การเปลี่ยนแปลง

หลักการ 7 ประการของผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดพลังการทำงานเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ (Seven Principles of Transformational Leadership.... Creating A Synergy of Energy) มีแนวคิดดังนี้

 

หลักการที่ 1 : หลักการ "ทำให้เป็นเรื่องง่าย" (Principle of Simplification)

 

                ผู้นำที่ประสบความสำเร็จจะเริ่มต้นด้วยวิสัยทัศน์ที่สะท้อนถึงวัตถุประสงค์ร่วม (Shared purpose)  ซึ่งผู้นำจำเป็นต้องทำสิ่งนี้ให้เกิดความชัดเจน (Clear)  สามารถปฏิบัติได้ (Practical)   ด้วยการปรับเปลี่ยนจากคำว่า "วิสัยทัศน์"  ซึ่งเป็นนามธรรม โดยการใช้วิธีตั้งคำถามเพื่อให้ได้คำตอบ เช่น ถามว่า "นี่เราจะมุ่งหน้าไปทางไหนกันล่ะ (Where are we headed?) เป็นต้น  หรือใช้วิธีสอนด้วยการเล่าเรื่องง่ายๆที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น เล่านิทานเรื่อง ช่างตัดหิน (The stonecutters) ว่า ช่างตัดหินคนที่ 1 พูดว่า "ฉันจะตัดหินออกเป็นแผ่น" ช่างตัดหินคนที่ 2 พูดว่า "ฉันจะแกะสลักหินให้เป็นแผ่นศิลาฤกษ์" ส่วนคนสุดท้าย พูดว่า "ฉันจะสร้างหอแสดงดนตรีด้วยหินเหล่านี้" ซึ่งคำตอบที่เหมาะสมและมีวิสัยทัศน์ก็คือ  คำพูดของคนสุดท้ายนั่นเอง  ดังนั้นในการอบรมพัฒนานักศึกษาในเรื่องวิสัยทัศน์ ก็อาจถามว่า  นักศึกษามองว่าตัวเองจะสามารถสร้างผลกระทบต่อหน่วยงาน ต่อชุมชนที่ตนอยู่ ต่อประเทศชาติ และต่อโลกได้อย่างไร  หรือถ้าเป็นเรื่องทีมงาน ก็ควรอภิปรายถึงเป้าหมาย (Goals) วัตถุประสงค์ (Objectives) และวิสัยทัศน์ที่จะทำให้ทีมเกิดเอกภาพเป็นหนึ่งเดียวขึ้น เป็นต้น

การประเมินตนเอง :           ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงต้องมีความสามารถทำวิสัยทัศน์ให้เกิด

                                                ความชัดเจนและสามารถปฏิบัติได้

คำถาม :                                                ข้าพเจ้าสามารถทำให้วิสัยทัศน์มีความชัดเจนและทุกคนเข้าใจ

                                                ได้ง่าย

คำตอบ:                                 ไม่เคย---------------------บางครั้ง---------------------------เป็นประจำ     

 

 

หลักการที่ 2 :  หลักการ "การจูงใจ" (Principle of Motivation)

 

หมายถึง  ความสามารถของผู้นำในการทำให้คนอื่นเห็นพ้องยอมรับและยึดมั่นผูกพันกับวิสัยทัศน์ของตน  กล่าวคือ  เมื่อผู้นำสามารถนำพลังร่วม (Synergy)  เข้าสู่องค์การได้แล้ว  ผู้นำจะต้องทำทุกวิถีทางในการเสริมพลัง (Energize) หรือจูงใจ (motivate) ต่อคนเหล่านั้น  ซึ่งมีวิธีง่าย ๆ ในการสร้างแรงจูงใจให้ผู้อื่น ก็คือ การสร้างความท้าทาย (Challenge) และการเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ได้เข้าร่วมกิจกรรมที่ต้องใช้กระบวนการสร้างสรรค์ (Creative process)  และเมื่อทำได้สำเร็จก็ให้คำชมหรือให้เกียรติยกย่อง  เป็นต้น

การประเมินตนเอง :          ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงต้องมีประสิทธิผลสูงในการทำให้ผู้อื่น                                                                                              เห็นด้วยยอมรับและเกิดความยึดมั่นผูกพันขึ้น

คำถาม :                                ข้าพเจ้าสามารถทำให้ผู้อื่นคล้อยตามเห็นด้วยและผูกพันต่อวิสัยทัศน์
ของข้าพเจ้า

คำตอบ :                                ไม่เคย_____________บางครั้ง _____________เป็นประจำ

