อันนี้จะถือว่าละเลิดสิทธิ์ส่วนตัวของพี่ๆ ที่กำลังสนทนาเรื่องลูกๆ กันหรือเปล่าหนอ

แต่แตงอยากให้ คุณแม่ๆ คุณพ่อๆ ทั้งหลาย ลองอ่านบทสนทนาแลกเปลี่ยน mail ของกลุ่มเพื่อนครูเครือข่ายโยคะวิชาการกันค่ะ ...(คงใช่เนอะ...เพราะ mail ที่ส่งสนทนากันนี้เฉพาะกลุ่มเครือข่ายครูโยคะวิชาการ...)

แต่ก่อนอื่น อ่าน mail แลกเปลี่ยนของพี่พรรณ (pan Hahaha [email protected]) นะคะ

"เพื่อนที่ทำงานตัวเป็นเกลียวมาก มากจนเราสงสารว่าเฮ้อ! ทำไมชีวิตต้องเหนื่อยขนาดนี้
ได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับลูกสาวทุกคืน ที่ไม่ได้อยู่บ้าน เพราะต้องเดินทางบ่อยมาก
ฟังแล้วก็ขำๆ เพราะลูกสาวเขาอวยพรว่า

"หนูขอให้หม่าม้ารวยๆ จะได้มีเวลาอยู่กับหนูเยอะๆ"

แต่เพื่อนว่ามันน่าสะเทือนใจมาก แล้วก็เป็นจุดที่ทำให้เขาต้องวางแผนชีวิตให้สมดุล โดยให้ความสำคัญกับครอบครัวมากขึ้น เพราะลูกน้อยวัย 4 ขวบ ได้มีโอกาสไปงานศพกับผู้ใหญ่ แล้วในงานก็มีการโปรยเหรียญบาท เป็นการทำทาน แล้วก็ทำให้เด็กๆ มีกิจกรรมในการวิ่งไล่กันเก็บเศษตังสนุกสนาน
กลับบ้านลูกสาวบอกว่า

หม่าม้าหนูอยากไปงานศพทุกวันเลย
ทำไมล่ะค่ะ
หนูจะได้มีเงินเยอะๆ หม่าม้าจะได้ไม่ต้องทำงาน จะได้อยู่กับหนู

ใครที่มีลูก มีครอบครัว ให้ความสำคัญ ให้เวลากับครอบครัวนะคะ
ไม่ใช่เด็กทุกคนที่คิด แล้วพูด 
บางคนคิด แต่ไม่พูด 
รอยเปื้อนฝังบนผ้าขาวของเราโดยเราไม่ได้ใส่ใจไปบ้างรึเปล่า
จิตใจที่ขาวสะอาดของเด็ก ถูกพ่อ แม่ ครอบครัว วาดรอยอะไรไว้"

เป็นไงคะ...เป็นแตงก็อยากไปงานศพทุกวัน จะได้กะตังค์มาใช้...เพราะตอนนี้เขียมสุดชีวิต...แง แง

แตงไม่เคยเจอพี่พรรณ หรือว่าถ้าเคยเจอ ... 
พี่พรรณคะ แตงขอโทษด้วยค่ะ เพราะจำพี่ไม่ได้ ถ้าเจอกันอีกพี่ก็เข้ามาเคาะกระโหลกหนูหน่อยนะ...รื้อฟื้นความจำ 

ส่วนอีก mail หนึ่งที่แลกเปลี่ยนกันในหัวข้อนี้จาก คุณแม่แดง...พรจันทร์ ... (พรจันทร์ จันทนไพรวัน [email protected])
ส่วนพี่แดง(พรจันทร์) นี่แตงจำได้แม่น เพราะพี่ช่วยชีวิตแตงในตอนบรรยาย mind map ในเสวนา จิตสิกขา ครั้งที่ 1 ... และยิงคำถามแตงที่ตรงเป้าตรงใจมากเรื่องการมี blog ที่ gotoknow ... แล้วยังจิ๊กหนังสือ "ใช้หัวคิด" ของพี่เก็บเอาไว้ยังไม่คืนเลยค่ะ...
เชิญอ่าน mail แลกเปลี่ยนของพี่แดง...พรจันทร์...เลยค่ะ

