สิ่งหนึ่งที่ประทับใจในการที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของม.สงขลานครินทร์ก็คือ การได้เห็นความพยายามของผู้บริหารที่จะสื่อสารถึงสมาชิกของมหาวิทยาลัยจำนวนหลายพันคน รวมทั้งการพยายามสร้างเวทีกลางเพื่อให้สมาชิกของแต่ละวิทยาเขตที่อยู่กันคนละจังหวัด ทั้งในรูปเวทีสื่อสารสำหรับแต่ละบุคคลและ ศูนย์รวมข่าวสารเพื่อสมาชิกทั้งหมด
ในแต่ละเดือนเราจะได้รับเมล เพื่อลิงค์ให้ไปอ่านข้อเขียนของท่านอธิการบดีที่ "พบกับอธิการบดี" ซึ่งท่านจะสื่อสารบอกเล่าเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคนทั้งมหาวิทยาลัยในแต่ละช่วง
ครั้งล่าสุดนี้ เป็นเรื่องราวที่อ่านแล้วประทับใจ ได้รับทราบเหตุการณ์ปัญหาที่ดูเหมือนจะจำลองมาจากเหตุการณ์บ้านเมืองของเรา ในยามที่การเรียกร้องสิทธิจะทำโดยการปิดโน่นปิดนี่ ยื่นคำขาดเรียกร้องสิ่งที่ต้องการ ได้เกิดขึ้นในม.อ.ของเรา และบันทึกนี้ของท่านอธิการบดีเป็นการเล่าเรื่องแนวคิดและวิธีการที่ท่านใช้เพื่อแก้ไขปัญหานี้ทั้งแบบเฉพาะหน้า และการหาแนวทางป้องกันในอนาคตสำหรับสังคมมหาวิทยาลัย ที่เราหวังจะให้เป็นต้นแบบของสังคมไทยโดยรวม ประทับใจในข้อคิดหลายๆเรื่องที่ท่านนำมาบอกเล่า โดยเฉพาะส่วนที่ท่านนำมาย้ำเพื่อให้พวกเราได้คิดใคร่ครวญ ซึ่งเป็นข้อความที่ท่านได้กล่าวไว้ในงานปัจฉิมนิเทศนักศึกษาที่วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2551 ขอนำมาเผื่อแผ่กันที่นี่อีกครั้งค่ะ
มหาวิทยาลัยมีความปรารถนาและจะพยายามสร้างสังคมของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทั้ง 5 วิทยาเขต ให้เป็นสังคมในอุคมคติของสังคมหลากหลายวัฒนธรรม เราจะอบรมบ่มเพาะศิษย์ของเรา ให้เห็นถึงความสวยงามของสวนดอกไม้หลายสี ให้เขาอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของเบื้องลึกของจิตใจ ที่จะให้ความเคารพในความต่างวัฒนธรรม เห็นว่าวัฒนธรรมแต่ละวัฒนธรรมล้วนมีคุณค่าและความงามเสมอกัน ให้นักศึกษามีความรัก ความเมตตา และเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน ให้เขาทนุถนอมซึ่งกันและกัน สังคม ม.อ.เราก็จะเป็นสังคมที่เปี่ยมไปด้วยไออุ่นจากเพื่อนมนุษย์ เราจะเป็นสังคมตัวอย่างให้กับสังคมภายนอก สังคมมหาวิทยาลัยเป็นสังคมของปัญญาชน เป็นสังคมของปราชญ์ เป็นสังคมที่อยู่ร่วมกันโดยใช้สติปัญญา ถ้าหากเรายังเป็นตัวอย่างให้กับสังคมภายนอกไม่ได้ ก็คงจะคาดหวังที่จะเห็นสังคมภายนอกของเราเป็นสังคมที่สันติสุขไม่ได้ โลกปัจจุบันเป็นโลกโลกาภิวัฒน์ ผู้คนต่างวัฒนธรรม ต่างภาษา ต่างชาติพันธุ์ เชื่อมโยงและคบค้าสมาคมกัน ไม่มีที่ใดในโลกนี้ ที่จะเป็นสังคมหรือประเทศที่เป็นวัฒนธรรมเชิงเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว ทุกที่เป็นสังคมวัฒนธรรมผสม ถ้ามนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสันติสุขไม่ได้ มนุษย์ก็จะอยู่กันท่ามกลางความขัดแย้ง และนำไปสู่การทำลายล้างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นความพยายามถ่ายทอดหลักการและความคิด ของสังคมพหุวัฒนธรรม ให้กับนักศึกษาของเรา เชื่อว่าหลักนี้จะทำให้เราเป็นสังคมที่มีความสง่างามได้
มีอีกหลากหลายข้อความที่ให้ข้อคิดในบันทึกครั้งนี้ขอแนะนำให้ทุกท่านสละเวลาไปอ่าน เพราะเป็นสิ่งที่นำมาใช้ได้กับสังคมเมืองไทยทุกวันนี้เช่นกันค่ะ
ครูต้อยมาขออ่าน แต่เข้าไปไม่ได้ ประตูล็อกค่ะ
เปิดไงคะพี่โอ๋ บอกหน่อยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
แวะมาเยี่ยมค่ะ
มาชวนไปเยี่ยมชมบรรยากาศการสัมมนาของOPD ค่ะ
http://gotoknow.org/blog/nsh
ครูต้อยคะ
เพิ่งทราบนะคะว่าเป็นส่วนที่เฉพาะภายใน ครูต้อยลองเวลาต่างๆกันแล้วหรือยังคะ เพราะรู้สึกเว็บไซต์ม.อ.เราขยันอัพเดตกันจังค่ะ บางครั้งก็เจอที่เข้าไม่ได้อยู่เหมือนกัน ถ้ายังไงจะขอไปตรวจสอบดูก่อนนะคะ แล้วถ้าเป็นลิงค์เฉพาะภายในจริงๆ ก็จะพยายามตัดเอาเฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมาเผยแพร่ต่อไปค่ะ ท่านอธิการบดีคงจะยินดีให้ความคิดดีๆของท่านได้ขยายไปสู่วงกว้างขึ้น ให้สมกับที่เราตั้งใจจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมไปด้วย
ประทับใจความขยันหาแหล่งเรียนรู้ของครูต้อยที่ได้เห็นในอนุทินบ่อยๆจังเลยค่ะ ยอดเยี่ยมจริงๆ
พี่หมี
คะ ตามไปดูมาแล้วค่ะ คณะใหญ่จังเลยนะคะ บ้านเรามีที่พักผ่อนดีๆเยอะจังเลยนะคะ