ปัญหาการศึกษาไทย

 

 

                      

ปัญหาเด็กไทยไม่อยากไปโรงเรียน

……………………………………….

                                                                               โดย mayayee

                เป็นข้อเท็จจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อสถาบันรามจิตติ  ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุน

การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย  ออกมาให้ข้อมูลเป็นตัวเลข

ที่น่าตกใจอย่างยิ่งสำหรับเยาวชนไทยที่อยู่ท่ามกลางสังคมยุคเทคโนโลยี  ว่ามีนักเรียนถึง  ร้อยละ 60  

ที่ไม่อยากมาโรงเรียน   ผลงานวิจัยพบว่าเด็กขาดความสุข ขาดความกระตือรือร้น และขาดแรงบันดาลใจในการมาโรงเรียนโดยเฉพาะในระดับมัธยม   ซึ่งเมื่อศึกษาต่อไปพบว่าปัญหาเหล่านี้มีสาเหตุหลาย ประการได้แก่

1.       สถาบันครอบครัวที่ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับจิตวิทยาเด็ก  และปัจจัยที่มีผลต่อไอคิว

และอีคิวของลูก  รวมถึงสภาพเศรษฐกิจที่ไม่มีเวลาเอาใจใส่ดูแลเท่าที่ควร

2.  สภาพสังคมยุคเทคโนโลยี  นักเรียน  ใช้เวลา 7 – 8  ชั่วโมง  กับการดูทีวี  เล่นเกมอินเตอร์เน็ต 

และความบันเทิงไร้สาย ที่เด็กและเยาวชนบางส่วนยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่า สิ่งไหนดีสิ่งไหนไม่ดี เพราะบนโลกอินเตอร์เน็ต ที่มีความหลากหลายชวนให้ค้นหานั้น นอกจากจะให้ความรู้และคุณประโยชน์แล้ว ยังแฝงไว้ด้วยภัยหรืออันตรายแก่ผู้ใช้ หากรู้ไม่เท่าทัน  ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำลายสมาธิของเด็ก และเป็นความรื่นรมย์ที่ทำให้เด็กสนใจที่จะใช้ชีวิตนอกโรงเรียน  มากกว่าที่ อยู่ในห้องเรียนแคบ ๆ

2.       ปัญหาสภาพแวดล้อมในโรงเรียน  ที่มักจะมีปัญหาความรุนแรง  เช่นการชกต่อย

 การทะเลาะวิวาท   มีแก๊งรีดไถในโรงเรียน   ทำให้เด็กเกิดความรู้สึกว่าโรงเรียนไม่ใช่ สถานที่ที่ปลอดภัย

                4.  พฤติกรรมและวิธีการสอนของครู ที่น่าเบื่อ ไม่ทันสมัย มุ่งเน้นทำผลงาน   ทอดทิ้งนักเรียนไม่มีเวลาดูนักเรียนใกล้ชิด 

                5.  หลักสูตร เนื้อหาหลักสูตรก็ไม่สอคดคล้องกับสิ่งที่เด็กต้องการจะเรียนรู้ท่ามกลางกระแสสังคมยุคปัจจุบัน

                    ปัญหานี้เป็นปัญหาวิกฤติ ผู้เกี่ยวข้องควรออกมาทบทวนถึงแนวทางการป้องกันและ

แก้ไขปัญหา  ว่าจะออกแบบอย่างไรให้โรงเรียนน่าอยู่  ซึ่งจะต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย 

 ทั้งภาครัฐที่ต้องมีนโยบายในการกำกับดูแลแก้ไขสื่ออิเลคทรอนิคส์  ต่าง ๆ อย่างจริงจังเข้มงวด  นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการก็ต้องสอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน 

ผู้ปกครองเองก็ต้องหันกลับมาให้ความสนใจกับบุตรหลานของตนให้มากอย่าให้เกิดช่องว่างทางเทคโนโลยี   ที่ทำให้สื่อเลวร้ายปรับเปลี่ยนรูปแบบเข้าใกล้ตัวเด็ก ฉกฉวยเวลาและโอกาสของพัฒนาองค์ความรู้และวิถีชีวิตในวัยเรียนไปได้อย่างรวดเร็ว ไว เฉียบคม แบบโคตรอันตราย

          ส่วนสถาบันการศึกษาเองควรมีกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เหมาะสม 

จัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้มีคุณภาพ   ในด้านครูผู้สอนวิธีการสอนและพฤติกรรมของครู

 

 ครูพันธุ์ใหม่คงจะต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการสอน แบบเดิม ๆ ที่ล้าสมัย  น่าเบื่อ ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทุกวัน ไม่ยึดติดกับคำว่าอาบน้ำร้อนมาก่อน  ที่ไม่สามารถพัฒนาอะไรได้กว่าการเดินบนเส้นทางไร้องค์ความรู้ที่จะก้าวให้ทันโลก ตั้งรับกับสื่อและสิ่งยั่วยุสมัยใหม่ ว่าจะทำอย่างไรให้เด็กกลับมามีความสนใจในการเรียน รวมทั้งพัฒนาองค์ความรู้ของตน  และการยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพครูที่หวังดีกับศิษย์อย่างจริงใจ