"ถึงพี่พรรณ

พี่น่ารักจังเลย ที่ละเอียดอ่อน พูดเรื่องเด็กแล้วขอแจมหน่อยนา

แดงก็เคยเป็นแบบเพื่อนพี่ล่ะ แต่ชอบทำงานนะ จนวันนึง ตอนนั้นลูกสาวอายุ 2 ขวบเศษ ด้วยความที่แม่มันเป่ากระหม่อมทุกวันก่อนออกไปทำงานว่า แม่ต้องไปทำงาน จะได้มีเงินเยอะๆ ให้หนูเรียน.....บลา บลา.... เช้าวันนั้นลูกลุกขึ้นยืนบนเตียง เพื่อรับการเสกกระหม่อมเช่นเคย เธอล้วงกระเป๋ากางเกงขายาวตัวสวย แล้วควักมือกลมๆ ออกมาอย่างยากเย็น ชูเหรียญบาทให้ แล้วบอกว่า แม่ไม่ต้องไปทำงานหรอก หนูมีเงินให้แม่ นี่ไง นะ แล้วก็ยิ้มๆ Hohoho น้ำตาซึม อีกไม่นานเลยเริ่มหาจุดสมดุล ลาออกโลด

วันนี้ลูกสาว 5 ขวบแล้ว บอกแม่ว่า แม่ขา วันนี้แม่ไปรับหนูที่โรงเรียนอ่ะ แม่ใส่ชุดนี้นะ (ชุดทำงานแนว working mom สมัยโน้นน่ะ) หนูชอบ ...อ้าวทำไมล่ะลูก.....หนูอยากให้แม่ไปทำงานแล้วเย็นๆ ค่อยมารับหนู แม่มารับเย็นมากเลยนะ หนูอยากเล่นกับเพื่อนอยากอยู่กับทีชเช่อร์นานๆ..........แป่ว ไม๊พี่ 3 ปีผ่านไป ไล่ให้เรากลับไปทำงานฟูลไทม์ อยากเห็นแม่แต่งตัวงามๆ ดูบีซี่ๆ เหมือนแม่ของเพื่อนๆ 

เริ่มกลับมาหาความสมดุลใหม่ ใครหาเจอ ช่วยบอกกันบ้างน๊า...

แต่ก็นะ คิดสะระตะ ในเมื่อหาคนเลี้ยงหรือสวัสดิการ การลาเลี้ยงลูก (แบบ 6 ปีแรกของชีวิต) ไม่ได้ คิดม้วนหน้าหลังยังไง ก็จบที่ลาออก นั่งหน้ามัน อ้วนขาวอยู่ดีล่ะ ๕๕๕๕ อ่อ ไม่อ้วนสินะ ก็เราฝึกโยคะไปด้วยเนอะ"

ควรชื่อเรื่องว่าอะไรดีหล่ะค่ะพี่ขา...แตง...สมองว่างไร้ความคิดเลยค่ะ...อย่างงี้ควรจะเห็นใจคุณแม่...หรือว่า...เห็นใจคุณลูกดีค่ะ...หรือ...ปล่อยวาง...เฝ้าดู...พิจารณา...ก็เราครูโยคะด้วยกันไงคะ...เอาหลักโยคะอาสนะมาใช้ไง...อันนี้เพิ่งโดนครูกวีเคาะกระโหลกอันหนาทึบมาค่ะ...

ถ้าพี่ๆ น้องๆ ไม่พอใจที่นำบทความนี้มาลง 

ก็นะ...ถือว่า...สา...ระ...แน ... อย่างมีสาระ...ถือวิสาสะเอามาลงโดยไม่ขออนุญาตแล้วค่ะ...

ใครอยากแจมเชิญเลยค่ะ

แต่แตงขอลาเข้าเงียบ...กว่าจะเจอกันก็อีก 10 วันนะเจ้าคะ...บายค่ะ...