สวัสดีครับ ผมเปิด Blog นี้ขึ้นเพื่อเป็นคลังความรู้สำหรับทุกคนที่สนใจเรื่อง เสวนาทางวิชาการ หัวข้อ วิกฤตเศรษฐกิจกับการแก้ปัญหา โดยใช้ทุนมนุษย์ของภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน เป็นหัวเรื่องของการจัดการเสวนาซึ่งผมได้มอบหมายให้ลูกศิษย์ปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดขึ้น ในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2552 ณ ห้องประชุมช่อแก้ว ชั้น 4 มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา งานในวันนั้นเราได้รับความร่วมมือร่วมใจอย่างดีจากหลาย ๆ ฝ่าย ทั้งคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมีชื่อเสียงระดับประเทศ ซึ่งผมมีกำหนดการให้สำหรับผู้ที่สนใจด้วยครับ จีระ หงส์ลดารมภ์
กำหนดการ
เสวนาทางวิชาการ หัวข้อ วิกฤตเศรษฐกิจกับการแก้ปัญหา
โดยใช้ทุนมนุษย์ของภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน
วันเสาร์ที่ 14 ก.พ. 2552
ณ ห้องประชุมช่อแก้ว ชั้น 4 อาคาร 31
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
____________________________________
08.30-08.55 ผู้เข้าร่วมฟังการเสวนาทางวิชาการลงทะเบียน
08.55 -09.10 -พิธีกรกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมฟังการเสวนาทางวิชาการ
(โครงการฯขอเปิด CD ประวัติมหาวิทยาลัยก่อนทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ)
-พิธีกรเรียนเชิญอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวเปิดงาน
09.10 - 09.15 -พิธีกรแนะนำประวัติผู้ดำเนินรายการ (ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์)
-พิธีกรเรียนเชิญผู้ดำเนินรายการขึ้นเวที
09.15 - 09.30 พิธีกรเชิญผู้ร่วมเสวนาขึ้นเวที
1) ผู้แทนภาครัฐ
นายชนะลักษณ์ ทัพมาลี (อาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนบางครุ)
2) ผู้แทนภาครัฐวิสาหกิจ
น.ส.นิภา บุญเลิศ (นิติกร ระดับชำนาญการ สำนักงานสรรพากรภาค 3)
3) ผู้แทนภาคเอกชน
นางอนินทิตา พวงพนมรัตน์ (ผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย)
09.30 -10.45 เริ่มการเสวนาทางวิชาการ
11.00 -11.45 พิธีกรเรียนเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมแสดงความคิดเห็น
1) ดร. สรจักร เกษมสุวรรณ (ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและพัฒนา)
2) ศ.ดร. ลิขิต ธีรเวคิน (อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย)
11.45 -11.55 ช่วงตอบข้อซักถาม
11.55 -12.00 -พิธีเรียนเชิญอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มอบของที่ระลึก
ให้ผู้ดำเนินรายการและวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ
-ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
-ปิดการเสวนาทางวิชาการ
.........................................
