นอย่างมาก |
|
|
เมื่อเร็วๆ นี้ สกศ. ยังได้ร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชน คือ สำนักงาน คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ สถาบันสร้างสรรค์ศักยภาพสมองครีเอตีฟเบรน ศูนย์ส่งเสริมศักยภาพเด็กปฐมวัยและบริษัทผลิตภัณฑ์มี้ดจอห์นสันและผลิตภัณฑ์โคโดโม จัดสัมมนาเรื่อง "เทคนิคพัฒนาศักยภาพสมองให้เต็มประสิทธิภาพ" โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญทางด้านการพัฒนาสมองและการเรียนรู้จากต่างประเทศ มาบรรยายพิเศษให้บุคลากรในวงการการศึกษาและกลุ่มพ่อแม่ผู้สนใจ ได้รับฟังเทคนิคใหม่ๆ ในการพัฒนาสมองและการเรียนรู้ ปรากฎว่าได้รับความสนใจอย่างมาก และมีผู้เข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้เป็นจำนวนมาก |
|
|
สำหรับทิศทางการดำเนินการปฎิรูปการศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพสมองและการเรียนรู้ของผู้เรียนต่อไปในอนาคตนั้น สกศ. จะพัฒนาองค์ความรู้ด้านการพัฒนาสมองและการเรียนรู้ให้ทัดเทียมกับอารยประเทศ ส่งเสริมและสนับสนุนองค์ความรู้ให้กับหน่วยงานทางการศึกษาและเครือข่ายอื่นๆ ในการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาศักยภาพสมอง เพื่อให้ คนไทยทุกคนได้รับการพัฒนาสมอง สติปัญญา พรสวรรค์ในด้านต่างๆ รวมทั้งมีความสามารถในการพัฒนาอารมณ์ไปพร้อมๆ กัน |
|
|
ขณะนี้ สกศ. กำลังดำเนินการศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ในเรื่องของสมองและการเรียนรู้ อาทิ งานวิจัยเรื่อง "ความบกพร่องในการเรียนรู้หรือแอลดี" งานวิจัยเรื่อง "เทคนิคการพัฒนาศักยภาพสมองให้เต็มประสิทธิภาพ" รายงานความก้าวหน้าขององค์ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับสมองและการศึกษา (Brain and Education) ในรูปจดหมายข่าว และการสัมมนาในประเด็นเทคนิคใหม่ๆ ด้านการพัฒนาสมอง เผยแพร่ไปสู่กลุ่มบุคคลต่างๆ เพื่อจะได้ติดตามข้อมูลที่ทันสมัยทางด้านสมอง และสร้างความร่วมมือในการปฎิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพสมองและการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง |
|
|
สรุปได้ว่า จากการดำเนินงานที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด นับเป็นการจุดประกาย และสร้างกระแสปฏิรูปการศึกษาให้สังคมได้ตื่นตัวและตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาสมอง เพื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีในสังคม ฉะนั้น ถ้าทุกคนเริ่มต้นสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ให้เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพสมองและการเรียนรู้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ในอนาคตอีก 30 ปีข้างหน้า คนไทยจะมีความสามารถระดับโลก ได้รับรางวัลโนเบล และยืนอยู่บนเวทีการแข่งขันโลกได้อย่างมั่นใจและภาคภูมิใจ |
การใช้เทคโนโลยีกับการศึกษา
การใช้เทคโนโลยีกับการศึกษา
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
กานดา สิงขรณ์ · 27 ก.พ. 2552
ทรายชล · 27 ก.พ. 2552
สุทิน เบญจธรรมรักษา · 27 ก.พ. 2552
เด็กบันทึก · 27 ก.พ. 2552
ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ · 27 ก.พ. 2552