สวัสดีครับ
ทุกเที่ยงวันศุกร์จะมีการ...นั่งสมาธิ เดินจงกรม และทานอาหารร่วมกัน
ของเราชาววิถีพุทธปาย....
ปกติก็จะมีการสวดมนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกรม
*** แต่วันนี้ผมลองชักชวนพี่ๆทั้งหมด มาแบ่งปันกัน ถึงประสบการณ์การภาวนา และการปฏิบัติ
เป็นการปฏิบัติในชีวิตประจำวันของแต่ละคน
...แต่ละคนก็แบ่งปันกันหลากหลาย
สรุปดังนี้คือ...
1.ตอนเช้าๆ นั้งสมาธิ สวดมนต์ก่อนนอน ผลการปฏิบัติก็จะดี คือช้าลง ไม่โกรธ ไม่โมโหง่ายๆ
2. บางคนบอกว่า ไม่ค่อยมีเวลา ไม่สามารถทำได้เหมือนที่ตอนเข้าคอร์สวิปัสนา รู้สึกว่าถ้าอยู่ที่สถานที่นั้น จะมีสติมากกว่าการออกมาอยู่กับโลกปัจจุบัน...
...โลกปัจจุบันที่ต้องทำงาน ต้องอยู่กับบ้าน ครอบครัว ภาระมากมาย ทำให้เราไม่ได้ฝึก สิ่งที่มากระทบมากมาย ทำให้เราไม่สามารถมีสติที่ต่อเนื่องได้
.... อยากเข้าไปภาวนาอีกครั้ง****
3.บางคนบอกว่าตั้งแต่มาร่วมนั่งสมาธิ รู้สึกว่าดีขึ้น จุกจิกน้อยลง โกรธน้อยลง
เมื่อมองดูประเด็นส่วนมากของแต่ละคนแล้ว ดูเหมือนการปฏิบัติจะยังแตกต่าง***
ดูเหมือนเราจะรอคอยและจดจ่อกับวิธีการ กับเครื่อง เงื่อนเวลา สถานที่ที่จะปฏิบัติ***
ซึ่งก็เหมือนเราเอง เมื่อก่อน
ก่อนที่จะเรียนรู้วิธีการฝึกแบบตามรู้ตามดูจิต....
ทุกอย่างต้องรอเวลา ต้องได้นั่งสมาธิ ต้องได้สวดมนต์ ต้องเดินจงกรม สติถึงจะเกิด
(ไม่แน่ใจว่าสติเกิด หรือว่าเรายังอยู่ในสภาวะที่เรามีความสงบ ปีติกับสมถะ หรือว่าสมาธิ...)
แต่ว่า เมื่อเผชิญกับผัสสะ ก็ยังโกรธ ยังหลง ยังทุกข์ โดยที่เราก็ไม่ทันตั้งตัวเลย
สิ่งที่ผมได้แบ่งปันพี่น้องชมรมวิถีพุทธ คือการปฏิบัติแบบตามรู้ตามดูจิต....แบบที่ทำอยู่...
1.พื้นฐานที่ต้องมีคือ
ความรู้เรื่องขันธ์ 5 รูป-นาม จิต เจตสิก กิจในอริยสัจ หรือสรุปรวมก็คือธรรมใน MP3 ทางเอก และประทีปส่องธรรม หรือเเนวปฏิบัติตามหนังสือของหลวงพ่อเทียนและศิษย์ของท่าน หรือพระอาจารย์สายพระป่าทั้งหลาย.....
โดยเฉพาะเรื่องสติปัฏฐาน 4 ... กาย เวทนา จิต ธรรม
2. การฝึกแบบ ตามรู้ตามดูจิตที่ผมเข้าใจ(แบบงูๆปลาๆของผมเอง)
รู้กาย ตอนแรกผมก็เริ่มที่การยืน เดิน นั่งนอน รู้ว่าเดิน แต่บางที่ก็เผลอแรกๆ จนเดินถึงบ้าน
การฝึกรู้อิริยาบถตอนเช้าๆที่ลุกขึ้นมา
การพยามรู้ตัว ถามตนเองบ่อยๆว่า นี่เรากำลังรู้ตัวหรือเปล่า
เรากำลังทำอะไร คิดอะไร อยู่กับอะไร รู้สึกอย่างไร.....
รู้เวทนา....
เป็นเรื่องที่น่าจะชัดที่สุด และง่ายที่สุด เพราะว่าเวทนาหลักๆ มี สามแบบ คือสุข ทุกข์ และเฉยๆ
วันหนึ่งๆ นั้นมันก็จะกลับไป กลับมา เกิดดับ
แรกๆที่ฝึกนั้นรู้สึกว่าจะเห็นแต่ความทุกข์นะ... 555 สุขบ้างยามกินอิ่ม พอใจ
แต่ต่อมาก็จะสุขมากขึ้น เมื่อเราเห็นทุกข์มากเเล้ว... แต่ก็ยังมีทุกข์เข้าแทรก
..หลังๆมาก็ไม่รู้เหมือนกัน สภาพที่เรา ไม่สุข ไม่ทุกข์นั้นน่าจะดีที่สุด....ผมรู้สึกแบบนั้นนะ
..แต่บางทีก็ยังติดสุข กลัวทุกข์อยู่......