กราบเรียนท่านอาจารย์ที่เคารพ
การจัดงานสัมนาในครั้งนี้ผ่าไปได้อย่างราบรื่นค่ะ และได้รับความรู้มากมายรวมทั้งประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในห้องเรียน
นางสาวอรกมล ช้างสอน
รปม.รุ่น 5
กราบสวัสดีอาจารย์
สวัสดีเพื่อนนักศึกษา รปม.รุ่น 5 ทุกท่าน
ผมรู้สึกยินดีที่ได้เข้าร่วมการจัดสัมมนาในหัวข้อ วิกฤตเศรษฐกิจกับการแก้ปัญหาโดยใช้ทุนมนุษย์ของภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน โดยเชิญอาจารย์สรจักร และอาจารย์ลิขิตมาร่วมเสวนาเป็นการเปิดโลกทัศน์เพื่อศึกษาทุนมนุษย์ในด้านต่างๆ และนำความรู้จากการเข้าร่วมสัมมนาไปปรับใช้ในองค์กรให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน บรรยากาศโดยรวมมีความราบรื่นและมีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดเสวนาในครั้งนี้
ขอขอบคุณ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ร่วมกันจัดงานสัมมนาในครั้งนี้ให้เป็นไปอย่างราบรื่น ( รปม.รุ่น 5 ) ทุกท่านนะครับ
กราบเรียนท่านอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
สวัสดีเพื่อนๆทุกคนและท่านผู้อ่านทุกท่าน
งานเสวนาวิชาการ วิกฤตเศรษฐกิจกับการแก้ปัญหาโดยใช้ทุนมนุษย์ของภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจและเอกชน ของมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ผ่านไปอย่างสวยงามประทับใจท่านวิทยากรทุกท่าน เสียดายเวลาน้อยไป ได้ความรู้จากประสบการณ์ที่ท่านวิทยากรได้เล่าให้ฟังและแฝงด้วยเรื่องน่าคิด น่าทำหลายเรื่องบทเรียนที่หาไม่ได้ในห้องเรียนปกติ ได้ทำงานร่วมกันกับเพื่อนที่มาจากหลายหน่วยงาน
แต่ใจเดียวกันงานทุกอย่างก็สำเร็จและจบได้อย่างสวยงามดังภาพที่จะเสนอต่อไปนี้เป็นภาพของทุกคนที่ได้ร่วมงาน
ว้า ! ขอโทษทีพยายามวางภาพตามขั้นตอนแล้วแต่ยังเข้าไม่ได้ ใครรู้วิธีช่วยบอกที อดใจรออีกนิดนะกำลังพยายามอยู่ อยากให้ดูจริงๆ
วิกฤตเศรษฐกิจกับการแก้ไขปัญหาโดยทุนมนุษย์
ในส่วนของภาครัฐ ผมเห็นว่าเป็นภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่มากไม่น้อยไปกว่าภาคเอกชน อันที่จริงอาจกล่าวได้ว่าภาครัฐต้องรับผิดชอบกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมนโยบายเพื่อรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น การประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน และกลุ่มธุรกิจต่างๆ รวมไปถึงการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์เพื่อใช้ในการปรับเปลี่ยนนโยบายให้ทันท่วงที ซึ่งในส่วนของการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ ของภาครัฐเองก็ต้องมีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงให้ทันต่อสถานการณ์โลกในขณะนี้เช่นกัน อย่าลืมว่าข้าราชการที่ทำงานอยู่ในระบบราชการนั้นเป็น “ทรัพยากรมนุษย์” มนุษย์เป็นทรัพยากรที่สำคัญ ไม่ใช่เพียง “ปัจจัยการผลิต” และเป็นตัวแปรสำคัญของความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงนโยบายจากรัฐไปสู่การปฏิบัติแบบสัมฤทธิ์ผล
ฉะนั้นเราจึงต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาตัวข้าราชการ โดยเฉพาะในวันนี้เราจะมาพูดเน้นกันในประเด็นของ ทุนมนุษย์ หรือ Human Capital ว่าจะมีส่วนช่วยในการแก้ไขหรือเยียวยาวิกฤตเศรษฐกิจที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้อย่างไร
เรามาเริ่มกันที่ประเด็นแรกครับ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า “ทุนมนุษย์ หรือ Human Capital” คืออะไร ทุนทนุษย์คือ 1 ใน 8 ทุนที่สำคัญในการสร้างและพัฒนา “ทรัพยากรมนุษย์” ซึ่งตามทฤษฎี 8 K’s ของ ศ.ดร. จีระ ทุนมนุษย์ คือ ตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งได้เข้าสู่ระบบการศึกษานั้น เราถึงว่านั่นเป็น Human Capital หรือทุนที่เป็นปัจจัยพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนจะต้องได้รับแต่จะได้รับแบบสมบูรณ์หรือมีคุณภาพมากเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ ครอบครัว ครูอาจารย์ และโรงเรียนที่มีบทบาทสำคัญที่จะหล่อหลอม ปลุกฝังทั้งความรู้ ความคิด และคุณธรรมเพื่อให้เขาสามารถเป็นคนที่ดีได้ในสังคม ดังนั้นคีย์เวริด์ keyword สำคัญของทุนมนุษย์ก็คือ การศึกษานั่นเอง การที่เราเน้นการพัฒนาทุนมนุษย์ นั่นหมายถึงเราเน้นคุณภาพของการศึกษาให้คนไทยคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และยังเป็นการต่อยอดให้กับบุคคลนั้นมีทุนอื่นๆอีก เช่น ทุนทางปัญญา Intellectual Capital ทุนทางจริยธรรม Ethical ทุนทางสังคม Capital Social Capital และทุนทางนวัตกรรม Innovation Capital
เห็นมั้ยครับว่าการศึกษามีส่วนสำคัญอย่างมากในการพัฒนาคน การศึกษาสามารถสร้างคนได้ ทำให้คนมีความคิดความอ่าน มีคุณธรรมและจริยธรรม และสามารถที่จะนำความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับนั้นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม และยังรู้จักคิดนอกกรอบ ซึ่งนำไปสู่แนวคิดไอเดียใหม่ ทำให้เกิดการพัฒนาแบบไม่หยุดยั้ง ไม่ย้ำอยู่กับที่
สำหรับในส่วนการบริหารงานภาครัฐในสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ ผมมองว่าแนวทางในการบริหารงานของภาครัฐควรยึดหลักสำคัญอยู่ 2 หลักได้แก่ หลักธรรมาภิบาล Good governance และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง Sufficiency Economy อันเป็นแนวทางที่จะใช้ในการพัฒนาทุนมนุษย์ในองค์กรรวมถึงเป็นยึดเป็นแนวทางในการปฎิบัติงานภายในองค์กรอีกด้วย ซึ่งหลักการที่สำคัญ 2 หลักการนี้ข้าราชการควรได้รับการปลูกฝังและทำความเข้าใจ ซึ่งอาจทำผ่านการฝึกอบรม หรือการจัดกิจกรรมสัมพันธ์ในองค์กร เป็นต้น
ประเด็นแรกเรามาดูกันที่ หลักธรรมาภิบาล ซึ่งผมมองว่ามีความสำคัญมากเพราะในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่เช่นนี้ การบริหารงานของภาครัฐจะต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และกระบวนการทำงานต้องกระชับ ไม่ยืดเยื้อเพราะจะทำให้แก้ไขปัญหาต่างๆได้รวดเร็ว
หลักธรรมาภิบาล เป็นหลักการบริหารจัดการที่ดี เพราะมีการปรับวิธีคิด วิธีการบริหารราชการของประเทศไทยใหม่ทั้งระบบ โดยกำหนดเจตนารมณ์ของแผ่นดินขึ้นมาเพื่อทุกคนทุกฝ่ายในประเทศร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันจัดการ ร่วมกันรับผิดชอบ แก้ปัญหา พัฒนา นำพาแผ่นดินนี้ไปสู่ความมั่นคง ความสงบ-สันติสุข มีการพัฒนาที่ยั่งยืนและก้าวไกลดังพระบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชที่ว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ซึ่งหลักธรรมาภิบาลนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในภาครัฐเท่านั้น ผมของอ้างคำกล่าวของศจ.นพ.ประเวศ วะสี ซึ่งท่านได้ให้คำนิยามของธรรมรัฐไว้ว่า คือ รัฐที่มีความถูกต้อง เป็นธรรม ซึ่งหมายถึง ความถูกต้องเป็นธรรมใน 3 เรื่องใหญ่ ๆ คือ 1. การเมืองและระบบราชการที่โปร่งใส รับผิดชอบต่อสังคม ถูกตรวจสอบได้
2. ภาคธุรกิจที่โปร่งใส รับผิดชอบต่อสังคม สามารถตรวจสอบได้ 3. สังคมที่เข้มแข็ง ความเป็นประชาสังคม (Civil Society) สามารถตรวจสอบภาครัฐ และภาคธุรกิจให้ตั้งอยู่ในความถูกต้องได้ ธรรมรัฐ เป็นการยกระดับกระบวนความสัมพันธ์ ความร่วมมือของส่วนต่าง ๆ ในสังคมอันได่แก่ภาครัฐ ภาคสังคมและภาคเอกชน
จะเห็นได้ว่าภาครัฐ จะต้องมีการปฏิรูปบทบาทหน้าที่ โครงสร้างและกระบวนการทำงานของหน่วยงาน/กลไกการบริหาร ให้สามารถบริหารทรัพยากรของสังคมอย่างโปร่งใส ซื่อตรง เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีสมรรถนะสูงในการนำบริการของรัฐที่มีคุณภาพไปสู่ประชาชน
โดยจะต้องมีการเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม และวิธีทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ให้ทำงานโดยยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง และสามารถร่วมทำงานกับภาคประชาชนและภาคเอกชนได้อย่างราบรื่นเป็นมิตร ซึ่งจะทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างภาคส่วนต่างๆทำได้อย่างสะดวก นำไปสู่การกำหนดนโยบายที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
หลักต่อมาคือ เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย ซึ่งผมเห็นว่าเป็นหลักปรัชญาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการนำมาปฏิบัติในขณะที่เรากำลังเผชิญกับสภาพเศรษฐกิจถดถอยในขณะนี้
โดยแกนหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอยู่ตรงที่ ให้ดำเนินทางสายกลาง ได้แก่ 1. ยึดหลักความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากจนเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น 2. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆอย่างรอบคอบ และ 3. คือความพอเพียง หมายถึง มีกิน มีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่โลภ และไม่เบียดเบียนผู้อื่น
หากข้าราชการทำงานโดยยึดแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง แน่นอนว่าปัญหาหลายๆอย่างจะหายไป เช่น ปัญหาการทุจริต คอร์รับชั่น ปัญหาทำงานแบบเฉื่อยชา และนอกจากนี้เศรษฐกิจพอเพียงยังครอบคลุมไปถึงวัฒนธรรมองค์กรอีกด้วย เพราะยังยึดหลักความประหยัด สอนให้เรายึดติดกับความสุขทางจิตใจมากกว่าทางกายและทางวัตถุ ซึ่งผมเห็นว่ากระทรวงหลายกระทรวงก็ออกมาตรการประหยัดพลังงานในที่ทำงานมากมาย เช่น การใช้เครื่องปรับอากาศ ในตอนเช้าอาจจะไม่เปิดทุกเครื่องเพราะอากาศยังเย็นอยู่ หรือในตอนกลางวันที่ปิดเครื่องปรับอากาศเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งมาตรการเหล่านี้มันสร้างจิตสำนึกให้คนรู้จักประหยัด และผลดีอีกอย่างก็คือ ยังประหยัดค่าใช้จ่ายของรัฐได้ส่วนหนึ่งอีกด้วย
