ประวัติความเป็นมา :

เหตุที่ได้ชื่อ ชุมชนบ้าน เลาขวัญ   เพราะเมื่อสมัยก่อนนั้นราษฎรนั้นมาจากเชื้อสายลาวที่ได้อพยพมาตั้งถิ่นฐาน อยู่บ้านเกาะเก่า มีอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา อาศัยแหล่งน้ำชื่อ หนองบ้านเก่าและลำน้ำชื่อ คลองหมื่นเทพคลองดังกล่าวถือเป็นแหล่งน้ำสำคัญในการใช้อุปโภคและบริโภค ด้วยราษฎรได้มีอาชีพและความเป็นอยู่ที่ดี และมีความอุดมสมบูรณ์ จึงได้ชักชวนญาติพี่น้องของตนเข้ามาตั้งถิ่นฐานเพิ่มขึ้น ได้เรียกขานชื่อหมู่บ้านว่า บ้านเหล่าเดียวกันซึ่งตามภาษาพูดสั้นๆว่าบ้านเหล่ากันตามสำเนียงลาวที่เป็นภาษาพูดของชาวบ้าน  ต่อมาราษฎรได้บุกเบิกแผ้วถางป่า ไปทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร พบอุโบสถ  สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา  เรียกชื่อว่าวัดหนองจิกด่านราษฎรมีความเลื่อมใสศรัทธาคิดจะบำรุงบูรณะวัด เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยว ทางใจของราษฎรด้วยกัน จึงได้บอกกล่าวไปยังหมู่บ้านอื่นๆ ให้ช่วยเหลือบำรุงบูรณะวัด ราษฎรหมู่บ้านอื่นๆได้เรียกชาวบ้านชุมชนนี้ตามความคิดใฝ่ฝันที่จะบำรุงบูรณะวัดว่าชาวลาวฝันภายหลังจากนั้นชาวบ้านหนองกระทุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ได้อพยพเข้ามาอยู่เพิ่มขึ้น นานเข้าชื่อดังกล่าวได้เพี้ยนไปเป็น หมู่บ้านเลาขวัญ เมื่อชุมชนเพิ่มมากขึ้นจึงได้ขยายตัวเป็น ตำบลเลาขวัญ ขึ้นอยู่กับอำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี และได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี  และต่อมาสุขาภิบาลเลาขวัญได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลตำบลเลาขวัญ  เมื่อวันที่  25 พฤษภาคม 

เดิมมีฐานะเป็นสุขาภิบาลเลาขวัญ ได้มีพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงฐานะสุขาภิบาลเป็นเทศบาล พ.ศ.2542 ยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลเลาขวัญ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2542

 

สภาพทั่วไปของตำบล

มีลักษณะเป็นที่ราบสูง  พื้นที่ทั่วไปแห้งแล้งกันดาร  เนื่องจากฝนตกปริมาณน้อย  สภาพพื้นดินเป็นทรายเก็บน้ำไว้ไม่ได้  อำเภอเลาขวัญได้สมญานามว่า "อีสานภาคกลาง" ปัญหาการขาดแคลนน้ำเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุด  ทุกปีในช่วงฤดูแล้งทางจังหวัดกาญจนบุรี  จะต้องส่งน้ำมาเพื่อแจกจ่ายให้แก่ราษฎรในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ

พื้นที่ส่วนมายังคงใช้การประกอบอาชีพเกษตรกรรม

 

อาณาเขตตำบล

ที่ตั้งเทศบาลตำบลเลาขวัญ หมู่ 1 ถนนเลาขวัญ-สระกระโจม ตำบลเลาขวัญ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี71210

ทิศเหนือ ติดกับ ต.หนองโสน อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี
ทิศใต้ ติดกับ ต.หนองนกแก้ว อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.ทุ่งกระบ่ำ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี

 

จำนวนประชากรของตำบล

จำนวนประชากรในเขต อบต. 9,290 คน

มีพื้นที่ 10.40 ตารางกิโลเมตร (6,500 ไร่ )

ประกอบด้วย 8 ชุมชน คือ

1.ชุมชนหมู่นอก

2.ชุมชนหนองผือ

3.ชุมชนริมคลอง

4.ชุมชนริมคลองสามแยก

5.ชุมชนบ้านบ่อ

6.ชุมชนหน้าวัด

7.ชุมชนหมู่เหนือ

8.ชุมชนซอย5 

 

ข้อมูลอาชีพของตำบล

อาชีพหลัก ทำนา, ทำไร่ (ทำไร่มันสำปะหลัง,ไร่อ้อย)
อาชีพรอง ทอผ้า

 

คำขวัญของอำเภอเลาขวัญ

โบสถ์เก่ามิ่งขวัญ อีสานภาคกลาง
ชุมทางเกษตรกรรม ผ้าทองามล้ำ
แหล่งน้ำห้วยเทียน หลวงพ่อเยี่ยมรวมใจ
งามวิไลเบญจรงค์ มั่นคงด้วยน้ำใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     แม่ปลาตัวหนึ่งสามารถนำมาเพาะพันธุ์ได้ประมาณ 2-3 ครั้ง  อายุการใช้งานของแม่ปลาจะใช้ได้ไม่เกิน 3 ปี

     ใช้ฮอร์โนสังเคราะห์ ชื่อซูพรีแฟคท์ Suprefact (Buseralin acetate)  ราคาประมาณขวดละ 1,650 บาท ในอัตราส่วน 25 ไมโครกรัมผสมกับ โมทิเลี่ยม  Motilium ( Domperidone) 0.5 -1 เม็ด ต่อแม่ปลาน้ำหนัก 1 กิโลกรัม หลังจากฉีดฮอร์โมนแล้ว 13-16 ชั่วโมง ปลาดุกจะมีไข่สุกเต็มที่

หมายเหตุ  โมทิเลี่ยม-เอ็ม(ยาแก้อาเจียน) ราคาเม็ดละ 3-4 บาท บรรจุแผงละ 10 เม็ด ซึ่งใช้ควบคู่กับซูพรีแฟ็คท์ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาใกล้บ้านทั่วๆไป

 

ขั้นตอนในการเจือจางฮอร์โมนในการผสมเทียมปลามีดังนี้
1. นำฮอร์โมนที่ซื้อมา ใช้เข็มฉีดยาดูดฮอร์โมนออกมา 1 ซี.ซี.

    ใส่ขวดแก้วที่มีสีชาไว้
2. ซื้อน้ำเกลือ( ที่ใช้สำหรับให้คนป่วย) ที่มีเดร็กโตรส 5-9 %

    มา 1 ขวด  หลังจากนั้นใช้เข็มฉีดยาดูดน้ำเกลือออกมา 9

    ซี.ซี. ผสมกับฮอร์โมนที่ดูดออกมาใส่ขวดไว้ในครั้งแรก
    เขย่าผสมให้เข้ากัน ( ในช่วงนี้ ความเข้มข้นของฮอร์โมนที่  

    ได้จะมีความเข้มข้น 100 ไมโครกรัม )
3  แล้วจะใช้เข็มฉีดยาดูดฮอร์โมนที่ได้จากการผสมในข้อที่ 2
    (ความเข้มข้น 100 ไมโครกรัม )ออกมา 1 ซี.ซี.ใส่ลงในแก้ว
4. ให้ใช้เข็มฉีดยาดูดน้ำเกลือออกมา 4 ซี.ซี. ใส่ผสมกับ

    ฮอร์โมนในข้อที่ 3

 

5.  จะได้ฮอร์โมนทั้งหมดจำนวน 5 ซี.ซี.  ความเข้มข้นของ

    ฮอร์โมนจะเหลือ 25 ไมโครกรัมแล้ว สามารถนำไปฉีด

     ให้กับปลาได้ 5 กิโลกรัม แต่ก่อนจะนำไปฉีดจะต้องนำ

     ฮอร์โมนนี้ไปผสมกับยาโมทิเลี่ยม - เอ็ม  1  เม็ด (จะต้อง

     บดโมทิเลี่ยม - เอ็ม ให้ละเอียดเสียก่อน) นำฮอร์โมนที่ 

     ผสมแล้วดูดใส่เข็มฉีดยาขนาดบรรจุ 1 ซี.ซี. ไว้จะได้ 

     ทั้งหมด 5 เข็ม
6. การฉีดฮอร์โมนแต่ละครั้งจะฉีดในปริมาณเท่าไรนั้น

     ก่อนอื่นต้องจับปลาชั่งที่ละตัวว่าน้ำหนักตัวเท่าไร


ตัวอย่าง จับปลาตัวแรก ชั่งได้ น้ำหนัก 2 ขีด ให้เอาเข็มแทงบริเวณด้านข้างลำตัวใกล้ครีบหลัง  แล้วฉีดฮอร์โมนให้ปลา
0.2 ซี.ซี. ถ้าปลาตัวต่อไปนำหนัก 2.5 ขีด ก็ฉีดฮอร์โมน 0.25 ซี.ซี. (ให้ชั่งปลาทุกตัวและฉีดฮอร์โมน โดยยึดหลัก ปลา 1 กิโลกรัม ต่อ ฮอร์โมน 1 ซี.ซี.)

 

 

 

 

การรีดไข่ผสมน้ำเชื้อ  

      นำแม่ปลาที่ได้รับการฉีดฮอร์โมนและมีไข่แก่เต็มที่แล้วมารีดไข่ใส่ในภาชนะผิวเรียบ เช่น กะละมังเคลือบ พร้อมกันนี้ผ่าเอาถุงน้ำเชื้อจากพ่อปลา นำมาวางบนผ้ามุ้งเขียว แล้วขยี้ให้ละเอียดพร้อมกับเทน้ำเกลือเข้มข้นประมาณ 0.5-0.9 % หรือน้ำสะอาดลงบนผ้ามุ้งเขียวที่ขยี้ถุงน้ำเชื้อให้น้ำไหลผ่านเพื่อให้น้ำเชื้อลงไปผสมกับไข่ ผสมไข่กับน้ำเชื้อให้เข้ากันโดยการคนเบา ๆ ด้วยขนไก่ประมาณ 2-3 นาที จึงนำไข่ที่ได้รับการผสมแล้วไปล้างน้ำสะอาด 1 ครั้ง แล้วนำไปฟัก

หมายเหตุ  น้ำเชื้อจากปลาตัวผู้หนึ่งตัวสามารถผสมกับไข่ที่ได้จากการรีดปลาเพศเมียประมาณ 10 ตัว

 

 

การฟักไข่

       คือนำไข่ที่ผสมแล้วไปโรยไว้ให้เกาะติดกับอวนมุ้งไนลอนสีเขียวที่เตรียมไว้   โดยโรยไข่ให้กระจายติดตาข่ายอย่าง สม่ำเสมอ เมื่อฟักไข่เป็นตัวแล้วให้ลดระดับน้ำลงต่ำกว่าอวนมุ้งไนลอนประมาณ 1

 

เซนติเมตร  จากนั้นยกอวนมุ้งไนลอนซึ่งมีไข่เสียและเปลือกไข่ออกจากบ่อเพื่อป้อง กันน้ำเน่าเสีย แล้วเติมน้ำให้เท่ากับระดับเดิม การฟักไข่วิธีนี้ควรจะมีการระบายน้ำอย่างสม่ำเสมอจึงจะได้ผลดี

 

การอนุบาล

         น้ำลึกประมาณ 20-30 ซม. อาหารที่ให้คือไรแดง ในระยะเริ่มต้นหลังจากที่ลูกปลาฟักออกเป็นตัวประมาณ 3 วัน หลัง จากนั้นจะทยอยให้กินอาหารไข่ต้ม(ไข่แดงเท่านั้น)บดให้แหลก หรืออาหารสำเร็จรูปพวกพาวเดอร์ฟีด(powder-feed) ไม่ควรให้อาหารมากเกินไปเพราะจะทำเน่าเสียเป็นเหตุให้ลูกปลาตาย หรือให้กินไรแดงวัยอ่อนก็ได้  อนุบาลลูกปลาประมาณ 12-15 วัน ลูกปลาจะมีขนาด2-3 ซม.สามารถนำไปเลี้ยงเป็นปลาเนื้อต่อไป  นอกจากนี้ยังมีการอนุบาลที่นิยมกันมากอีกวิธีหนึ่ง คือ การอนุบาลในบ่อดิน
         ในระยะแรกเติมน้ำเข้าบ่อที่โรยปูนขาวและกำจัดศัตรูปลาเรียบร้อยแล้ว   ระดับน้ำประมาณ 30-50 ซม. หลังจากนั้นค่อยๆ เติมน้ำเพิ่มขึ้นในระยะ ต่อมา ควรมีพืชน้ำ เช่น  ผักบุ้งการอนุบาลแบบนี้จะอนุบาลลูกปลาได้จำนวนมากและลูกปลาเติบโตเร็ว เนื่องจากในบ่อดินจะเกิดอาหารธรรมชาติมากมายหลายชนิด ส่วนอาหารปลาใช้ชนิดเดียวกันกับที่อนุบาลในบ่อซีเมนต์
         

การให้อาหารควรเน้นให้ระยะเวลาพลบค่ำเป็นหลัก เพราะเวลานี้ลูกปลาจะตื่นตัวมากตามสัญญาณของสัตว์หากินกลางคืน การอนุบาลลูกปลาดุกวัยอ่อนปัญหาหลักคือโรคปลา เนื่องจากการเลี้ยงอย่างหนาแน่นจะเกิดโรคบ่อยมากจึงต้องเอาใจใส่ในเรื่องความสะอาด  การให้อาหารมากเกินไปเศษอาหารจะเหลือมาก    เกิดการหมักหมม   บางครั้งต้องใช้น้ำยาเคมีและยาปฏิชีวนะเข้าช่วยบ้าง ทั้งนี้ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

 

ปัญหา จะเกิดมากในช่วงฝนตกชุกอากาศเย็นลูกปลาจะอ่อนแอ เติบโตช้า เป็นโรคง่าย ตรงกันข้ามหากอนุบาลในช่วงระยะเวลาที่อากาศร้อนฝนไม่ตกติดต่อกัน ลูกปลาดุกจะกินอาหารได้มากและเติบโตเร็ว เป็นที่ทราบกันดีว่าปลาดุกจะกลัวฝนและชอบอากาศร้อน

 

 

 

 

 

   

    จัดทำโดย  เทศบาลตำบลเลาขวัญ 

อ.เลาขวัญ  จ.กาญจนบุรี 71210 โทร. 086-0930201  ,  081-8142354  ,  081-2502702

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

             

 การทำอาหารปลา

ส่วนผสม
1. รำละเอียด            2     กระสอบปุ๋ย
2. กากมะพร้าว        1     กระสอบปุ๋ย
3. ปลาป่น                6     กิโลกรัม
4. กากถั่วเหลือง       6     กิโลกรัม
5. จุลินทรีย์ EM       1      ลิตร
6. กากน้ำตาล           1     กิโลกรัม
7. น้ำมันพืช          1 - 2   ลิตร

8. น้ำ                        5      ลิตร

 

วิธีทำ
1. นำรำละเอียด  1 กระสอบ  ผสมกับกากมะพร้าว  ปลาป่น  

    กากถั่วเหลือง  คลุกเคล้าให้เข้ากัน
2. นำจุลินทรีย์ EM ผสมกากน้ำตาลและน้ำ  เพื่อคลุกเคล้า

    ส่วนผสม  หมักไว้ 12 ชั่วโมง
3. นำส่วนผสมที่หมักไว้  ผสมกับรำละเอียดอีก 1 กระสอบ

     และน้ำมันพืช 1 - 2 ลิตร

4. ต้องนำไปผึ่งแดด 2 วัน

 

 

 

 

 

 

 การทำอาหารปลาจาก EM

( ลูกปลา 1-4 สัปดาห์ )
ส่วนผสม
1. ปลายข้าวที่ต้มแล้ว                2   กิโลกรัม
2. รำละเอียด                              1   กิโลกรัม
3. ผักสด (สับหรือหั่นละเอียด)  1   กิโลกรัม
4. EM                                        1   ช้อนโต๊ะ

5. กากน้ำตาล                             1   ช้อนโต๊ะ
6. น้ำ                                          5   ลิตร

 


วิธีทำ
• นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมให้เข้ากัน แล้วหมักไว้

  ประมาณ 6 ชั่วโมง  แล้วนำไปอัดเม็ด

  • นำไปผึ่งแดด 2 วัน


วิธีใช้
• ให้ลูกปลากิน เช้า และเย็น (หมักเช้าใช้ช่วงเย็น หมักเย็น

   ใช้ช่วงเช้า)

  • ให้อาหารมากเกินไป หรือหลายมื้อ ลูกปลาจะท้องอืดตาย
• จำนวนปลามาก - น้อย ให้เพิ่มหรือลดส่วนผสมได้ตาม

 

   อัตราส่วน

 

 

 

 

 

( ปลาใหญ่ 5 สัปดาห์ขึ้นไป )
ส่วนผสม
1. มูลสัตว์แห้ง                        1   กิโลกรัม
2. รำละเอียด                           2   กิโลกรัม
3. จุลินทรีย์   EM                    1   ช้อน

4. กากน้ำตาล                          1   ช้อน
5. น้ำ                                       5   ลิตร


วิธีทำ
• นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมให้เข้ากัน หมักไว้ 6 ชั่วโมง

  • แล้วนำไปอัดเม็ด
  • นำไปผึ่งแดด 2 วัน

 

 

 

 

 

 

หมายเหตุ  สามารถเก็บอาหารปลาไว้ได้นาน  2 เดือน   ถ้า

                  ต้องการผสมอาหารปลาปริมาณมากให้เพิ่มส่วนผสม

                  ตามอัตราส่วน

 

 

 

การเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก
1. ขุดบ่อขนาดกว้าง 2 ม. ยาว 4 ม. ลึก 1 ม. (ขอบบ่อลาดเอียง

    เล็กน้อย)
2. ปูพื้นบ่อด้วยพลาสติกกว้าง 6 เมตร ยาว 7 เมตร เพื่อให้

    สามารถเก็บกักน้ำได้ และป้องกันเชื้อโรคอื่นๆปนเปื้อนซึ่ง

    มาจากดิน และป้องกันการเซาะของขอบบ่อ   (ต้องพับ

    พลาสติกอัดในร่องทั้ง4มุมของบ่อ และเอาดินกลบขอบบ่อ

    ให้มิดชิด)

3. ใส่ดินลงก้นบ่อพอประมาณ เพื่อสร้างสภาพธรรมชาติ
4. ใส่มูลสัตว์แห้งลงไปในบ่อประมาณ 8-10 กำมือ เพื่อสร้าง

    แพลงตอนซึ่งเป็นอาหารปลาในธรรมชาติ ใส่จุลินทรีย์ 1-2  

    แก้ว เพื่อบำบัดน้ำในบ่อ
5. ปล่อยน้ำเข้าให้เต็มบ่อ  ทิ้งไว้ 3-5 วัน
6. นำลูกปลามาปล่อยประมาณ 400 ตัว
7. ล้อมรอบบ่อด้วยตาข่าย  (เก็บริมขอบตาข่ายด้วยการนำดิน       

    มากลบเพื่อป้องกันงู และสัตว์อื่นมากินปลา)
8. ปลูกพืชผักสวนครัว เช่น ตะไคร้ โหระพา แมงลัก ผักชี  

    ถั่วฝักยาว ฯลฯ บริเวณรอบๆ บ่อ
9. เลี้ยงประมาณ 60-90 วันก็สามารถจับไปบริโภคหรือนำไป

    ขายได้

 

 

หมายเหตุ   ช่วงฤดูหนาวปลากินอาหารน้อย จะเติบโตช้ากว่า

                   ปกติ

 

 

           สังเกตว่าอาหารที่ให้ปลา กินเหลือตกค้างในบ่อหรือไม ่อาหารที่เหลือจะลอยเป็นกลุ่มๆ ตามผิวน้ำ แสดงว่าปลากินไม่หมดจะทำให้น้ำเน่าเสียและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           จัดทำโดย   เทศบาลตำบลเลาขวัญ 

อ.เลาขวัญ  จ.กาญจนบุรี 71210 โทร. 086-0930201 ,  081-8142354  ,  081-2502702