ทำให้ได้สัจธรรมของชีวิตว่าความตายเป็นเรื่องใกล้ตัว เกิดขึ้นได้กับใครก็ได้ ทุกขณะ

เวลาว่างเราทำอะไรคะ เมื่อเป็นเวลาที่เราเลือกทำได้ นอกเหนือเวลางานประจำ หรือ เวลาที่ให้ครอบครัว เวลาที่ให้กับตัวเองนี้ สำคัญนะ เป็นการเพิ่มพลังให้กับตัวเอง การใช้เวลาว่างในการผ่อนคลายที่ลงทุนน้อยที่สุด คงเป็นการดูรายการทางโทรทัศน์ที่ชื่นชอบ  บางคนชอบดูหนัง หลายคนชอบดูละคร บ้างก็ชอบดูสารคดีท่องเที่ยว ต่างๆนานา ไม่ว่ากันค่ะ เพราะได้ทำในสิ่งที่ชอบ ย่อมนำมาซึ่งความสุขความพอใจแล้ว

วันนี้อยากแนะนำรายการสารคดีที่ชอบรายการหนึ่งทาง ช่อง 47  true vision ออกอากาศวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 21.00-22.00 คิดว่าไม่ดึกเกินไป (รับรองว่าไม่ได้รับค่าโฆษณาใดๆ) เป็นสารคดีในแนวนิติวิทยาศาสตร์ ชื่อว่า Dr. G  Medical Examiner มาจากชื่อของตัวนำเรื่อง คือ Dr. Jan Garavaglia ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านงานนิติเวศ ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็จะพูดถึงการสืบสวนเกี่ยวกับสาเหตุการตาย มีการนำเรื่องถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายของชีวิตของผู้เสียชีวิต เช่น บางคนกำลังรับประทานอาหารกับคนรักอยู่ๆก็ล้มลงหมดสติ แล้วก็เสียชีวิต บางคนวางแผนมาท่องเที่ยวกับครอบครัว โดยไปเที่ยวสวนสนุกและไปขึ้นเครื่องเล่นแล้วรู้สึกไม่ค่อยสบาย ซึ่งต่อมาก็เสียชีวิต บางคนเสียชีวิตอยู่ในบ้านโดยไม่มีใครรู้เห็น เป็นต้น ซึ่งทำให้ได้สัจธรรมของชีวิตว่าความตายเป็นเรื่องใกล้ตัว เกิดขึ้นได้กับใครก็ได้ ทุกขณะ

หลังจากแพทย์วินิจฉัยว่ามีการเสียชีวิตเกิดขึ้น ก็จะเป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้ชันสูตร ซึ่งแน่นอน ก็คือ Dr. G ที่จะหาคำตอบที่ญาติ ครอบครัว คนรัก ของผู้เสียชีวิตต้องการที่จะรู้ เริ่มต้นด้วยการตรวจดูจากร่างกายภายนอก ดูบาดแผล ร่องรอยการถูกทำร้าย ร่องรอยโรคที่อาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต จากนั้นตามมาด้วยการตรวจดูภายในร่างกายทุกๆช่อง อาทิ ช่องท้อง ช่องอก ช่องเชิงกราน ช่องกะโหลกศีรษะ และตรวจดูอวัยวะภายในทุกส่วน มีการเก็บตัวอย่างของเหลวในร่างกายเพื่อตรวจทางพิษวิทยา อาทิเช่น ระดับยา  ระดับแอลกอฮอร์ หรือสารเสพติด เป็นต้น มีการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อตรวจดูความผิดปกติทางเนื้อเยื่อวิทยา ซึ่งจะสามารถเป็นคำตอบของการเสียชีวิตได้เช่นกัน

ในส่วนตัวที่เป็นนักสรีรวิทยา ได้มีโอกาสฝึกคิด/ ทบทวนความรู้ต่างๆเกี่ยวกับสาเหตุ อาการ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นและพบได้ในโรคต่างๆ ได้ฝึกฝนความคิดเชิงสืบสวน การตั้งคำถาม การตั้งสมมุติฐาน การคาดคะเนคำตอบ การร้อยเรียงหลักฐานและเหตุการณ์เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนที่สุด/ผิดพลาดน้อยที่สุด นอกเหนือจากความบันเทิงเชิงวิชาการ ยังทำให้เห็นเรื่องราวของชีวิตผู้คน ที่สะท้อนให้เห็นเรื่องราวในชีวิตของเขาได้ว่า รักตนเองหรือทำลายตนเอง (จากประวัติความเจ็บป่วยทั้งทางกายและทางจิต) สะท้อนให้เห็นถึงความจริงที่ต้องการปกปิดแต่ต้องถูกเปิดเผยด้วยผลการชันสูตร ประมาณว่า คนโกหกได้ แต่ศพไม่สามารถโกหก บางคนบอกในประวัติว่าแข็งแรงดี แต่ผลการชันสูตรบ่งบอกถึงร่องรอยของโรคต่างๆ มากมาย บางคนไม่มีประวัติเกี่ยวกับการเสพสารเสพติดใดๆ แต่กลับพบสารเสพติดในระดับที่สูงมาก สำหรับคนที่เหลืออยู่ นอกจากความรู้สึกโศรกเศร้าเสียใจ อาจมีความรู้สึกสงสัยว่าคนที่รักเสียชีวิตจากสิ่งใด เป็นการฆาตกรรม อุบัติเหตุ หรือเป็นการตายจากโรค หรือบางคนอาจรู้สึกผิด เช่น กรณีที่รู้สึกว่าทอดทิ้งคนที่รักไว้แล้วเกิดการเสียชีวิต การรับรู้ว่าการเสียชีวิตเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและไม่ได้ก่อให้เกิดความทรมาณมากนัก ก็ทำให้ลดความรู้สึกผิดได้บ้าง

โดยส่วนตัวทำให้รู้คิดได้ว่า การดำเนินชีวิตของเรานั้น ควรรักตัวเอง รักษาและดูแลสุขภาพของตัวเองและคนที่เรารัก ไม่อยู่ในทางของความประมาท หรือทางแห่งอบายมุขต่างๆ ที่มีแต่จะทำลายชีวิตของเราและครอบครัว รักครอบครัว /มิตรสหายและผู้คนมากขึ้น เห็นสัจจะของชีวิตที่ว่าเราอยู่ชั่วคราวในโลกนี้ มีเวลาไม่มาก มีสิ่งใดที่จะเป็นประโยชน์ที่สามารถทำได้ก็ควรรีบทำ

โดยสรุป Dr. G เป็นสารคดี ที่น่าสนใจเหมือนกัน ว่ามั๊ยคะ อาจฟังดูแล้วน่าหวาดเสียว ส่วนหนึ่งของสารคดีนี้เป็นภาพจำลองเหตุการณ์และมีการตัดต่อเพื่อไม่ให้เห็นการผ่าชันสูตรประเภทเลือดท่วมจอ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนขวัญอ่อน ควรหาเพื่อนดูก็ดีเหมือนกันค่ะ