 

หลักการที่ 3  :  หลักการ  "การเอื้ออำนวยความสะดวก" (Principle of Facilitation)

 

                หมายถึง  ความสามารถของผู้นำในการเอื้ออำนวยการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล ของทีมงานและของผู้อื่นซึ่งเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิผล  ซึ่ง Peter Senge ปรมาจารย์ด้านองค์การแห่งการเรียนรู้ระบุไว้  ในวินัยที่ 5   (The Fifth Discipline)  ของงานเขียนชื่อดังของตนว่า  ปัจจุบันภารกิจที่สำคัญของผู้นำก่อนอื่นใดก็คือ  ต้องทำหน้าที่ในการเอื้ออำนวยให้คนอื่นมีการเรียนรู้ เพราะยิ่งหน่วยงานใดมีบุคลากรที่มีนิสัยใฝ่ใจที่จะเรียนรู้อยู่เนื่องนิตย์มากเท่าไรก็ยิ่งเหมือนการเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์อันยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้นำ ให้สามารถนำพาองค์การเพื่อเอาชนะภาวะการณ์ท้าทายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมีผลสำเร็จ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงคือ ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจอันสูงส่งให้เป็น "ผู้ให้บริการ" (Steward)  แก่บุคลากรต่าง ๆ ที่ถือว่าเป็นทุนทางปัญญา (Intellectual capital)  ขององค์การ

 

                การประเมินตนเอง :          ผู้นำการเปลี่ยนแปลงต้องมีความสามารถในการเอื้ออำนวยการ

                                                                เรียนรู้ของบุคลากรเป็นรายบุคคล  เป็นทีมและผู้ที่เป็นทรัพยากร

                                                                อื่น ๆ ขององค์การ

                คำถาม :                                ข้าพเจ้าทำการเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ของผู้อื่น

                คำตอบ :                                ไม่เคย____________บางครั้ง_____________ เป็นประจำ

 

 

 

 

หลักการที่ 4 : หลักการแห่ง "การริเริ่มสิ่งใหม่" (Principle of Innovation)     

                หมายถึง  ความสามารถของผู้นำที่กล้าหาญในการริเริ่มเปลี่ยนแปลง ถ้ามีจำเป็น   แม้ว่า สิ่งนั้นจะเปลี่ยนแปลงยากเพียงไรก็ตาม  กล่าวคือในองค์การที่มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลได้นั้นเป็นเพราะมีสมาชิกที่สามารถคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า และมิได้รู้สึกหวั่นกลัวต่อเหตุการณ์นั้น  ผู้นำต้องสามารถที่จะริเริ่มและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างฉับพลัน  โดยทีมงานที่ประสบความสำเร็จมักมีสมาชิกที่แต่ละคนต่างทำหน้าที่ช่วยกันซึมซับและเผยแพร่ถึงการเปลี่ยนแปลงให้แก่กัน  ทั้งนี้เพราะผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงได้สร้างความไว้วางใจและสร้างการทำงานแบบทีมไว้รองรับเป็นอย่างดี

 

การประเมินตนเอง :          ความสามารถของผู้นำในการเปลี่ยนแปลงเรื่องยาก ๆ ได้สำเร็จ

                                                และมีประสิทธิผล

คำถาม :                                ข้าพเจ้ามีความสามารถริเริ่มการเปลี่ยนแปลงเรื่องยาก ๆ ได้อย่าง

                                                มีประสิทธิผล

คำตอบ :                                ไม่เคย____________บางครั้ง ____________เป็นประจำ

 

 

 

 

หลักการที่ 5 :  หลักการ "ด้านการขับเคลื่อน" (Principle of Mobilization)

 

                หมายถึง  ความสามารถของผู้นำในการระบุปัญหา  การจัดปัจจัยสนับสนุน  และการมอบอำนาจการตัดสินใจแก่ผู้ปฏิบัติงานให้สามารถดำเนินการบรรลุผลได้ตามวิสัยทัศน์    โดยผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงจะแสวงหาสมาชิกที่เต็มใจอาสาเข้าร่วม ทั้งกลุ่มผู้นำระดับรองซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว  และคนอื่น ๆ ที่มิได้มอบหมายให้ต้องรับผิดชอบแบบทางการ  ผู้นำปรารถนาที่จะสร้างผู้นำใหม่ขึ้นในทุกระดับ  จึงพยายามเชิญชวนบุคคลต่างๆเข้ามาร่วมงานและจุดประกายให้เกิดภาวะผู้นำขึ้นในบุคคลเหล่านี้  โดยใช้กลยุทธ์ง่าย ๆ ในการสร้างภาวะผู้นำก็คือ  การขยายขอบเขตและโอกาสด้านทำงานให้กว้างขวางยิ่งขึ้น  เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมและสร้างภาวะผู้นำขึ้นจากการทำงานนั้นได้อย่างทั่วถึงกัน

