หัตถกรรมเครื่องเขิน


“ในสมัยพระยากาวิละ ไทยเขินได้อพยพมาอยู่บริเวณใกล้กับวัดนันทาราม และบริเวณประตูเชียงใหม่ เดิมชาวไทเขินไม่เพียงแต่ทำเครื่องเขินเพื่อใช้ในครัวเรือน หากยังใช้แลกเปลี่ยนกับสินค้าอื่นที่ไม่สามารถผลิตเองได้ เช่น เกลือ เครื่องปั้นดินเผา และยังใช้เป็นส่วยแก่เจ้านาย ทั้งเชียงใหม่และเจ้าเชียงตุง ภายหลังที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และเศรษฐกิจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2430 ทำให้เจ้านายต้องยึดครองที่นา มาเป็นส่วนตัว ชาวบ้านไม่ต้องส่งเป็นส่วยเป็นสิ่งของ แต่เปลี่ยนมาเป็นเงินแทน รวมทั้งชาวยุโรปเริ่มเข้ามาพร้อมกับมีสินค้าอุตสาหกรรมแปลกใหม่มาขาย เมื่อชาวบ้านไม่สามารถผลิตข้าวได้เพราะถูกยึดที่นา และจำเป็นต้องส่งส่วยเป็นตัวเงิน ชาวไทเขินจึงต้องผลิตเครื่องเขินเพื่อค้าขาย”
สัมภาษณ์คุณอนุรัตน์ วรธรรมานนท์
(ส่วนพัฒนาเทคโนโลยี ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1)
แนะนำตัวเองงานที่ดูแลรับปิดชอบ พูดถึงความเป้ฯมาของเครื่องเขิน
“เครื่องเขินเป็นภาชนะทำจากไม้ไผ่สาน เป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามต้องการ “ ชาวไทเขินหรือชุมชนไทเขินยังหลงเหลืออยู่บ้างในจังหวัดเชียงใหม่และใกล้เคียงโดยยังคงอนุรักษ์ศิลปะการทำเครื่องเขินไว้” สัมภาษณ์คุณอนุรัตน์(แนวโน้มการพัฒนางานเครื่องเขิน ความช่วยเหลือของศูนย์ส่งเสริม ตลอดจนบอกเล่าแนวทางพระราชดำรัสสมเด็จพระเทพฯ ในการปลูกต้นรัก ฯลฯ) ขอบคุณความรู้ ดีดี จาก mhtml:file://C:\Documents%20and%20Settings\Compaq\My%20Documents\ร้อยเรื่องเมืองล้านนา\หัตถกรรมเครื่องเขิน.mht!http://www.fm100cmu.com/blog/Lanna/content.php?id=200
เคลือบด้วยน้ำรักสีดำ ถ้าต้องการสีแดง ทาเคลือบด้วยชาด
ซึ่งทางเชียงใหม่เรียกว่า สีหาง หากเป็นของเจ้านายจะประดับตกแต่งด้วยสีทอง
และเขียนลวดลายสวยงาม ส่วนของชาวบ้านมักเป็นสีหาง ไม่มีลวดลาย”
สัมภาษณ์คุณอนุรัตน์(วิธีการทำเครื่องเขินคร่าวๆ ชุมชนใดบ้างที่ยังทำเครื่องเขินอยู่)
ตามมาดูเรื่องเขิน ตอนอยู่เชียงใหม่มาซื้อเครื่งเขินแถว ใกล้ๆ วัดนันทารามบ่อยค่ะ ตอนนี้ยังคงมีอยู่หลายชิ้นค่ะ