เมื่อผมต้องเป็นคนไข้ (3.การเดินทางสั้นๆที่แสนยาวไกล)


ระิหว่างที่กำลังรวบรวมพลังที่จะเคลื่อนไหวให้พ้นพันธนาการจากบันไดอลูมิเนียมที่ดูเหมือนจะเลื้อยพันตัวผมอย่างแน่นหนา  adrenaline ที่ควรช่วยผมได้ตามทฤษฎีกลับไม่ได้เพิ่มพลังแก่ผมในการขยับตัวเลย  มันคงพยายามเต็มกำลังที่จะไปปกป้องผมจากความเจ็บปวดมากกว่า  ในเวลานั้นผมละความสนใจเป็นช่วงๆไปปลอบใจแฟนผมที่กำลังตกใจอย่างมาก ให้ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ ผมไม่เป็นไรมาก (ผมโกหก!!) และรู้สึกเสียใจที่ทำให้คนที่เรารักต้องเจ็บปวดไปด้วย 

ขณะเดียวกัน ในใจก็คิดเชิงบวกตลอดเวลาว่า โชคดีจังเลยที่หลังไม่หัก หัวไม่ฟาดจนหมดสติไป ข้อเ้ท้าคงเคลื่อนนิดเดียว เอ็นท่าจะฉีก เข้าเฝือกสองสามสัปดาห์ก็คงหายแล้ว  และก็บวกสารพัดความคิดบวกสุดๆ  ที่จะกลบความเจ็บปวดและความกลัว  ผมยืนยันด้วยตนเองว่ามันก็ช่วยจิตใจได้มากจริงๆ ถึงแม้จะลังเลว่าอาจคาดเดาผิดไป แต่ความจริงก็คือความจริง มันมักจะมาทีหลังเสมอ

เมื่อแฟนผม กำจัดบันไดออกจากตัวผมสำเร็จ  สมองผมเริ่มคิดถึงหนทางที่น่าจะเหมาะที่สุดในการเอาตัวเองไปถึงรพ.ให้ได้เร็วที่สุด  multiple choice เกิดขึ้นมากมายในความคิด มันตลกดีครับ ที่กลับรู้สึกว่า ข้อควรเลือกง่ายๆเหล่านั้น กลับเลือกยากจริงๆในระยะเวลาฉุกเฉินนั้น ในที่สุดต้องใช้วิธีลดทางเลือกให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อประหยัดเวลาตัดสินใจ คือ  ขึ้นเหนือไปรพ.เอกชนที่ใกล้ที่สุดและใกล้เมือง หรือล่องใต้ไปรพ.หางดง ที่มีเพื่อนอยู่และคงช่วยเราได้ทุกเรื่องโดยเฉพาะการส่งต่อ (บ้านผมอยู่ราวสิบกม.ทางทิศใต้ของเมืองเชียงใหม่ครับ)

แต่ในที่สุดก็เลือกทางเลือกที่เข้าข้างตัวเองอย่างที่สุดเพราะ คาดเดาว่า ข้อเ้ท้าคงเคลื่อน แค่ใส่เฝือกก็คงได้กลับมานอนบ้าน  ผมรีบโทรศัพท์ไปหาผอ.รพ.เอกชนซึ่งเป็นเพื่อนที่คุ้นเคยกันดี  แกก็ดีใจหาย เสนอที่จะส่งรถมารับถึงบ้าน แต่ก็มีข่าวร้ายคือ ศัลยแพทย์กระดูกจะมาตอนห้าโมงเย็น  ตอนนั้นสมองเริ่มวิ่งบ้างแล้ว คิดคำนวณเวลาอย่างรวดเร็ว  เอาล่ะวะ  ตอนนี้ก็สองโมงเย็นแล้ว ให้แฟนขับรถพาเราไป น่าจะเร็วกว่ารอรถรพ.มารับเรา เพราะกว่าจะงมทางมาถึงบ้านได้ วิ่งมาวิ่งไป ในใจเริ่มคิดแถมไปว่า เผื่อมันแย่กว่าที่คิด จะได้ไม่ต้องรออะไร สามารถไปรพ.สวนดอก หรือรพ.นครพิงค์ได้เลย แล้วก็หยุดคิดต่อทันที ค่อยคิดเป็นช่วงๆดีกว่า ตอนนี้พลังงานเหลือน้อยเต็มทีแล้ว

ตอนนี้ก็เหลือ การประเมินตนเองกับศักยภาพทางจิตใจของแฟน (self assessment , ทำ service profile อย่างไงอย่างงั้นเลย??) อาศัยการนอนกองกับพื้นเฉยๆ ขยับตัวสำรวจความเสียหายในส่วนอื่นๆ ปากก็เชียร์แฟนไม่หยุดปากว่า  ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ ขอเวลานิดหนึ่ง เธอขับรถไหวไหม เราไปกันเองนะ ฉันยังไหวอยู่ ไม่เป็นไรมาก มีแต่เจ็บมากๆ แต่อย่ารีบร้อน  เล่าให้ฟังอย่างนี้มันก็ดูเหมือนเรื่องตลกๆเลยนะครับ แต่ในตอนนั้นมันไม่ตลกเลยครับ