 

 

 

 

 

การประเมินตนเอง :          ความสามารถของผู้นำการเปลี่ยนแปลง ในการระบุปัญหา  การจัดปัจจัย                                                             และการมอบอำนาจการตัดสินใจแก่ผู้ปฏิบัติให้บรรลุตามวิสัยทัศน์                                                        

คำถาม :                                ข้าพเจ้าได้สร้างภาวะผู้นำขึ้นในบุคคลจำนวนมากที่ปฏิบัติให้

                                                วิสัยทัศน์เป็นจริง

คำตอบ :                                ไม่เคย_________บางครั้ง__________เป็นประจำ

 

 

 

 

หลักการที่  6 :  หลักการเตรียมความพร้อม (Principle of Preparation)

 

                หมายถึง ความสามารถในการปฏิบัติตนเอง เพื่อมิให้หยุดการเรียนรู้ (Never stop learning)  โดยไม่จำเป็นให้ใครต้องคอยช่วยเหลือดูแลในเรื่องนี้แต่อย่างใดทั้งสิ้น  ซึ่ง Rick Warren กล่าวว่า "ผู้นำคือผู้เรียนรู้ หรือ  Leaders are learners" ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงตระหนักดีว่า  การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ตนกำลังดำเนินการอยู่นั้น  แท้จริงสะท้อนมาจากจิตวิญญาณแห่งการแสวงหา (Spiritual quest)  ของตนที่ต้องการใช้ความสามารถและพรสวรรค์ที่ตนมีเพื่อการรับใช้ผู้อื่นทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น ดังนั้น สิ่งที่ทำก็คือพันธกิจแห่งชีวิตที่ต้องให้สำเร็จ  ด้วยการมีทัศนคติ (Mindset)  และความเชื่อเช่นนี้ ทำให้ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง จะกระตือรือร้นและขยันขันแข็งต่อการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา  และจะพยายามสร้างสัมพันธภาพระหว่างตนกับบุคคลอื่น ๆ ที่มุ่งการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ให้เจริญงอกงาม  โดยความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเช่นนี้ ย่อมช่วยสร้างโอกาสของชีวิตและช่วยขจัดอุปสรรคต่าง ๆ ให้หมดไป เพราะความสัมพันธ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความรักปรารถนาดีและพร้อมให้ความช่วยเหลือต่อกัน

 

                การประเมินตนเอง :          ความสามารถของผู้นำที่จะไม่หยุดการเรียนรู้ ไม่ว่ามีหรือไม่มี

                                                                ใครช่วยเหลือก็ตาม

                คำถาม :                                ข้าพเจ้าเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และมีการปรับปรุงตนเอง

                คำตอบ :                                ไม่เคย___________บางครั้ง__________เป็นประจำ

 

 

 

 

หลักการที่  7 : หลักการแห่ง "การสิ้นสุด" (Principle of Determination)

 

                หมายถึง  ความสามารถของผู้นำที่รู้ว่าเมื่อไรควรหยุด และยอมรับว่าบัดนี้การแข่งขันได้จบสิ้นแล้ว (The ability to finish the race)  คือเป็นผู้ที่รู้จักการพอในเวลาที่สมควรหรือเหมาะสม   ปกติโดยความเป็นจริงแล้ว การเป็นผู้นำบางครั้งต้องเผชิญกับภารกิจที่ยากลำบากต่อความสำเร็จสูง บ่อยครั้งต้องเดินบนเส้นทางการเป็นผู้นำอย่างผู้โดดเดี่ยว  การเป็นผู้นำจำเป็นต้องอาศัยความแข็งแรงทางกาย ต้องมีความเพียรพยายามสูง  ต้องมีความกล้าแกร่งและความเข้มแข็งในการต้องเผชิญเหตุการณ์เลวร้ายที่ไม่คาดคิดมาก่อน จนกว่าเวลาจะจบสิ้นลงในแต่ละวัน  ทั้งนี้เพราะผู้นำมิใช่เพียงแต่ต้องทำการยกระดับภาวะผู้นำของตนให้สูงขึ้นเท่านั้น  แต่ต้องมีหน้าที่ช่วยพัฒนาภาวะผู้นำให้ผู้ร่วมงานอีกด้วย  ต้องเผชิญทั้งความหยาบกระด้างและความอ่อนโยนระคนกันไปอันปกติวิสัยของมนุษย์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด บางครั้ง ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงก็เกิดความสงสัยในตนเอง  ต้องพบกับภาวะความหมองเศร้าและอ่อนล้าของจิตใจ ด้วยเหตุนี้ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงจึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาสภาพจิตใจ อารมณ์และสุขภาพกายของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีพลังใจที่แน่วแน่และยึดมั่นต่อภารกิจที่เป็นพันธะผูกพันอันยากลำบากนั้นให้สำเร็จจงได้ต่อไป

