โปรแกรมการพัฒนาคุณภาพบริการเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพไม่สามารถดำเนินการให้เกิดผลลัพธ์ตามคาดหวังได้กับผู้ป่วยทุกรายเสมอไป เนื่องจากผู้ป่วยบางรายที่ความแปรปรวนทางสุขภาพ

การดำเนินการโปรแกรมการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดโดยอาศัยความรู้เชิงประจักษ์ในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ในเขตรับผิดชอบอำเภอท่าวังผา  จังหวัดน่านได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา มีการขยายสู่ผู้ป่วย COPD  จำนวน 252 รายในปี 2550  โดยอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรทุกระดับทั้งในโรงพยาบาลและสถานีอนามัย พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  ปัญหาและอุปสรรคที่พบคือ  ผู้ป่วยบางรายมีความแปรปรวนทางสุขภาพ ไม่สามารถปฏิบัติกิจกรรมพยาบาลและไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง  เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ  บางรายอาศัยอยู่คนเดียวตามลำพัง ไม่สามารถปฏิบัติการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดได้อย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถพ่นยาขยายหลอดลมได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้มีอาการหายใจลำบากต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทั้งแบบฉุกเฉิน 1-2 ครั้ง/เดือน และอัตราการรักษาซ้ำในโรงพยาบาลโดยไม่ได้รับการวางแผนภายใน 28 วันร้อยละ 9.60   ดรรชนีคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำ  คะแนนรับรู้พลังอำนาจพลังอำนาจในผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง น้อยกว่าร้อยละ  50  มีรายงานผู้ป่วยที่มีปัญหาซับซ้อนเหล่านี้  จำนวน 15 ราย

จากสภาพปัญหาดังกล่าวโรงพยาบาลท่าวังผาจึงได้นำ    กระบวนการเสริมสร้างพลังอำนาจแบบกลุ่ม  เพื่อเพิ่มพลังอำนาจในตนเองแก่ผู้ป่วยสามารถแก้ไขปัญหาควบคุมภาวะหายใจลำบากของตนเองซึ่งจะส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ดำเนินการระหว่างเดือน เมษายน กรกฎาคม 2551  ตามแนวคิดที่เสนอโดยกิบสัน (Gibson, 1993) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนได้แก่ 

1. การค้นพบสภาพการณ์จริง  (Discovering reality )  เป็นการทบทวนเกี่ยวกับโรคและการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดที่ผู้ป่วยปฏิบัติที่ผ่านมา

2. การสะท้อนคิดอย่างมีวิจารณญาณ  (Critical reflection)  ให้ผู้ป่วยวิเคราะห์ตนเองถึงสาเหตุที่ไม่สามารถปฏิบัติการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดได้  ทบทวนผลดีและผลเสียที่เกิดขึ้น

3. การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติกิจกรรมที่เหมาะสม (Taking change)  เรียนรู้จากต้นแบบโดยการรับฟังการเล่าประสบการณ์ที่ดีเกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดจากตัวอย่างผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่มีปัญหาซับซ้อน   ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีศักยภาพในการฟื้นฟูสมรรถภาพปอด เป็นผู้มีคุณภาพชีวิตที่ดี   ให้ผู้ป่วยวิเคราะห์ตนเอง โดยการเปรียบเทียบการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดที่ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นต้นแบบ  ให้ตัดสินใจเกี่ยวกับการการฟื้นฟูสมรรถภาพปอด

4. การคงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ (holding on)  การติดตามการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องที่บ้าน มีการเล่าประสบการณ์ความสำเร็จ ปัญหา  อุปสรรคในการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดให้กลุ่มรับฟัง ร่วมกันเสนอแนะแนวทางแก้ไข

     ผลการดำเนินการพบว่า ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น อาการหายใจลำบากลดลง  จำนวนครั้งของการมารักษาแบบฉุกเฉินลดลง  การนอนรักษาในโรงพยาบาลลดลง และสามารถดำรงชีวิตกับครอบครัวที่บ้านได้

ข้อเสนอแนะ โปรแกรมการพัฒนาคุณภาพบริการเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพไม่สามารถดำเนินการให้เกิดผลลัพธ์ตามคาดหวังได้กับผู้ป่วยทุกรายเสมอไป   เนื่องจากบางรายที่ความแปรปรวนทางสุขภาพ มีปัญหาซับซ้อน จึงต้องดำเนินการที่แตกต่างจากผู้ป่วยกลุ่มปกติโดยอาศัยทฤษฎีทางการพยาบาลและความร่วมมือจากบุคลากร ญาติ ในการเพิ่มพลังอำนาจให้ผู้ป่วยเหล่านั้นสามารถปฏิบัติกิจกรรมพยาบาลและได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้    (ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสภาการพยาบาล