วิถีพอเพียง

 

ฑีฆายุโก โหตุ มหาราชา

 

 

ชื่อโครงการ          ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเกษตรอินทรีย์  วิถีพอเพียง

ส่วนราชการ         องค์การบริหารส่วนตำบลจอมพระ อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์

 1. หลักการและเหตุผล

 

          ในอดีตที่ผ่านมา เกษตรกรไทยทำการเกษตรแบบหลากหลายและพึ่งพิงความสมดุลตามธรรมชาติ หรืออาจจะกล่าวได้ว่า คนไทยรู้จักทำเกษตรอินทรีย์มาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว และสามารถพึ่งตนเองได้อย่างสมบูรณ์ โดยใช้ทรัพยากรในพื้นที่ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สะสมต่อเนื่องกันมา จนได้รับการยกย่องจากนานาชาติว่า เป็นอู่ข่าวอู่น้ำของภูมิภาค พันธุ์ข้าวไทย แนวทางการเกษตรดังกล่าวข้างต้นนั้น ดูเหมือนจะทำให้ประเทศไทยมีความเจริญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการพัฒนา การเกษตรตามแนวทางของการปฏิวัติเขียวที่ต้องใช้เทคโนโลยีทันสมัย เพื่อเพิ่มผลผลิต แต่การพัฒนาดังกล่าวนั้น ได้มีผลเปลี่ยนแปลงจากการที่ประเทศไทยได้พึ่งตนเองในการเกษตรมาโดยตลอด ไปสู่การต้องพึ่งการนำเข้าและไม่สามารถพึ่งตนเองได้จนถึงทุกวันนี้ ในด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ประเทศไทยได้สูญป่าไปถึง 110 ล้านไร่ ในเวลาของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ผ่านมา ส่งผลกระทบในทางลบทางด้านเศรษฐกิจ  สังคม และสิ่งแวดล้อมต่อประเทศไทยอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลที่ปรากฏต่อเกษตรกรไทย ต่อความยากจน สุขภาพอนามัยที่ไม่ดี และสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ดังนี้

                1. ด้านการลงทุนและผลตอบแทน การเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย ต้องใช้สารเคมี ทั้งปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ราคาสูงมากขึ้น ทำให้เกษตรกรต้องจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้น ราคาผลผลิตการเกษตรที่เกษตรขายได้ ไม่ได้สูงขึ้นตามสัดส่วนของราคา สารเคมีเพิ่มมากขึ้น เกษตรกรขาดทุนมากขึ้น และเป็นหนี้เพิ่มมากขึ้น

                2. ด้านสิ่งแวดล้อมการเกษตร ดินมีสภาพความเป็นกรดสูงมากขึ้น ทำให้ธาตุอาหารในดินไม่เกิดประโยชน์ต่อพืช การใช้ปุ๋ยต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นทุกปี เพื่อรักษาปริมาณผลผลิตให้ได้เท่าเดิม  ศัตรูพืชสร้างความต้านทานต่อสารเคมี กำจัดศัตรูพืช ทำให้ต้องใช้สารเคมีปริมาณและความเข้มข้นมากขึ้น

                3. ด้านสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค เกษตรกรต้องได้รับพิษจากการสัมผัสโดยตรงจากการใช้สารเคมีที่เป็นพิษในไร่นา ผู้บริโภคได้รับสารพิษจากการบริโภคผลผลิตที่มีสารเคมีตกค้างในอาหาร

                4. ด้านเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ สินค้าการเกษตรที่ส่งออกของประเทศได้รับการกีดกันจากประเทศผู้นำเข้า เนื่องจากมีสารเคมีตกค้างเกินกว่าปริมาณที่ได้รับ และรัฐต้องเสียงบประมาณในการรักษาผู้ป่วยไข้ เนื่องจากสาเหตุของสารพิษตกค้างในอาหารและสัมผัสโดยตรง

                จังหวัดสุรินทร์ได้ประกาศนโยบาย สุรินทร์เมืองเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมีและสารพิษ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2542  และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2544 ประกาศให้จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดนำร่องในการดำเนินการเรื่องเกษตรอินทรีย์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต ลดการใช้สารเคมีในการเกษตรและให้เยาวชน เกษตรกร เห็นความสำคัญ ประโยชน์และเข้าใจกระบวนการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์มากขึ้น สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันได้

                องค์การบริหารส่วนตำบลจอมพระได้ตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงได้จัดทำโครงการจัดศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ประจำชุมชน ในการดำเนินการเกษตรอินทรีย์ เพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้แก่เยาวชน เกษตรกร และผู้ที่สนใจ ตลอดจนสามารถนำไปปฏิบัติในไร่นาของตนเองและขยายผลไปสู่เกษตรข้างเคียงได้

 

2. วัตถุประสงค์

                1. เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ในชุมชนเกี่ยวกับการเกษตรอินทรีย์ ในการดำเนินการให้ความรู้เกษตรอินทรีย์

                2. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ เรื่องเกษตรอินทรีย์ และขยายผลการเรียนรู้สู่ชุมชน

                3. เพื่อเป็นการส่งเสริมรายได้ ลดรายจ่ายในครอบครัวให้พออยู่พอกิน

          4. เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัว

                5. เพื่อการหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรในไร่นาให้เกิดประโยชน์สูงสุด หลีกเลี่ยงการใช้ปัจจัยจากการผลิตจากภายนอก

                6. ใช้หลักการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศเกษตรให้เกิดการผสมผสานเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

                7. เพื่อเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ในชุมชน

 

3. หลักการและแนวคิด

                3.1 ยึดหลักการเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาน้อมนำสู่การปฏิบัติ

                3.2 ยึดหลักอริยสัจ 4 หรือความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เพื่อรู้ถึงแก่นแท้ของปัญหาและแนวทางการดำเนินงานอย่างมีเหตุผล

                3.3 ผนึกกำลัง ชุมชน บ้าน วัด โรงเรียน ขับเคลื่อนสู่เกษตรอินทรีย์

 

9. แผนการดำเนินงาน

 

      จุดประสงค์ของกิจกรรม

ขั้นตอน/กิจกรรม(ให้มีกระบวนการของ

การจัดการความรู้

พื้นที่ดำเนินการ/ผู้รับผิดชอบ

ช่วงเวลา/ระยะเวลา

ของแต่ละขั้นตอน

งบประมาณ

1. ประชาสัมพันธ์โครงการ

1.1 ประชาสัมพันธ์เพื่อคัดเลือกเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ

1.2 ประชุมชี้แจงโครงการแก่คณะทำงานและผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ

1.3 ประสานหน่วยงาน

      ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

คณะทำงาน และผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ ผู้สนใจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ตุลาคม 2551

 

1. สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินโครงการร่วมกัน

1. ประชุมคณะทำงานและผู้ที่เกี่ยวข้องที่ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ เพื่อสร้างความเข้าใจในการดำเนินโครงการร่วมกัน

คณะทำงานและผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่และผู้ที่เกี่ยวข้อง

ตุลาคม 2551

1,500 บาท

2.  การพัฒนาองค์ความรู้แก่บุคลากรแกนนำ

- แกนนำที่เคยผ่านการทำกิจกรรม

- ตัวแทนเกษตรกร

-ชุมชนนักปฏิบัติ

-เครือข่ายเดียวกัน

-สนใจเรื่องเดียวกัน

(อบต.ปรับแก้ได้ แต่ได้นำมาจากแผนภูมิของ อบต. )

2.1  จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนากลุ่มเป้าหมายตามชุดความรู้ 3 ชุด

2.2 จัดทำแผนปฏิบัติการของกลุ่มเป้าหมาย

แกนนำในแต่ละชุดความรู้ที่เคยผ่านการเรียนรู้และเคยดำเนินกิจกรรมในโครงการนี้มาก่อน

ตุลาคม 2551

2,500 บาท

3. การยกระดับความรู้ ความสามารถของคณะทำงานและผู้ที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง

3.1 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับประสบการณ์/แนวคิด มุมมองในการบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง การบริหารแหล่งเรียนรู้ การส่งเสริมรายได้ทางการเกษตร  การใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่เหมาะสม การบำรุงรักษาระบบนิเวศน์ ฯลฯ

3.2 จัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องที่คณะทำงานต้องการและสนใจร่วมกันในการบริหารศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง โดยอาจเรียนเชิญผู้รู้ในท้องถิ่นหรือวิทยากรภายนอกมาร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้

3.3 มีการศึกษาดูงานศูนย์เรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ของสมาชิก

3.4 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อสรุปผลการเรียนรู้ของคณะทำงานและผู้ที่เกี่ยวข้องจากการดำเนินกิจกรรม ข้อ3.1-3.3 บันทึกผลการประชุมเพื่อนำมาปรับใช้ในการบริหารศูนย์การเรียนรู้

คณะทำงานฯ

พื้นที่ :

1. ศาลาประชาคม

2. วัด

3. โรงเรียน

4. ศูนย์การเรียนรู้เกษตรประจำตำบล

 

คณะทำงาน

1. แกนนำ

2. เกษตรตำบล

3. พัฒนาชุมชนอำเภอ

4. ผู้รู้ ,ภูมิปัญญาท้องถิ่น

 

 

 

พื้นที่ :

1. ศาลาประชาคม

2. วัด

3. โรงเรียน

4. ศูนย์การเรียนรู้เกษตร

ประจำตำบล

5. ศึกษาดูงานพื้นที่ในจังหวัดสุรินทร์หรือใกล้เคียง

 

คณะทำงาน

1. แกนนำ

2. เกษตรตำบล

3. ผู้รู้ ,ภูมิปัญญาท้องถิ่น

4. จนท.อบต.

 

พฤศจิกายน 2552

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ธันวาคม 2551

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มกราคม 2552

 

 

 

มกราคม 2552

 

 

 

 

 

 

53,000 บาท

(ถัวเฉลี่ยตามกระบวนการขั้นตอน)

4. ขับเคลื่อนกิจกรรมการจัดศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียงได้แก่ กิจกรรมดังต่อไปนี้

1. การถ่ายทอดผลการดำเนินงานให้เกษตรกรทั่วไปสนใจ

 2.สร้างความเข้าใจในกิจกรรมโครงการเกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง  เพื่อดำเนินงานเกษตรอินทรีย์ให้ประชาชนทราบ

3.  นำเสนอผลการดำเนินงานของเกษตรกรแกนนำ ผู้รู้ ภูมิปัญญา

4. นำสู่การปฏิบัติเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ปฏิบัติจริง

5. ขยายผลการการดำเนินงานไปยังผู้สนใจที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการและประชาชนทั่วไป

4.1 สำรวจความรู้เดิมของผู้รู้ในท้องถิ่นอาทิ แกนนำที่ผ่านโครงการนี้มาก่อน เกี่ยวกับกิจกรรมการเสริมสร้างชุมชนเกษตรอินทรีย์  ยกย่องและเชิญชวนให้เป็นวิทยากรในท้องถิ่น

4.2 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สาธารณะเพื่อค้นหาความสามารถ ประสบการณ์ของผู้ที่สนใจ รวมทั้งเชิญชวนผู้ที่ยังไม่สนใจมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในแต่ละกิจกรรม พร้อมกับบันทึกเพื่อการพัฒนาต่อยอด

4.3 จัดกระบวนการเรียนรู้โดยผู้รู้ หรือผู้ที่มีผลงาน โดยจัดกลุ่มผู้ที่มีวิถีการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับกิจกรรมในแต่ละเรื่อง

4.4 เน้นการทดลองปฏิบัติจริง โดยให้แกนนำที่มีประสบการณ์ช่วยเหลือ

4.5 ให้มีผู้บันทึกกิจกรรมทุกกลุ่มอย่างละเอียด

4.6 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยให้ผู้ต้องการเรียนรู้ได้เรียนรู้หลายกิจกรรมตามความต้องการ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย สามารถเชื่อมโยงการดำเนินกิจกรรมในโครงการได้ในเชิงบูรณาการ โดยจัดอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง

4.7 ให้มีการนิเทศ การติดตาม และประเมินผล เพื่อให้คำปรึกษาแก่วิทยากรหรือผู้เรียนในแต่ละกิจกรรม/เรื่อง พร้อมกับบันทึก เก็บรวบรวมเนื้อหาสาระจากผลการดำเนินงานตั้งแต่ข้อ 4.1-4.6

พื้นที่ :

1. ศาลาประชาคม

2. วัด

3. โรงเรียน

4. ศูนย์การเรียนรู้เกษตรประจำตำบล

5. อบต.

 

คณะทำงาน

1. แกนนำ

2. เกษตรตำบล

3. พัฒนาชุมชนอำเภอ

4. ผู้รู้ ,ภูมิปัญญาท้องถิ่น

5. จนท.อบต.

 

 

 

 

พื้นที่ :

1. ศาลาประชาคม

2. วัด

3. โรงเรียน

4. ศูนย์การเรียนรู้เกษตรประจำตำบล

5. อบต.

 

คณะทำงาน

1. แกนนำ

2. เกษตรตำบล

3. ผู้รู้ ,ภูมิปัญญาท้องถิ่น

4. จนท.อบต.

 

มกราคม  2552

 

 

 

 

 

 

 

กุมภาพันธ์ 2552

 

 

 

 

 

 

กุมภาพันธ์ 2552

 

 

 

 

กุมภาพันธ์ 2552

 

 

 

มีนาคม 2552

 

 

 

 

 

 

 

 

มีนาคม - กันยายน

2552

 

 

 

 

 

 

 

114,000 บาท

(ถัวเฉลี่ยตามกระบวนการขั้นตอน)

5. สำรวจเพื่อค้นหาพลังความคิด /แรงจูงใจ / ตัวอย่างความสำเร็จ สิ่งดี ๆ ในพื้นที่เกี่ยวกับการสร้างเสริมการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ ยกย่องให้กำลังใจ ทั้งส่งเสริมให้เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ในทุก ๆ เรื่อง

5.1 ขยายผลการสำรวจทุนเดิมและผู้รู้ในท้องถิ่น ตามข้อ 4.1 โดยสืบหาบุคคลหรือกิจกรรมดี ๆ ที่สามารถเป็นแบบอย่างความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ได้ รวบรวมข้อมูลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง จัดทำเป็นแผนที่คนดี/แผนที่กิจกรรมดีในแต่ละด้าน

5.2 จัดกิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับบุคคล/กลุ่มบุคคลกิจกรรมที่เป็นแบบอย่างของความสำเร็จในสร้างชุมชนให้เป็นชุมชนปลอดสารพิษ พร้อมกับมอบรางวัลและจัดเวทีให้นำเสนอความสำเร็จ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างต้นแบบ หรือต้นแบบกับผู้สนใจทั่วไป และถอดบทเรียนการเรียนรู้ของต้นแบบ รวมทั้งองค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้

พื้นที่..

ชุมชนในตำบล

ทั้ง 15  หมู่บ้าน

 

คณะทำงาน

1. อบต.

2. เกษตรตำบล

3. พัฒนาชุมชนอำเภอ

4. ผู้รู้ ,ภูมิปัญญาท้องถิ่น

 

 

เมษายน 2552

 

 

 

 

 

 

 

 

เมษายน 2552

 

 

 

 

 

พฤษภาคม 2552

8000 บาท

(ถัวเฉลี่ยตามกระบวนการ

 

6. รณรงค์การบริโภคอาหารปลอดสารพิษ

6.1 จัดตลาดนัดการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรปลอดสารพิษ โดยประชาสัมพันธ์ให้ทั้งคนในและนอกชุมชนเข้ามาร่วมกิจกรรม

6.2 จัดกิจกรรมการนำพืชผลทางเกษตรที่เหลือใช้มาทำปุ๋ยน้ำชีวภาพสารขับไล่แมลง โดยเริ่มต้นในครัวเรือนของผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมกับขยายสู่เพื่อนบ้านและชุมชน

6.3 จัดโปสเตอร์การนำเสนอการทำเกษตรปลอดสารพิษ การบริโภคอาหารปลอดสาร การกินอยู่อย่างพอเพียง

พื้นที่ :

1. ตลาดนัดในชุมชน

2. การแสดง OTOP

3. งานแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์ระดับจังหวัด

4. ศูนย์การเรียนรู้เกษตรประจำตำบล

 

คณะทำงาน

1. อบต.

2. เกษตรตำบล

3. พัฒนาชุมชนอำเภอ

3. ตัวแทนเกษตรกร

 

งานแสดงสินค้าประจำเดือนของจังหวัด

เป็นประจำทุกเดือน

 

 

 

 

 

 

 

8000 บาท

(ถัวเฉลี่ยตามกระบวนการขั้นตอน)

7. จัดทำสื่อการเรียนรู้ และสื่อการเผยแพร่ความรู้และความสำเร็จของโครงการ

7.1 ร่วมกับวิทยากรและสนับสนุนกิจกรรมข้อ 4.3 จัดทำสื่อการเรียนรู้ในประเด็นต่าง ๆ ที่ใช้ในการฝึกอบรม

 7.2 จัดทำสื่อการเผยแพร่ความรู้หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากความสำเร็จของผู้ดำเนินงานโครงการ ได้แก่ วีซีดี แผ่นพับ โปสเตอร์ ฯลฯ

พื้นที่..

1. ชุมชนในตำบล

    ทั้ง 15  หมู่บ้าน

2. โรงเรียน

3. วาสาร อบต.

 

คณะทำงาน

1. อบต.

2. เกษตรตำบล

3. ตัวแทนเกษตรกร

 

มิถุนายน 2552

 

5,000 บาท

(ถัวเฉลี่ยตามกระบวนการขั้นตอน)

8. สรุปผลการดำเนินโครงการและบทเรียนต่าง ๆ

8.1 จัดเวทีให้คณะทำงานและผู้ที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ แลกเปลี่ยนการดำเนินโครงการ เพื่อสรุปบทเรียนการทำงานเป็นระยะ 3 เดือนต่อครั้ง เพื่อประเมินผลการดำเนินโครงการ และนำข้อบกพร่องไปแก้ไขกระบวนการทำงาน และนำข้อเด่น/ความสำเร็จไปพัฒนาต่อยอดต่อไป

8.2 จัดเวทีให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรวมทั้งผู้ที่เรียนรู้จากกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการฯ ได้มาร่วมกันสังเคราะห์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ชุมชนเกษตรอินทรีย์ ที่ทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมของโครงการ

8.3 ประมวลผลการสรุปและสังเคราะห์จากข้อ 8.1-8.2 ร่วมกับผลการเรียนรู้ และการดำเนินงานตามจุดประสงค์ของแต่ละกิจกรรม/เรื่อง (ข้อ 1-7) แล้วนำมาเขียนเป็นรายงานผลการดำเนินโครงการฯ และบทเรียนที่ได้รับ

พื้นที่ :

1. ศาลาประชาคม

2. วัด

3. โรงเรียน

4. ศูนย์การเรียนรู้เกษตรประจำตำบล

5. อบต.

 

คณะทำงาน

1. แกนนำ

2. เกษตรตำบล

3. ผู้รู้ ,ภูมิปัญญาท้องถิ่น

4. จนท.อบต.

 

 

พื้นที่ :

1. ศาลาประชาคม

2. วัด

3. โรงเรียน

4. ศูนย์การเรียนรู้เกษตรประจำตำบล

5. อบต.

 

คณะทำงาน

1. แกนนำ

2. เกษตรตำบล

3. ผู้รู้ ,ภูมิปัญญาท้องถิ่น

4. จนท.อบต.

 

มิถุนายน 2552

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กันยายน 2552

 

 

 

 

 

 

 

กันยายน 2552

8,000 บาท

(ถัวเฉลี่ยตามกระบวนการขั้นตอน)

10.  ระยะเวลาและพื้นที่ดำเนินการ

                1 ตุลาคม 2551    กันยายน 2552  โดยดำเนินการในจำนวน....15........ชุมชน ใน อบต.จอมพระ

11. ผู้รับผิดชอบโครงการ

                องค์การบริหารส่วนตำบลจอมพระ

                1. นายสุพจน์ สายบุตร      ตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจอมพระ

                                                                โทรศัพท์/โทรสาร ที่ทำงาน 044-533154 มือถือ 087-9639439

                2. น.ส.โสภา เป็นสุข         ตำแหน่ง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลจอมพระ

                                                                โทรศัพท์/โทรสาร ที่ทำงาน 044-533154 มือถือ 089-7178392

                3. นายธกร นาคกระแสร์   ตำแหน่ง นักพัฒนาชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลจอมพระ

                                                                โทรศัพท์/โทรสาร ที่ทำงาน 044-533154 มือถือ 085-1889374

                ภาคชุมชน/หมู่บ้าน

    4. แกนนำ  นายสำรอง  เงางาม         ตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 / หมอดินอาสาประจำตำบลจอมพระ                 

                    5. แกนนำ  นายดี  เจริญยิ่ง             ตำแหน่ง ตัวแทนเกษตรกร หมู่ที่ 12

                    6. แกนนำ   ผู้นำชุมชน  15  หมู่บ้าน

            ภาคสถานศึกษา/โรงเรียน

                   7. ผู้บริหารสถานศึกษาในตำบลตำบลจอมพระ จำนวน  5 โรงเรียน