 

                การประเมินตนเอง :          ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงต้องรู้จักพอและรู้ว่าเมื่อไรควรหยุด

                คำถาม :                                                ข้าพเจ้าสามารถทำใจได้เมื่อภารกิจที่ต้องรับผิดชอบต้องยุติและ

                                                                สิ้นสุดลง

                คำตอบ :                                ไม่เคย_________บางครั้ง___________เป็นประจำ

 

หลักการ 7 ประการของผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดพลังการทำงานเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ (Seven Principles of Transformational Leadership…. Creating A Synergy of Energy) มีแนวคิดดังนี้

 

หลักการที่ 1 : หลักการ ทำให้เป็นเรื่องง่าย”(Principle of Simplification)

 

                ผู้นำที่ประสบความสำเร็จจะเริ่มต้นด้วยวิสัยทัศน์ที่สะท้อนถึงวัตถุประสงค์ร่วม (Shared purpose)  ซึ่งผู้นำจำเป็นต้องทำสิ่งนี้ให้เกิดความชัดเจน (Clear)  สามารถปฏิบัติได้ (Practical)   ด้วยการปรับเปลี่ยนจากคำว่า วิสัยทัศน์  ซึ่งเป็นนามธรรม โดยการใช้วิธีตั้งคำถามเพื่อให้ได้คำตอบ เช่น ถามว่า นี่เราจะมุ่งหน้าไปทางไหนกันล่ะ (Where are we headed?) เป็นต้น  หรือใช้วิธีสอนด้วยการเล่าเรื่องง่ายๆที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น เล่านิทานเรื่อง ช่างตัดหิน (The stonecutters) ว่า ช่างตัดหินคนที่ 1 พูดว่า ฉันจะตัดหินออกเป็นแผ่น ช่างตัดหินคนที่ 2 พูดว่า ฉันจะแกะสลักหินให้เป็นแผ่นศิลาฤกษ์ ส่วนคนสุดท้าย พูดว่า ฉันจะสร้างหอแสดงดนตรีด้วยหินเหล่านี้ ซึ่งคำตอบที่เหมาะสมและมีวิสัยทัศน์ก็คือ  คำพูดของคนสุดท้ายนั่นเอง  ดังนั้นในการอบรมพัฒนานักศึกษาในเรื่องวิสัยทัศน์ ก็อาจถามว่า  นักศึกษามองว่าตัวเองจะสามารถสร้างผลกระทบต่อหน่วยงาน ต่อชุมชนที่ตนอยู่ ต่อประเทศชาติ และต่อโลกได้อย่างไร  หรือถ้าเป็นเรื่องทีมงาน ก็ควรอภิปรายถึงเป้าหมาย (Goals) วัตถุประสงค์ (Objectives) และวิสัยทัศน์ที่จะทำให้ทีมเกิดเอกภาพเป็นหนึ่งเดียวขึ้น เป็นต้น

การประเมินตนเอง:           ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงต้องมีความสามารถทำวิสัยทัศน์ให้เกิด

                                                ความชัดเจนและสามารถปฏิบัติได้

คำถาม :                                                ข้าพเจ้าสามารถทำให้วิสัยทัศน์มีความชัดเจนและทุกคนเข้าใจ

                                                ได้ง่าย

คำตอบ:                                 ไม่เคย---------------------บางครั้ง---------------------------เป็นประจำ     

 

 

หลักการที่ 2 :  หลักการ การจูงใจ”(Principle of Motivation)

 

หมายถึง  ความสามารถของผู้นำในการทำให้คนอื่นเห็นพ้องยอมรับและยึดมั่นผูกพันกับวิสัยทัศน์ของตน  กล่าวคือ  เมื่อผู้นำสามารถนำพลังร่วม (Synergy)  เข้าสู่องค์การได้แล้ว  ผู้นำจะต้องทำทุกวิถีทางในการเสริมพลัง (Energize) หรือจูงใจ (motivate) ต่อคนเหล่านั้น  ซึ่งมีวิธีง่าย ๆ ในการสร้างแรงจูงใจให้ผู้อื่น ก็คือ การสร้างความท้าทาย (Challenge) และการเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ได้เข้าร่วมกิจกรรมที่ต้องใช้กระบวนการสร้างสรรค์ (Creative process)  และเมื่อทำได้สำเร็จก็ให้คำชมหรือให้เกียรติยกย่อง  เป็นต้น

การประเมินตนเอง :          ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงต้องมีประสิทธิผลสูงในการทำให้ผู้อื่น                                                                                              เห็นด้วยยอมรับและเกิดความยึดมั่นผูกพันขึ้น

คำถาม :                                ข้าพเจ้าสามารถทำให้ผู้อื่นคล้อยตามเห็นด้วยและผูกพันต่อวิสัยทัศน์
ของข้าพเจ้า

คำตอบ :                                ไม่เคย_____________บางครั้ง _____________เป็นประจำ

 

หลักการที่ 3  :  หลักการ  การเอื้ออำนวยความสะดวก”(Principle of Facilitation)

 

                หมายถึง  ความสามารถของผู้นำในการเอื้ออำนวยการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล ของทีมงานและของผู้อื่นซึ่งเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิผล  ซึ่ง Peter Senge ปรมาจารย์ด้านองค์การแห่งการเรียนรู้ระบุไว้  ในวินัยที่ 5   (The Fifth Discipline)  ของงานเขียนชื่อดังของตนว่า  ปัจจุบันภารกิจที่สำคัญของผู้นำก่อนอื่นใดก็คือ  ต้องทำหน้าที่ในการเอื้ออำนวยให้คนอื่นมีการเรียนรู้ เพราะยิ่งหน่วยงานใดมีบุคลากรที่มีนิสัยใฝ่ใจที่จะเรียนรู้อยู่เนื่องนิตย์มากเท่าไรก็ยิ่งเหมือนการเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์อันยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้นำ ให้สามารถนำพาองค์การเพื่อเอาชนะภาวะการณ์ท้าทายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมีผลสำเร็จ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงคือ ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจอันสูงส่งให้เป็น ผู้ให้บริการ”(Steward)  แก่บุคลากรต่าง ๆ ที่ถือว่าเป็นทุนทางปัญญา (Intellectual capital)  ขององค์การ

 

                การประเมินตนเอง :          ผู้นำการเปลี่ยนแปลงต้องมีความสามารถในการเอื้ออำนวยการ

                                                                เรียนรู้ของบุคลากรเป็นรายบุคคล  เป็นทีมและผู้ที่เป็นทรัพยากร

                                                                อื่น ๆ ขององค์การ

                คำถาม :                                ข้าพเจ้าทำการเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ของผู้อื่น

                คำตอบ :                                ไม่เคย____________บางครั้ง_____________ เป็นประจำ

 

 

 

 

หลักการที่ 4 : หลักการแห่ง การริเริ่มสิ่งใหม่”(Principle of Innovation)     

                หมายถึง  ความสามารถของผู้นำที่กล้าหาญในการริเริ่มเปลี่ยนแปลง ถ้ามีจำเป็น   แม้ว่า สิ่งนั้นจะเปลี่ยนแปลงยากเพียงไรก็ตาม  กล่าวคือในองค์การที่มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลได้นั้นเป็นเพราะมีสมาชิกที่สามารถคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า และมิได้รู้สึกหวั่นกลัวต่อเหตุการณ์นั้น  ผู้นำต้องสามารถที่จะริเริ่มและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างฉับพลัน  โดยทีมงานที่ประสบความสำเร็จมักมีสมาชิกที่แต่ละคนต่างทำหน้าที่ช่วยกันซึมซับและเผยแพร่ถึงการเปลี่ยนแปลงให้แก่กัน  ทั้งนี้เพราะผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงได้สร้างความไว้วางใจและสร้างการทำงานแบบทีมไว้รองรับเป็นอย่างดี

 

การประเมินตนเอง :          ความสามารถของผู้นำในการเปลี่ยนแปลงเรื่องยาก ๆ ได้สำเร็จ

                                                และมีประสิทธิผล

คำถาม :                                ข้าพเจ้ามีความสามารถริเริ่มการเปลี่ยนแปลงเรื่องยาก ๆ ได้อย่าง

                                                มีประสิทธิผล

คำตอบ :                                ไม่เคย____________บางครั้ง ____________เป็นประจำ