ชุดพัฒนาการอ่านแบบยูรณาการ

รายงานวิจัย      ชุดพัฒนาการอ่านด้วยหนังสือส่งเสริมคุณธรรมพื้นฐาน  ๙ ประการ  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑   กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ชื่อผู้วิจัย         นางวลัย   วรภู

ปีการศึกษา     ๒๕๕๐

บทคัดย่อ

            การรายงานครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อรายงานผลการใช้ชุดพัฒนาการอ่านด้วยหนังสือส่งเสริมคุณธรรมพื้นฐาน    ประการ  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑    กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑.๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๐ จำนวน ๓๘ คน โดยผลการพัฒนาการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑  ด้วยหนังสือส่งเสริมคุณธรรมพื้นฐาน    ประการ  และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดพัฒนาการอ่านภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑  ด้วยหนังสือส่งเสริมคุณธรรมพื้นฐาน  ๙ ประการ  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล  ได้ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญมาแล้วจำนวน    ท่าน  ผ่านการทดลองใช้จนมีคุณภาพ  มีการประเมินก่อนจัดกิจกรรมการพัฒนาการอ่าน  ประเมินลักษณะนิสัยที่ดีในการอ่าน  หลังเรียน  ประเมินความพึงพอใจต่อชุดพัฒนาการอ่าน และประเมินความเหมาะสมชุดพัฒนาการอ่านของนักเรียน และใช้ค่าสถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย () ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)  ผลการศึกษามีดังนี้ 

           ๑.  ผลการพัฒนาชุดพัฒนาการอ่านมีความเหมาะสมมาก  และการหาประสิทธิภาพของชุดพัฒนาการอ่านมีประสิทธิภาพ ๘๓.๔๑/๘๒.๙๐  ซึ่งผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐/๘๐

           ๒.  การทดลองใช้ชุดพัฒนาการอ่าน  พบว่าผลเปรียบเทียบผลการอ่านออกเสียง  หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕   การอ่านจับใจความสำคัญ  หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕  การประเมินความพึงพอใจ  หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ  ทางสถิติที่ ระดับ ๐.๐๕  และลักษณะนิสัยที่ดีต่อการอ่าน  หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ  ทางสถิติที่ ระดับ ๐.๐๕

            ๓.  ผลการศึกษาความพึงพอใจในการพัฒนาการอ่าน   พบว่ามีความพึงพอใจต่อการพัฒนาการอ่าน  และลักษณะนิสัยที่ดีในการอ่าน  โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก  (= ๒.๖๑)  และ (= ๒.๕๓)  ตามลำดับ

           ๔.  ผลการประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของชุดพัฒนาการอ่าน  โดยภาพรวมพบว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก  ( = ๒.๖๓)  เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน  พบว่า  ด้านที่มีความเหมาะสมสูงสุด  ได้แก่  ด้านผลผลิต  ( = ๒.๖๗)  รองลงมา  ได้แก่  ด้านกระบวนการ  และด้าน  ปัจจัยนำเข้า  ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ย  เท่ากับ  ๒.๖๖  และ ๒.๕๕  ตามลำดับ