เมื่อเจ้ามามีอะไรมาด้วยเจ้า

ในโลกนี้มีหลายมุมมองเสียจริงเลยนะ  ในมุมมองของเด็กน้อยชอบแสวงหาของเล่นอยากได้อย่างเดียวจะเสียเงินทองเท่าไหร่ไม่เคยสนใจเลย  เขาคงนึกว่าพ่อแม่ผลิตเงินเองกระมังเวลาเดินเข้าไปใกล้สินค้าหลอกเด็กแล้วเป็นร้องไห้กุรีกุจองอนง้อขอสตางค์เพื่อซื้อของเล่นนั้น  ครั้นพอได้มาแล้วไม่นานก็จับเหวียงดังโครมครามแตกหักกันไปแล้วกลับร้องให้เสียดายของเล่นนั้น 

 เด็กหนอเด็ก...พอโตขึ้นมาหน่อยก็แสวงหาไปอีกแบบเดินคนเดียวพูดไปไร้คนคุยเพราะคุยกับโทรศัพท์มือถือ  พอเป็นผู้ใหญ่หน่อยก็แสวงหาอีกละหาล้วนแต่หากิน  หากามคุณ  หาเกียรติยศชื่อเสียง  หาจนเหนื่อยเมื่อยอ่อนล้าตาลายไปด้วยความหิวโหยหากันจังนะ  บางคนถึงกับเครียดประสาทหลอนกลัวจะไม่ได้อะไรกันหนักกันหนานะโลกคนเรานี้ 

 ทำให้ผมนึกถึงหลวงพ่อพุทธทาสภิกขุขึ้นมาทันทีคือท่านทำตัวเป็นอยู่รู้เห็นอยู่อย่างเย็นยิ่งนะ  มีเรื่องเล่าว่าท่านได้พัดได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคุณแต่ท่านก็วางมันอยู่แถวนั้นไม่ได้ดีใจกระโดดโลดเต้นหรือเสียใจ  คือได้หรือไม่ได้ไม่มีความหมายเท่ากับการอยู่ในสัจธรรมปฏิบัติให้ดูเป็นอยู่ให้เห็นในแต่ละวันก็มีเพียงกินข้าวจานแมวนอนในเล้าหมูอาบน้ำในคูคลองและนอนฟังยุงร้องเพลงนะนี่เออ

คนเรานี้ยังแสวงหาอะไรอยู่อีกละทำให้หวนคิดถึงคำกลอนของเก่าที่ว่า...เมื่อเจ้ามามีอะไรมาด้วยเจ้า  เจ้าจะเอาแต่สุขสนุกไฉน  เมื่อเจ้ามามือเปล่าจะเอาอะไร  เจ้าก็ไปมือเปล่าเหมือนเจ้ามา.