ก.พ.ร. เตรียมการเรื่องนี้มานานตั้งแต่ปี 2547 จนกระทั่งถึงปี 2551 มีการเผยแพร่ อบรมวิทยากร ให้แก่ส่วนราชการในระดับกรม จังหวัด และมหาวิทยาลัย กำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายในลักษณะเป็นวิชาเลือก และวิชาบังคับตามขั้นตอน และแนวคิดการพัฒนาที่วางไว้ ต้องยอมรับว่า มีเครื่องมือสำหรับการบริหารจัดการมากมายทีเดียว ตั้งแต่ ปี 2547 เป็นต้นมา ทยอยเสนอให้ส่วนราชการปรับใช้เครื่องมือ แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ด้วยระบบและกระบวนการแบบราชการที่ผู้รับผิดชอบมักเป็นผู้ "คุณน่ะทำ" ไม่สามารถบูรณาการกับงานประจำได้ จึงมีลักษณะแยกส่วน ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ ทำตามที่ ก.พ.ร. เสนอ ทุกประการแล้ว คะแนนก็ได้เต็มหรือดีมาก แต่งานยังไม่เห็นผล คนเป็นทุกข์ โดยเฉพาะเรื่อง PMQA ถือว่าเป็นทุกขลาภ ของส่วนราชการจริงๆ อาจารย์สังวรณ์ เคยกล่าวไว้ว่า วงจร PDCA จะกลายเป็น P คือ ผิด D คือ ดันทุรัง C คือ เซ็ง และ A คือ เอวัง จึงเป็นคำถามสำคัญว่า PMQA จะมาเสียชีวิตที่ประเทศไทยอีกครั้งเหมือนกับเครื่องมือบริหารจัดการที่ใช้ได้ดีกับทั่วโลก แต่จะมีอันเป็นไปมื่อนำมาใช้กับระบบราชการไทยเสมอ จริงหรือไม่? เข้าใจว่าปัญหานี้ ก.พ.ร. ก็ถนัดอยู่เช่นเดียวกัน ดังนั้น ในปี 2552 จึงปรับเกณฑ์ PMQA ให้ยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้ส่วนราชการพัฒนา หรือไต่ระดับเข้าสู่มาตรฐานขั้นต่ำ และทยอยทำรายหมวดตามบริบทของส่วนราชการ พร้อมทั้งจัดระบบสนับสนุนให้ตามสมควร เช่น หมอองค์กร ได้แก่ อาจารย์ที่ปรึกษา ในการจัดทำรายหมวด


ขอบคุณสำหรับลายแทงการบริหารครับ...
ขอสมัครร่วมเรียนรู้กับอาจารย์นะครับ..
เรียน คุณย่ามแดง
เชิญร่วม ลปรร กันได้ครับ