เรื่องตอนนี้คงมีบทเรียนค่อนข้างเยอะ ที่จะเล่าสู่กัน

อย่าทำอะไรที่อาจเกิดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุได้ เมื่ออยู่เพียงลำพัง กรณีของผมชัดเจนมากเลยว่า ถ้าปีนบันไดช้าไปอีกหนึ่งชั่วโมง ผมคงต้องนอนกอดบันไดบนพื้นไปถึงห้าโมงเย็นแน่ๆ เพราะแฟนต้องไปรับลูกในเมือง

มีเพื่อนฝูงไว้บ้าง!  จะยากดีมีจนอย่างไร อาจหาญเก่งกล้าอย่างไง สักวันเพื่อนมักจะช่ีวยเราได้ในยามที่เราช่วยตัวเราเองไม่ได้ ดังนั้น เวลาที่เรามีพลัง อย่าลืมดูแลหัวใจและความรู้สึกของเพื่อนฝูง ให้เกียรติเขาเหมือนที่เราให้เกียรติตัวเอง และคนที่เรารัก

และบทเรียนที่สำคัญที่สุด ที่ผมจะต้องนำไปบอกเล่าแก่พี่ๆน้องๆในโรงพยาบาลและเวทีการเรียนรู้ต่างๆในอนาคตแน่นอนคือ

เราเกิดมาเป็นบุคลากรสาธารณสุข แม้จะมีชีวิตการทำงานที่ยากลำบากไม่เหมือนอาชีพอื่นๆอยู่บ้าง  แต่ก็แสนจะโชคดี  เมื่อเทียบกับคนไข้ที่เราพบเห็นสัมผัสได้ทุกวัน ลองไตร่ตรองดูจะเห็นได้ว่าน่าจะมากกว่า 99% จะเข้าถึงการบริการสาธารณสุขอย่างยากเย็น ล่าช้า และติดขัด  ผู้คนเหล่านี้แม้จำนวนหนึ่งจะไม่บาดเจ็บทางกาย แต่ทุกคนมาพร้อมกับความบาดเจ็บทางจิตใจ อารมณ์และความรู้ึสึก  พวกเราน่าจะทำได้มากกว่าที่คิด  ด้วยการรับรู้ความรู้สึกทุกข์ยากเหล่านั้น ปลอบประโลม และให้กำลังใจพวกเขาตั้งแต่พบหน้า  การกระทำนี้ด้วยความจริงใจจะช่วยเยียวยาพวกเขาได้บ้าง อย่างน้อยให้พวกเขาเกิดความเชื่อมั่นว่า พวกเขามาถึงจุดที่ดีที่สุดที่จะได้รับความช่วยเหลือแล้ว

ยังมีต่อครับ  ขอไปนอนพักอีกสักรอบนะครับ

 

 

หมายเลขบันทึก: 242873เขียนเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2009 09:40 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 05:12 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (3)

สวัสดีค่ะอาจารย์

ส่งกำลังใจมาให้อาจารย์หายไวไว นะคะ เดี๋ยวยาดีดีๆ จะส่งไปหาอาจารย์ค่ะ จริงๆแล้ว รถพยาบาลจากเสาไห้สระบุรี ก็อยากจะวิ่งไปรับอาจารย์มาดูแลค่ะ พวกเราทุกคนที่เสาไห้ ส่งความรัก ความห่วงใย ส่งกำลังใจมาช่วยให้อาจารย์อาการดีขึ้นนะคะ ตอนนี้พวกเรากำลังเตรียมตัวไปเล่าเรื่อง Lean ที่ Forum สัญญาว่าจะทำเต็มความสามารถให้สมกับที่มีที่ปรึกษาที่น่ารักที่สุดค่ะ

ทำไงดีล่ะ หัวใจมันพองโตเลย ตอนนี้โตกว่าเท้าที่กำลังบวมแล้ว ทำให้เต็มที่นะครับ น้องๆ

เสาไห้เราสุดๆอยู่แล้ว จะพยายามไปชื่นชมผลงานให้ได้ครับ นับถอยหลังอยู่ครับ

วราวุธ

สวัสดีด้วยคนค่ะอาจารย์

พี่เล็กโทรมาบอกจิให้เปิดดูblogอาจารย์ เลยรีบเปิดทันทีมิรอช้า

เพิ่งเคยเข้าเป็นครั้งแรกนะคะเนี่ย

ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ สำหรับที่ปรึกษาที่แสนดี สู้ๆค่ะ

จิเริ่มดีขึ้นบ้าง แต่ยังเจ็บคอมากโขอยู่

ผลเลือดwcต่ำมาก ยังไม่ควรส่องกล้องตอนนี้

อาจทำให้มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นค่ะ

ตอนนี้เลยได้แค่supportiveไปก่อน

เดี๋ยวมาแข่งกันว่าของใครบวมกว่า คอหนูกับขาอาจารย์ 555

รอพบอาจารย์งานฟอรั่มนะค้า

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี