เช้าวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันครอบครัว ถือ เป็นวันที่ทุกคนในครอบครัวจะมีเวลาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แต่มีคนกลุ่มหนึ่งประกอบด้วยพยาบาลและนักกายภาพบำบัดจิตอาสา ที่ยอมเสียสละช่วงเวลาดังกล่าว เตรียมตัวกันตั้งแต่เช้าเพื่อเดินทางไปเยี่ยมผู้ป่วยฮีโมฟีเลียที่บ้าน แม้ว่าก่อนหน้านี้มีการวางแผนการเดินทาง ในช่วงสภาพภูมิอากาศที่ฝนตกมากในปีนี้ หนทางที่เรามุ่งหน้าไปนั้นเป็นถนนคอนกรีตผิวหน้าถนนไม่เรียบกว้างประมาณ 3 เมตร ลัดเลาะเลียบภูเขาที่สูงชัน อยู่ห่างจากอำเภอเมืองน่านราว 80 กิโลเมตร โดยสารรถขับเคลื่อนสี่ล้อของโรงพยาบาลน่านใช้เวลานานราว 2 ชั่วโมง พาหนะได้พาพวกเราเดินทางผ่านภูเขา ลำธาร และป่าไม้ก่อนถึงที่หมาย หมู่บ้านสันเจริญ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวอิวเมี่ยนมีผู้ป่วยอายุ 5 ปี อาศัยอยู่ พวกเราได้รับการต้อนรับจากผู้ป่วยและครอบครัวเป็นอย่างดี สังเกตจากรอยยิ้มและมีเพื่อนบ้านมาแวะทักทายด้วยไมตรี ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพปลูกไร่กาแฟและมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามคือ น้ำออกรู เป็นน้ำใต้ดินที่ไหลออกมาเป็นน้ำตกเล็กๆท้ายหมู่บ้าน ผู้ป่วยรายนี้ค้นพบจากการออกหน่วยบริการทางการแพทย์ พอสว. ของโรงพยาบาลท่าวังผา ในปี 2549 พบว่าเด็กมีอาการข้อบวมเมื่อเกิดการกระแทก จึงส่งตัวไปรับการตรวจที่โรงพยาบาลน่านผลการวินิจฉัยว่าผู้ป่วยเป็นฮีโมฟีเลียชนิดรุนแรงมาก จึงได้เข้าร่วมโครงการของสปสช.และได้รับแฟกเตอร์เข้มข้นมาไว้รักษาที่บ้าน บิดาของเด็กบอกกับพวกเราว่า "ชีวิตก่อนหน้านั้นอยู่แต่โรงพยาบาล ไม่มีเวลาทำงานต้องเฝ้าลูกชายเดือนละ 2 ครั้ง ตั้งแต่ได้เข้าร่วมกลุ่มผู้ป่วยฮีโมฟีเลียจังหวัดน่านและรับแฟกเตอร์มาฉีดที่บ้าน พอมีเวลาทำไร่กาแฟ เด็กสามารถไปโรงเรียนได้ วันนี้ดีใจมากที่หมอมาเยี่ยมถึงที่บ้าน”
จากการเดินทางที่แสนยากลำบากทำให้นึกย้อนกลับไปว่า...เมื่อเขาเจ็บป่วยหนักจะเดินทางมาโรงพยาบาลอย่างไร... ดังนั้นการสอนและแนะนำให้พวกเขาสามารถดูแลตนเองได้ สามารถแสวงหาการช่วยเหลือทางการแพทย์ที่ใกล้ที่สุด จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ผู้ป่วยฮีโมฟีเลียที่นี่ก็เช่นเดียวกันพวกเขาเรียนรู้การดำรงชีวิตบนภูเขาให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เรียนรู้วิธีการลดความเจ็บปวดอาการบวมด้วยการประคบความเย็น การประเมินระดับความเจ็บปวด การวัดรอบข้อที่บวมเปรียบเทียบกับข้อปกติ ก่อนตัดสินใจให้การรักษาด้วยการฉีดแฟกเตอร์ที่สถานีอนามัยหรือฉีดเองโดยใช้เข็มปีกผีเสื้อที่คนกรุงเทพใจดีบริจาคมาให้ ในปีที่ผ่านมาผู้ป่วยรายนี้ไม่เคยต้องนอนรักษาในโรงพยาบาลเลยเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยทุกคนปรารถนา ผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียถ้ามีการดูแลตนเองที่ดี การรักษาที่เหมาะสมก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้ตามปกติ
สิ่งที่พวกเราได้รับมากกว่าผงกาแฟสดที่แทนน้ำใจจากครอบครัวผู้ป่วยคือ ความประทับใจในการเติมใจให้สังคม...เป็นสิ่งที่พวกเราทีมงานจิตอาสาทุกคนมุ่งมั่นกระทำเพื่อเติมเต็มให้ในส่วนที่สังคมยังต้องการความช่วยเหลือ พวกเราขอเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยและครอบครัวทุกคน



ยินดีกับผู้ป่วยนะคะ ที่มีทีมงานที่ดีเฝ้าดูแลค่ะ
ชื่นชมพี่น้อยหน่ามากค่ะ การเติมใจให้สังคม กับผู้ป่วยฮีโมฟีเลีย ทีมงานกับการทำงานจิตอาสาน่ารักทุกคนค่ะ
อยากให้ทุกคนเติมใจให้สังคมน่านด้วยกัน ความดีที่น่าน
ชื่นชม...มากครับ
ขอบคุณที่เติมใจให้สังคม ...ชาวสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
แวะทักทายด้วยความยืนดี
สวัสดีค่ะ ความดีสร้างได้ค่ะ
แวะมาทักทาย บันทึกแรกค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
มีสิ่งดีๆในทุกๆวัน นะคะ
ขอบคุณค่ะ
น้องน้อยหน่าคะ แม่ต้อยชื่นชมจริงๆคะ
ขอบคุณค่ะ ทุกท่าน ผู้ป่วยฮีโมฟีเลียน่าสงสารมากค่ะ ต้องทนกับความเจ็บปวด และเสี่ยงต่อชีวิตตลอดเวลา