วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมต้องไปโรงพยาบาลแบบหมอนัดล่วงหน้า..

หลังจากทีหมอได้ถอดเอาเหล็กที่เสียบขาผมอยู่ออก(หมอเรียกว่าออฟ) และเมื่อวานซืน(วันอังคาร)ก็ไปพบหมอตามที่หมอนัด

แปลกเหมือนกัน ที่จริงเวลาไปพบหมอน่าจะดีใจ.. แต่ที่เกิดกับผมกลับตรงข้าม คือวันไหนเป็นวันที่หมอนัดใจไม่ดีเอาเสียเลย บางทีอาจเรียกได้เลยว่าเครียด... ถึงจะเครียดอย่างไรก็ต้องไป ไม่เต็มใจไปแต่ก็อยากไป .. เพราะเป้าหมายใหญ่ของเราทั้งตัวผมและหมอเป็นเป้าหมายเดียวกันเหมือนกัน..คือ..ทำอย่างไรให้หายดี..และเร็วด้วย.. แต่ด้วยวิธีการของหมอทำให้คนไข้อย่างผมเครียดได้

เมื่อวานซืนหมอไม่พูดมาก และคำแนะนำของหมอสร้างความสบายใจแก่ผมและคนเกี่ยวข้องทุกคน หมอบอกว่าช่วงแรกๆนี้ต้องใช้ไม้เท้าก่อน จากนั้นค่อยใช้ไม้เท้าข้างเดียว สำคัญที่สุดหมอไม่นัดแล้วและไม่ได้สั่งยาใดๆ  

วันนี้ผมไปโรงพยาบาลตามที่หมอ(อีกคน)นัด หมอคนนี้เป็นหมอกายภาพบำบัด ผมไม่ได้เครียดอะไร เพราะกับหมอคนนี้สามารถพูดคุยกันได้ปกติ ก็สองจิตสองใจว่าจะไปพบตามนัดดีหรือไม่.. เพราะจากการประมวลของผมแล้วไปหรือไม่ไปมีผลเหมือนกัน สุดท้ายผมก็ไปพบหมอตามที่นัดเพราะเพื่อนที่เป็นพยาบาลแนะนำว่าต้องไปก็เลยตามเพื่อนเขาหน่อย ไหนๆเพื่อนคนนี้ก็เป็นคนหนึ่งที่ช่วยชีวิตผม

ผมไปแต่เช้าครับ (เช้ามากสำหรับคนบ้านไกลอย่างผม) ถึงโรงพยาบาลประมาณแปดโมง แต่ก็ต้องรอคิวแบบค่อนข้างโหดมาก เพราะผมต้องรอเกือบเที่ยงถึงจะพบหมอได้ ที่รู้สึกว่าโหดเพราะตอนที่ผมไปยื่นบัตรคิวมีคนไข้รออยู่สองสามคน แต่พอรอแล้วคนไข้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นๆเรื่อยๆ และได้เข้าไปพบหมอก่อนด้วยซิ..เขามาหลังแต่ดันได้พบหมอก่อน.. และผมต้องรอสี่ชั่วโมงกว่าเพื่อพบหมอเพียงสิบกว่านาที

ผลก็ตามที่ผมอยากได้ เพราะตอนนี้ผมอยากทำงานเต็มที่แล้ว ยังไม่อยากเข้าๆออกๆโรงพยาบาลเหมือนหลายเดือนที่ผ่านมา คือ หมอบอกว่าให้ทำต่อที่บ้านได้ ไม่จำเป็นต้องมาทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลแล้ว มีปัญหาค่อยไปหา..

เลยเป็นว่า..วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมต้องไปพบหมอตามนัด

ออกจากห้องหมอ ก็แวะไปเยี่ยม ดร.ดลวนะ (คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย) แต่ระหว่างทางไปห้องที่ท่านรักษาตัวอยู่ก็ต้องเดินผ่านข้างๆห้องที่ผมเคยนอนมาเมื่อเก้าเดือนที่แล้ว..

..ตอนที่ผมเข้าห้องผ่าตัดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัดบอกว่าต้องนอนพักที่โรงพยาบาลหนึ่งคืน แต่เมื่อออกจากห้องผ่าตัดแล้วหมอให้กลับบ้านทันที ผมก็งงและดีใจ ที่ดีใจเพราะมั่นใจว่าอาการไม่หนักหนาหมอเลยให้กลับ .. และวันนี้ก็ได้อีกคำตอบหนึ่งถ้าจะให้นอนที่โรงพยาบาลก็ไม่น่าจะให้นอนเพราะคนไข้นอนเต็มห้องแถมล้นออกมาข้างๆห้องจนเต็ม ..

..พอผมเดินผ่านก็เจอพยาบาลที่เป็นรองหัวหน้าตึกกำลังบริการรักษาคนไข้อยู่ เมื่อผมสวัสดีทักทายคุณพยาบาลก็ถามว่า..มาเยี่ยมใคร.. ผมก็ตอบไปว่า ..มาเยี่ยมบ้านเก่า..

.. คุณพยาบาลก็ตอบแบบฟังดูแล้วไม่ค่อยเป็นไปตามวัฒนธรรมบ้านเราเท่าไร แต่เป็นคำตอบที่เป็นคำอวยพรที่ผมอยากได้มาก...

"มาเยี่ยมได้แต่อย่ามานอน"