แต่ที่บอกว่าเกิด ดับ เกิดดับนี่ เวทนาน่าจะชัดสุดนะครับ เพราะว่าวันหนึ่งๆ เราก็จะกลับไปกลับมา(ถ้าดูทันนะ)
ดูจิต...
จิตนั้นเฮ่อ..เร็วมากสุดๆ แรกๆก็งงๆๆๆๆ ว่าจะตามอย่างไร จะรู้อะไร(เหมือนจะบ้าหรือเปล่านะ)
แต่พอดูบ่อยๆ รู้บ่อยๆ รู้แล้ววาง แรกๆเพียงรู้ตาม ตามว่าเมื่อนาทีที่แล้ว ชั่วโมงที่แล้วเขาเป็นอย่างไร เขาไปไหน ปรุงแต่งอะไร...
***แต่มันทึ่งเพราะว่า หายใจเข้าออกอึดเดียวเขาอาจจะไปได้หลายเรื่อง
***ตอนเเรกที่ตามก็เหนื่อยๆๆ เหนื่อยนะ เพราะตั้งใจเกินไป
****หลังๆก็ผ่อนบ้าง ให้เขาไปเที่ยวบ้าง กำลังเราคงยังไม่ถึงที่จะทันเขาตลอดแล้ววางเร็วๆ
ธรรม...
อันนี้ยังไม่ถึง ยังไม่เข้าใจเท่าใดนัก.......ไม่แน่ใจจริงๆ อ่านหลายรอบ...
พี่ท่านหนึ่งถามว่า....จิตดูจิตทุกขณะ เหมือนว่าเราเป็นสองคน มันจะไม่เหมือนเราเป็นบ้าหรือ...
อืม เป็นคำถามที่ดีนะครับ ดีมากๆ ดีที่สุดเลย.....
ผมก็ตอบไป ตามที่เข้าใจ ไม่รู้จะถูกหรือเปล่า... (ไม่รู้พี่คนถามจะเข้าใจหรือเปล่านะ 555)
ตอบว่า...แรกๆมันอาจจะเป็นอย่างนั้น...ถ้าเราเคร่งไป ตั้งใจที่จะรู้เกินไป ก็เป็นอำนาจของอกุศลจิต ที่มันอยากจะรู้ อยากจะตามมากๆๆๆๆ เกินไป(ว่าตามครูบาอาจารย์)
เอาเพียงว่าเเรกๆ เรานานๆรู้ทีก็ได้ หรือรู้เรื่องที่ง่ายๆ เช่นอิริยาบถ หรือความรู้สึก สุข ทุกข์ เฉยๆ
แต่สิ่งที่เราอาจจะต้องทำความเข้าใจก็คือ เรื่องของจิตที่เป็นตัวรู้ และตัวที่ถูกรู้นั้นมันน่าจะเป็นตัวเดียวกัน แต่คนละวาระ(???)..
แต่จิตที่เกิดขึ้น เกิด-ดับๆๆ นั้น ก็ต้องทันว่า นั่นเป็นสัญญา นั่นเป็นเวทนา เป็นวิญญาณ เป็นสังขาร
ดูเหมือนว่าขณะหนึ่งๆ ของห้วงความคิด เราอาจจะเริ่มที่การเกิดของวิญญาณตามทวารต่างๆ(โดยเฉพาะมโนทวาร..ชอบขุดเรื่องราวต่างๆ มากมาย ไม่รู้มาได้อย่างไร ด้วยอำนาจของกิเลสที่ยังหนามั๊ง) ตามด้วยความจำได้ ตามด้วยการปรุงแต่ง ตามมาด้วยความรู้สึกที่เกิดขึ้น แล้วปรุงต่อไปเรื่องๆ
ปรุงแต่ง--รู้สึก ปรุงแต่ง-รู้สึก...(??)
อีกวิธีง่ายๆที่ดูจิตที่เกิดขึ้นคือ การรู้เวทนาที่ชัดๆ คือ ตอนที่เราโกรธ โมโห ไม่พอใจ รำคาญ เบื่อ ตอนที่เรากลัว ตอนที่เราหิว ตอนที่เราเหนื่อย ตอนที่เราง่วง ตอนที่เราอิ่ม อร่อย........
เป็นเวทนาที่ปรากฏชัด เหมาะต่อการดูอย่างยิ่ง และเห็นได้ทุกๆวัน หมุนมาให้เราดู เราเห็น
...หลังสนทนาเสร็จ...
...พี่สาวท่านหนึ่งซึ่งเป็นประธานของเราก็ดูเหมือนว่าจะเข้าใจที่สุด ส่วนพี่ท่านอื่นๆ กลัวท่านจะงงๆ ว่าเราบ้าหรือเปล่านะๆๆ5555
ครับ เรื่องราวการแบ่งปัน..อาจจะเป็นฐานของการสร้างองค์กรวิถีพุทธในอนาคต....
คุณหมอสุพัฒน์คะ..
มาส่งความสุข..กับทุกๆวันของชีวิตค่ะ..
มาเยี่ยมสุรินทร์มั่งนะคะ..อิอิ