ที่ใดมีรัก ขอให้มี ยิ้ม

    เมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีก่อน สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเตือนภิกษุณีวาสิฎฐี ที่จิตใจหม่นหมองเพราะความรักที่มีต่อกามนิตหนุ่ม ว่า

 ที่ใดมีรัก   ที่นั้นมีทุกข์

  จนถึง พุทธวจนะดังกล่าวยังเป็นอมตะ เพราะได้รับการพิสูจน์ผ่านกาลสมัยว่าเป็นสิ่งจริงแท้ กระนั้น มนุษย์ก็ยังไม่หน่ายหนีที่จะมีรัก อีกทั้งยังสถาปนา"วันแห่งความรัก"ขึ้นมาเฉลิมฉลองการมีรัก

 ความรักมีคุณค่าต่อชีวิตอย่างแน่นอน หากรู้จักประคับประคองความรักให้อยู่ในขอบเขตแห่งความสร้างสรรค์

       ต่อไปนี้คือบางแนวทางในการรักแบบเสี่ยงทุกข์

       เมื่อมีรัก  รำลึกไว้เสมอว่าเมื่อประตูแห่งความสุขปิดลง ประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้น  ถ้าเรามัวแต่มองประตูที่ปิดลงไปแล้วก็ไม่อาจมองเห็นประตูบานอื่นที่เปิดไว้รอท่า

       การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคน   ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ  อย่าหวังที่จะได้รักตอบ  แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา   แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น   ก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเรา

       จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเองอย่าดึงเขาจากภาพความเป็นเขา

       อย่ามองใครจากหน้าตา  เพราะมันอาจหลอกเราได้  อย่ามองใครจากความร่ำรวย  เพราะมันอาจไม่จีรังยั่งยืน   ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้   เพราะเพียงยิ้มเดียว   สามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส   ขอให้คุณพบคนที่ทำให้คูณยิ้มได้

 

ขออวยพรให้แก่หัวใจของทุกคนที่มีรัก   ให้มีรอยยิ้มตลอดไป