วันนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารการกิน ของชลบุรี บ้านเกิดของผู้เขียนเอง มาเล่าสู่กันฟัง พร้อมภาพประกอบ ลองอ่านดูนะคะ ว่า อาหารที่ว่านี้ จะไปเหมือนกับของจังหวัดใดบ้าง

 ที่จริงฤดูนี้เป็นฤดูหนาว ก็เหมือนเคย พอมีสายลมหนาวมาไม่กี่วัน อากาศร้อนเปรี้ยงๆ ก็มาเยือนเสียแล้ว แต่อาหารที่ว่านี้ เป็นอาหารของฤดูหนาวนะคะ

จานแรกนี้ ชื่อว่า "กั้งกระเทียมพริกไทย"

ที่พิเศษคือ เป็นกั้งไข่ มีเฉพาะฤดูหนาว แม่ค้าจะปลอกเปลือกกั้ง ที่มีความแข็งคม ออก ใช้มีดคมๆผ่าหลัง แสดงให้เห็นไข่ เต็มหลัง กั้งก็คล้ายกุ้ง ประเภทเห็นฟ้าก็ตาย เห็นไฟก็สุก รสชาดนั้นอร่อยมาก

ซื้อกั้งที่ปลอกเปลือกแล้ว ตามที่ต้องการ ล้างอีกครั้งให้สะอาด ตั้งกระทะใส่นัำมันพอร้อน นำกั้งลงทอด กลับไปมา พอสุก อย่าให้แห้งมา เนื้อจะหายและแข็งเกินไป

นำกระเทียม พริกไทย อย่างละกำมือ มาโขลกหยาบๆ ลงพัดให้หอม ใส่น้ำปลา น้ำตาล แล้วเอากั้งที่ทอดไว้ลงคลุกเคล้า เป็นอันเสร็จพิธี จะกินเปล่าก็อร่อย หรือจะจิ้มซอสพริกก็เยี่ยม

อาหารจานต่อไปชื่อ แกงคั่วส้ม บางครั้งก็เรียก แกงเทโพ

คนชลบุรีชอบนำก้างและหัวปลาสละ ที่เลาะเนื้อออกไปแล้ว มีเนื้อติดตามก้าง และขอบครีบเล็กน้อย โขลกเครื่องแกง พริก หอม กระเทียม กระปิ แต่ไม่ไส่ตะไคร้ข่า แล้วนำมาละลายกับกระทิ คนไปเรื่อย ใส่ปลาลงไป เคี่ยวจนก้างปลาเปื่อย สังเกตเนื้อจะร่อนออกจากก้างโดยง่าย อย่าให้กระทิแตกมันมากนัก แกงคั่วส้ม จะปรุงด้วย น้ำมะขามเปียก น้ำตาล น้ำปลา ให้รสชาด ออก เปี้ยวๆหวานๆ เค็มนิดหน่อย อย่าใส่น้ำปลาเยอะ เพราะปลาก็จะเค็มอยู่แล้ว จากนั้นเร่งไฟให้เดือด นำผักบุ้งก้านใหญ่ๆ ใส่ลงไป จนสุกดีแล้ว จึงดับไฟ

แล้วก็มาค่ะ มาล้อมวงกินข้าวมื้อนี้ด้วยกัน

ข้าวหอมนิล สุกใหม่ หอมกรุ่นเลยค่ะ

กินแกงกระทิสักวัน ไม่ต้องกลัวอ้วน ถ้าอากาศหนาวๆสักหน่อย

อาหารมื้อนี้ ก็ให้พลังงาน อบอุ่นพอดีๆ

กั้ง และปลาสละ ฤดูกาลนี้ หากินได้ง่าย ทำเค็มแดดเดียว กำลังเหมาะเลยค่ะ

เกือบลืม ตามด้วยของโปรดของผู้เขียน กล้วยไข่กำแพงเพชร ผลโตกว่าหัวแม่มือหน่อย ใครท้องกว้างๆ ก็กินสักหวี ก็จะอิ่มพอดีเหมือนกัน

ทำอาหารกินเอง ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง

ยิ่งมีคนยอมกินฝีมือเราด้วยแล้ว สุขยิ่งกว่าไหนๆเลยค่ะ