แนวทางการจัดการความรู้ เรื่องการประกันคุณภาพการศึกษา
1 การอบรมให้ความรู้กับครู บุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกระดับให้ตระหนัก เข้าใจ ร่วมมือการดำเนินงานการประกันคุณภาพ การอบรมอาจส่งไปอบรม ดูงาน จัดประชุมปฏิบัติการ หรืออื่นๆ ตามความเหมาะสม เป็นการดึงความรู้จากภายนอกมาใช้ในสถานศึกษา
2 จัดทำ Storytelling โดยให้ทุกคนมาเล่าความรู้สึก ความสนุก ความภาคภูมิใจ ประสบการณ์ดี ที่ได้ทำ เกี่ยวกับการประกันคุณภาพของสถานศึกษา โดยจัดบรรยากาศให้เอื้อต่อการเล่า และสร้างพลังสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ฟัง จนทุกคนอยากทำการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ให้ประสบผลสำเร็จ
3 กิจกรรมสุนทรียสนทนา ในบางครั้งก็จัดให้มีการนั่งวงสนทนา ด้วยความรู้สึกที่บริสุทธ์ ทุกคนตั้งใจฟังเรื่องที่ผู้อื่นพูด ไม่เอาความคิดของตนเองไปต่อต้าน ไม่มีประเด็น ไม่เจาะจงเฉพาะเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษา ใครอยากพูดเรื่องอะไร พูดได้ตามที่อยากจะพูด ทุกคนจะตั้งใจฟังในขณะที่ผู้อื่นพูด
4 ทำ AAR ทุกครั้งหลังทำงานเสร็จ ต้องสรุปงานให้ทุกคนได้รับทราบ ทุกอย่างได้ตามคาดหวังหรือไม่อะไรได้มาก อะไรได้น้อย จัดทำรายงานสรุปทุกครั้ง
5 ส่งเสริมให้มีชุมชนนักปฏิบัติ (CoP) โดยอาจแยกเป็นกลุ่มงาน/กิจกรรม ไปทำกิจกรรมของตนเองให้เกิดความเชี่ยวชาญเฉพาะ ( Best Practice ) นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างสม่ำเสมอ
6 จัดบรรยากาศให้เหมาะแก่การทำงาน ปรับโครงสร้างของสถานศึกษาให้เอื้อและสนับสนุนการทำการประกันคุณภาพสถานศึกษาให้ทุกคนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องให้มากที่สุด ยกย่องชมเชย ให้รางวัลกับผู้มีผลงานดีเด่น ประจำเดือน ประจำปี
7 จัดทำคลังความรู้ของสถานศึกษา ที่เกี่ยวกับการประกันคุณภาพสถานศึกษา และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการให้บริการเผยแพร่ความรู้ นำ ICT มาจัดการให้เข้าถึงความรู้โดยสะดวกที่สุด
8 การเรียนรู้จากหน้างาน สนับสนุนให้ทุกคนทำวิจัยแบ R2R ( Routine To Research ) ให้ทุกคนวิจัยเพื่อพัฒนางานของตนเอง

การจัดการความรู้ดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสถานศึกษา เช่น
1 การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหาร
2 เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคล
3 ทุกคนในสถานศึกษามีความสุข
4 งานบรรลุเป้าหมาย
5 มีเครือข่ายการทำงาน
6 ทุกคนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ
7 ผู้รับบริการมีความพึงพอใจ
8 ทำให้สถานศึกษากลายเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้