กล่าวโดยสรุปแล้ว ทุนมนุษย์ที่เราจะนำมาพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้คือ การสอนให้ข้าราชการตระหนักถึงเรื่องของธรรมาภิบาลและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง เพราะผมมองว่า ทั้ง 2 หลักการมันเปลี่ยนวิถีการทำงานของภาครัฐ คือ เน้นการบริการประชาชน เน้นการประสานงานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เน้นความโปร่งใส และแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงก็ช่วยสร้างจิตสำนึกประหยัดมัธยัสถ์ และใช้ชีวิตโดยตั้งอยู่บนความพอประมาณ ซึ่งแนวทางเหล่านี้มันจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ให้ผลในระยะสั้นและในระยะยาวด้วย
นมัสการพระคุณเจ้า
การบเรียน ศ.ดร จีระ หงส์ลดารมภ์
กราบขอภัยที่ส่งรูปล้าช้าเนื่องจากสรุปการรับรูปได้วันศุกร์
วิธีการแก้ไขโดย คุณจุ่มจะส่งรูปให้ในวันรุ่งเช้า วันที่ 17/2/52 วันนี้ได้ดำเนินการแล้วไม่สามารถทำได้ คุณจุ่มแจ้งมาเพื่อโปรดทราบด้วยนะค๊ะ เห็นว่าจะติดต่อทางคุณเอ้
ไหล์รูปเยอะมาก ขาดว่าพรุ่งนี้อาจส่งรูปให้ได้ในนะค่ะ เพื่อนๆรอหน่อยนะ
แจ้งเพื่อโปรดทราบเพื่อท่านใดมีการถ่ายรูปช่วยลงผลงานให้ก่อนนะ
กราบขออภัยณที่นี้ด้วย
ด้วยความเคารพนับถือ
นมัสการพระคุณเจ้า
กราบเรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
หัว “วิกฤตเศรษฐกิจกับการแก้ปัญหาโดยใช้ทุนมนุษย์ของภาครัฐ,ภาครัฐ,ภาคเอกชน”
การดำเนินการเตรียมความพร้อมและการจัดการ โดย มีการประชุมปรึกษาหาหรือหาแนวทางการดำเนินงานและได้ร่วมประชุมวางแผนงาน โดยแบ่งบทบาทและหน้าที่เพื่อหาเจ้าภาพงานให้ชัดเจนแต่ละฝ่ายแบ่งออกทั้งหมด 6 ฝ่าย แต่ละฝ่ายมีผู้รับผิดชอบ
1.ฝ่ายวิชาการ
2.ฝ่ายปฏิคม
3.ฝ่ายสวัสดิการ
4.ฝ่ายสถานที่
5.ฝ่ายประชาสัมพันธ์
6.ฝ่ายประเมินผล
โดยดิฉันได้รับมอบหมายทำหน้าที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีดังต่อไปนี้
1.มีการเตรียมงานจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์โดยใช้งบประมาณส่วนตัว 6,000 บาท
1.1. ขั้นตอนการเตรียมงาน ลวด และอุปกรณ์
1.2. จัดทำแผนที่และ การวางแต่ละจุด แบ่งออกเป็น 5 จุด ป้ายขนาดใหญ่ 5 ป้ายลูกศรเล็ก 8 จุด
1.3. ติดต่อประสานงานร้านค้าเพื่อจัดทำ และออกแบบ
1.4. ประสานงานฝ่ายสถานทีเพื่อขออนุญาตจัดติดตั้ง โดยประสานงานคุณสุทัศ
1.5.ผู้รับผิดชอบติดตั้ง โดย คุณทัศญา,คุณจุฑาพร,คุณณรงค์,คุณอรกมล,คุณก้อง,คุณสิทธิชัย
2.ดำเนินการเตรียมงานจัดทำดอกไม้ติดเสื้อ และ ช่อดอกไม้ งบประมาณส่วนตัว 6,000 บาท
2.1. ช่อดอกไม้ 3 ช่อ
2.2. ดอกไม้ติดเสื้อ 30 ช่อ
3.ดำเนินการเตรียมงาน ติดต่อ ช่างภาพ งบประมาณส่วนตัว 3,000บาท
4.ดำเนินการจัดเตรียม ซีดี สร้างเครือข่าย 7,500 บาท
ก่อนสัมมนาได้มีความสำคัญบทบาทหน้าที่ฝ่ายประชามสัมพันธ์นับได้ว่าการทำงานควรมีการเตรียมความพร้อมและมีการวางแผนโดยใช้ทุนปัญญา และ ทุนความคิดสร้างสรรค์ ได้นำ ทุน 8K’s และ 5K’s ทุนแห่งความรู้ การเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการจัดทำกิจกรรมที่ส่งผลการสร้างงาน และได้รับทุนทางอารมณ์ ซึ่งการทำงานกับคนกลุ่มใหญ่อยู่ภายใต้ของการตัดสินใจโดยภาพรวม และ มีกรอบแนวคิดอย่างสมบูรณ์ โดยได้รับประสบการณ์ในครั้งนี้ ได้ความรู้ ทางทุน 8 k และ ทุน 5 k การบริหารงานที่สู่ความเป็นเลิศ และ ความตั้งใจทุ่มเทให้ได้มีผลงานเป็นที่ประจัก และมีความประทับใจกับการที่ได้เรียนรู้ การทำงานเป็นทีม การทำงานโดยมีส่วนร่วมอย่างมีคุณค่าและการพัฒนางาน อย่างเหมาะสมต่อการเป็นนักคิดนัก และกระบวน การบริหารทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้
หลังจาการสัมมนา ในครั้งนี้สิ่งที่ได้รับองค์ความรู้ หัวข้อ“วิกฤตเศรษฐกิจกับการแก้ปัญหาโดยใช้ทุนมนุษย์ของภาครัฐ, ภาครัฐ, ภาคเอกชน” โดย ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ ท่าน ดร สมจักร เกษมสุวรรณ และ ดร.ลิขิต ธีระเวคิน ทั้ง 3 ท่าน ได้ให้องค์ความรู้ วิธีการทางแก้ไขในการดำเนินชีวิต อย่างไร โดยวิกฤตเศรษฐกิจที่ ตกต่ำ อย่างรุ่นแรง ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ โดยผลกระทบมากที่สุดภาคเอกชน ที่เกิดการว่างงาน และ หลังจากนี้ ทุกคนต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา
ท่าน ดร.ลิขิต ธีระเวคิน ได้นำความรู้ของภาครัฐ ณ.ปัจจุบันระบบราชการมีกรอบแนวคิด แบบกรอบสีเหลี่ยม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง การทำงานของภาครัฐโดยดีตามลายลักอักษรมากกว่าและ ข้างในต้องมีวิธีคิดแบบวงกลม อยู่ในภายใต้สีเหลี่ยมเรายังสามารถคิดนอกกรอบได้ และการคิดในอีกมุมมองหนึ่ง คือ การเป็นตัวเราเอง 25% พ่อ,แม่ โรงเรียนด้านการศึกษาอยู่ในกรอบ สังคม 75% ความสุข ด้วยในองค์ความรู้และความคิดท่านมีทุนปัญญาได้ถ่ายถอดแนวคิดอย่าง เช่นทุนมนุษย์ คนเราเกิดมาจนกระทั้งได้เข้าสู่ระบบการศึกษานั้น Human Capital หรือทุนที่เป็นปัจจัยพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนจะต้องได้รับแต่จะได้รับแบบสมบูรณ์หรือมีคุณภาพมากเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ ครอบครัว ครูอาจารย์ และโรงเรียนที่มีบทบาทสำคัญที่จะหล่อหลอม ปลุกฝังทั้งความรู้ ความคิด และคุณธรรมเพื่อให้เขาสามารถเป็นคนที่ดีได้ในสังคม
การทำบริหารงานของภาคเอกชนนั้นยังมีจุดอ่อนไม่มีวัฒนธรรมอุตสาหกรรม มีแต่ซื้อเครื่องจักรมากกว่า การที่เราจะสร้าง เทคโนโลยีหรือวัตกรรม และเรายังขาดดุลทางธุรกิจ
จิตสำนึกต่อสังคมการสร้าง นักธุรกิจประกอบการเพื่อหวังผลกำไร อย่าสร้างความเดือดร้อนควรสร้างกุสลเพื่อคืนให้สังคม นักธุรกิจต้องมีจิตใจกว้าง และมีวิสัยทัศน์ร่วม
ท่าน ดร สมจักร เกษมสุวรรณ ชื่นชอบแนวความคิดของท่าน และความเป็นกันเองและท่านมีทุนแห่งความสุข Happiness Caputak มนุษย์เป็นทรัพยากรมนุษย์สร้างปัญญาเชื่อมั่นทรัพยากรมนุษย์ เป็นทุนสำคัญ มีที่ดินมากมาย แต่ถ้าที่ดินไม่มีราคา ก็ไม่สามารถทำทีดินนั้นเกิดประโยชน์ได้ และถ้าไม่สติปัญญาก็ไม่สามารถสารต่อได้ คนไทยยังขาดความรู้ และด้านการศึกษาคนไทยเรียนไปเพื่อการปรับวุฒิด้านการศึกษามากกว่า การเรียนเพื่อนำไปพัฒนา การเรียนรู้ต้องมีความตั้งใจและทุ่มเทใฝ่รู้ และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา
สรุป การมีประสบการณ์มีความคิดอย่างคุณธรรมความยั่งยืนอยากจะมีชีวิตที่ดีและเป็นคนดีและต้องเป็นคนที่ใฝ่รู้สังเกตคิดเกี่ยวกับความรู้ให้มากที่สุด และมีทุน จริยธรรม มีความรู้ สิติปัญญา สามารถพัฒนาและเรียนรู้ ทุนแห่งการคิดสร้างสรรค์ เป็นตน
ภาพกิจกรรมของนักศึกษาก่อนวันเสวนา วันที่ 14 กพ 52
ลงรูปได้แล้วค่ะ... ก่อนหน้านี้หาทางตั้งนาน--" เชิญชมเลยจ้า
เรียบร้อยค่ะ ^^
เก่งมากค่ะที่พยายามลงรูปมาให้ดูจนได้ น่ารักจริงๆ
หลักสูตร MPA
รหัสวิชา 2555306 การบริหารทรัพยากรมนุษย์
อาจารย์ผู้สอน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ และทีมงาน Chira Academy.
โครงการเสวนาวิชาการหัวข้อ "วิกฤตเศรษฐกิจกับการแก้ปัญหาโดยใช้ทุนมนุษย์ของภาครัฐ"
14 กุมภาพันธ์ 2552
ผู้แทนภาครัฐ นายชนะลักษณ์ ทัพมาลี (อาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนบางครุ)
Slide 1
Slide 2
Slide 3
Slide 4
Slide 5
Slide 6
Slide 7
Slide 8
Slide 9
Slide 10
Slide 11
บุคคลที่เห็นทุนมนุษย์ เป็นสิ่งสำคัญ ประเทศเจริญแน่
เห็นทุนมนุษย์ สำคัญแล้ว
ทำอย่างไร ถึงจะนำความสำคัญนั้นๆ มาปฏิบัติได้จริง
และเก็บไว้เป็นความคงทนและเอกลักษณ์ประจำชาติได้
ขอขอบคุณ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่จัดเสวนาทางวิชาการในวันนี้
ดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในการเสวนาครั้งนี้ และได้ฟัง ศ.ดร.ลิขิต ธีระเวคิน, ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ ได้รับความรู้มาก ทำให้มีมุมมองที่กว้างไกล
ขอขอบคุณ ท่านอธิการบดี ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดเสวนานี้ และให้เกียรติมาในงานอย่างน่ายินดี
สุดท้าย ขอขอบคุณ เพื่อนร่วมห้องทุกท่าน และน้องๆ นักศึกษา ที่มาช่วยงานในครั้งนี้
สวัสดีครับ
ชนะลักษณ์ ทัพมาลี
14 กุมภาพันธ์ 2552/19.30
นมัสการพระคุณเจ้า
กราบเรียน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
ดิฉันเห็นผลงานแล้วชื่นชมลงรูปล่าช้านะค่ะต้องขออภัย เพราะมีอุปสรรค์แต่ก็แก้ไขได้
ดิฉันยินดีทำให้และได้มีส่วนร่วมจร้า ทุนแห่งความสุขค่ะ และต้องขอขอบคุณในผลงาน
ของ รปม รุ่น 5
ด้วยความเคารพนับถือ
รูปสวยมากๆๆ ขอบคุณพี่บี ที่พยายามนำรูปสวย ๆ น่ารัก ๆ มาลงให้เพื่อน ๆ ได้ดูจนได้
ความพยายามเป็นเลิศ
นมัสการพระคุณเจ้า
กราบเรียน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
โครงการเสวนาทางวิชาการหัวข้อ วิกฤตเศรษฐกิจกับการแก้ปัญหาโดยใช้ทุนมนุษย์ของภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2552 สิ่งที่ได้รับจาการเข้าร่วมเสวนาในวันนี่ทำให้ได้ทราบสิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อการทำไปใช้ในการทำงานในองค์กรได้อย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนให้เห็นถึงคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรสนับสนุนให้ได้รับการศึกษา การฝึกอบรมต่างๆ อีกทั้งยังได้รับทราบถึงประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของท่านวิทยากรที่ได้เชิญมาร่วมเสวนาในครั้งนี้ด้วย
รวมถึงงานในวันนี้คงจะไม่ประสบความสำเร็จถ้าหากพวกเรานักศึกษา รปม.รุ่น 5 ทุกคนไม่ร่วมแรงมือกันในการเตรียมงานและช่วยกันอย่างเต็มที่ค่ะ ขอขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆทุกคนค่ะที่ช่วยกันทำให้งานเสวนาในครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะคะ
นมัสการพระคุณเจ้า
กราบเรียน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
จากการสัมมนาเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจกับการแก้ปัญหาโดยใช้ทุนมนุษย์ของภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2552 หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย คือ ฝ่ายสถานที่ เป็นการเตรียมความพร้อมทางด้านสถานที่ ในที่นี้ก็คือ การจัดโต๊ะและเก้าอี้ทั้งหมดในห้องที่สัมมนา ควบคุมดูแลในด้านการบันทึกเสียงของงานในครั้งนี้ ดูแลความเรียบร้อยของงานในภาพรวม
