อยากเป็นนักเขียน

 


            สมัยเด็ก ชื่นชอบกับการอ่านหนังสือการ์ตูนเล่มละ ๑ บาท ซึ่งเหมาะสมกับฐานะที่พอมีพอกินของครอบครัว แต่ละอาทิตย์อยากให้ถึงวันศุกร์ไวๆๆ

            ทำไมหรือ ?

            เนื่องจาก โรงเรียนบ้านห้วยยางมิตรภาพที่ ๓๕  สถานที่ให้ความรู้ตั้งแต่เริ่มต้นการหัดอ่านหัดเขียน ก.ไก่นั้น มีตลาดนัดวันศุกร์นั่นเอง และตลาดแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน เดินไปเพียงไม่กี่เมตรก็ถึงแล้ว

            วันนี้จะเป็นวันพิเศษที่ตื่นนอนแต่เช้า เพื่อไปตลาดนัดพร้อมกับพ่อ แม่ ได้กินขนมจีนจากป้าขาประจำ จากนั้นจะตรงไปยังร้านขายหนังสือการ์ตูน ซึ่งจะเจอหน้ากันทุกวันศุกร์

            จะใช้เวลาหลายนาทีกับการเลือกหนังสือที่ถูกใจครั้งละ ๒-๓ เล่ม  ก่อนที่จะเดินไปโรงเรียน

            วันนี้อยากให้โรงเรียนเลิกไวๆๆจัง เพราะจะไปอ่านหนังสือการ์ตูน เพราะครูห้ามอ่านในห้องเรียน

  

ขายหัวเราะ ที่ต้องชื่อเป็นประจำ

 

 

            นิสัยชอบอ่านหนังสือเริ่มมาตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อเข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียนทับสะแกวิทยา จะเพื่อนคู่หูอยู่สอง  คือไอ้จกและไอ้ตี่  หลักจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว จะนั่งอยู่ในห้องสมุดจนกว่าจะถึงเวลาเรียน จำได้ว่าเริ่มแรกของอ่านหนังสือนั้นจะอ่านหนังสือประเภทผจญภัย เช่น ล่องไพร ของน้อยอินทนนท์  เพชรพระอุมา  มังกรหยก เป็นต้น  หนังสือที่นิยมอ่านอีกประเภทคือ หนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ความรู้ทั่วไป หนังสือเกี่ยวกับการเมือง  อ่านหนังสือในห้องสมุดทุกวัน จนหนังสือที่ชอบหมด

            “หนังสือเล่มนี้เขียนไม่ได้เรื่อง ทำไมถึงขายได้น่ะ” เริ่มบ่นในใจ 

            “เราก็น่าจะเขียนได้เหมือนกัน”

            หลังจากจบ มศ. ๕ รุ่นสุดท้ายของประเทศไทยแล้ว ก็สอบเอ็นทรานเหมือนกับคนอื่น ตัดสินใจเลือกคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ โก้ไม่หยอก อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ ใจจดจ่อกับการประกาศผลสอบ

            ในที่สุดวันเวลารอที่มาถึง วันพรุ่งนี้จะประกาศผลสอบแล้ว ดีใจจัง

            “พรุ่งนี้ไปกรุงเทพฯ ไปนอนกับน้ากูที่หน้ารามฯ ก่อน แล้วค่อยไปฟังผลสอบกัน”

            ค่ำคืนนั้น ได้มีโอกาสเดินเล่นในมหาวิทยาลัยรามคำแหง กับเพื่อน

            “โอโฮ้ ทำไม มหาลัย ใหญ่จัง “

            “คืนนี้มี คาราบาว มาเล่นให้ดูฟรีด้วยน่ะ ยังมีอีกหลายวง กระท้อน แฮ้มเมอร์ คาราวาน   คืนนี้ไปดูกันให้แจ้งไปเลย”

            “พี่ที่ราม มีดนตรีฟรีแบบนี้ บ่อยไหม”

            “มีเกือบทุกอาทิตย์ ดูกันจนเบื่อ”

            “เฮ้ย ไอ้จก ไอ้ชา เรียนที่รามดีกว่า ไม่ต้องไปฟังผลสอบดีกว่า เน๊อะ”

            ในที่สุด เด็กชายบ้านนอก ๓ คน ก็เป็นลุกพ่อขุน เต็มตัว

            แต่ละวัน จะหมกอยู่ในห้องสมุด อ่านหนังสือหลายประเภท

            ความคิดอยากจะเป็นนักเขียนยังไม่หมดไปจากสมอง 

            “อาจารย์ครับ เขียนหนังสือนี่อยากไหมครับ”

            “ ผมอ่านหนังสือของอาจารย์หลายเล่มสนุกและให้ความรู้ดีมากเลยครับ”

            “การเป็นนักเขียนนั้น ต้องรักการอ่าน เป็นคนช่างสังเกต และจดจำสิ่งต่างๆรอบตัว” อาจารย์วศิน อินทรสระ อธิบายให้ฟัง

            “แล้วผมจะเป็นนักเขียนได้หรือเปล่าครับ”

            “ได้สิ ถ้าเธอพยายาม หัดเขียนไปเรื่อยๆ เขียนแล้วเก็บไว้ก่อน วันหลังลองเอาหนังสือที่เขียนนั้นมาอ่านดู ถ้าเราอ่านหนังสือที่เราเขียนเอง  แล้วรู้สึกว่าเขียนดี แสดงว่า เธอเริ่มต้นการเป็นนักเขียนแล้วน่ะ”

            “กว่าผมจะเป็นนักเขียนที่ได้รับการยอมรับ ต้องใช้เวลาในการอ่านหนังสือ และเขียนหนังสืออยู่หลายปี”

            วันเวลาผ่านไปหลายปี  ก็ไม่มีโอกาสได้เขียนหนังสือให้สาธารณชนได้อ่านสักเล่ม

            “อาจารย์ หนังสือที่เขียน เป็นคู่มือสอน เขียนดี อ่านเข้าใจ ทำไม อาจารย์ไม่พิมพ์ขายล่ะครับ”