ประสบการณ์ที่ได้ในครั้งนี้ สามารถนำไปปรับใช้ในองค์กรเพื่อเตรียมการในการจัดการประชุม และสัมมนา ฯลฯ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับใช้ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้องค์กรให้ได้มากที่สุด
และสุดท้ายขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ และทีมงาน เพื่อนๆพี่ๆ รปม.รุ่น 5 ทุกท่าน ที่สามารถทำให้งานนี้เกิดขึ้นและจบลงด้วยดี
ขอบคุณครับ
รท.สิทธิชัย ทิมประเสริฐ
สวัสดีค่ะเพื่อนๆพี่ๆ รปม.รุ่น5 ทุกคนค่ะ อยากบอกว่าการบ้านที่ให้ทำ 2 หน้า คุณเอ้บอกว่าไม่ต้องทำแล้วนะคะ ถ้าไม่เข้าใจให้โทรถามพี่อ้อย (อนินทิตา ) นะคะ เบอร์ 0848747517
เรียน อาจารย์ที่เคารพ
ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2552 ได้มีการจัดโครงการเสวนาวิชาการหัวข้อ "วิกฤตเศรษฐกิจกับการแก้ปัญหาโดยใช้ทุนมนุษย์" การดำเนินงานในด้านต่างๆ นักศึกษา รป.ม. รุ่น 5 ทุกคนได้มีการจัดเตรียมงานกันเป็นเวลาไม่มากนัก มีการแบ่งหน้าที่กันทำงานตามความเหมาะสม ในส่วนงานที่รับผิดชอบคืองานด้านการจัดเตรียมเอกสาร ซึ่งเอกสารเยอะมากๆ ความรู้ล้วน ๆ ได้มีการมาจัดเตรียมเอกสารในการด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เอกสารในการเสวนา การจัดหาแฟ้มเอกสาร การเรียบเรียงเข้าแฟ้มเอกสาร และได้มีการมารวบรวมเอกสารทั้งหมดนี้ในวันศุกร์ ที่ 13 มกราคม 2552 มีเพื่อน ๆ มาช่วยกันทำงานอย่างสามัคคี ในวันที่
14 กุมภาพันธ์ 2552 ได้มีการจัดเตรียมงานตั้งแต่เช้า เพื่อความพร้อมในการเสวนาครั้งนี้ การจัดโครงการเสวนาวิชาการหัวข้อ "วิกฤตเศรษฐกิจกับการแก้ปัญหาโดยใช้ทุนมนุษย์" มีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งในการได้เข้าร่วมและมีส่วนร่วมในงานครั้งนี้ ซึ่งในการเสวนาครั้งนี้มีผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ในด้านการบริหารทรัพยามนุษย์มีให้ความรู้ คือท่าน ศ.ดร.ลิขิต ธีระเวคิน, ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ , ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากนักศึกษา รป.ม. 05 ที่เป็นตัวแทนทางภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิสาหกิจ เข้ามามีส่วนร่วมในการเสวนาครั้งนี้ ในการเสวนาครั้งนี้ได้รับความรู้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการบริหาร “คน” ในองค์กร
ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกท่านที่ได้ร่วมมือกัน ให้งานเสวนาครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
นมัสการพระคุณเจ้า
กราบเรียน ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์
จากการสัมนาถึงปัจจุบันการได้เรียนนอกกรอบและแนวคิดที่ไหม่ได้เรียนและชื่นชอบ
การสัมมนาได้มีส่วนร่วมและกิจกรรมที่ทำด้วยความพร้อมและความเป็นทีม
และวิทยากรระดับมืออาชีพ รู้จริง และ ทุนปัญญา ทุนแห่งความสุข
วันนี้แวะมาเรียนรู้ และบอกถึงความรู้ที่เราได้ ที่มีมูลค่ามากมาย
วันเสาร์นี้เพื่อนได้ด้วยซีดีการสัมนาในครั้งนี้ รูปสวยมากได้รับวันนี้ และไม่สามารถลงได้
ด้วยความเคารพนับถือ