กำลังนั่งสัปหงกเพราะพยายามจะฝืนสังขารอ่านอะไรที่อยากจะอ่าน แต่ก็คงจะฝืนไม่ไหวในไม่ช้านี้ ก็เลยหยุดอ่านมาเขียนบันทึกเสียหน่อย นึกถึงเนื้อเพลงของ"พี่เบิร์ด" ท่อนที่ขอยืมมาเป็นชื่อบันทึกนี้แหละค่ะ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ทำงานยาวมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 31 จนมาถึงวันจันทร์ - มาฆบูชานี้ รวมแล้วก็คือ 10 วันโดยไม่มีวันหยุดเลย จะต่อด้วยอีก 4 วันไปถึงวันศุกร์หน้านี้ ก็จะเป็น การทำงานมาราธอน 14 วัน non-stop (อีก 4 วันนี่เพิ่งนึกได้นะคะนี่...เอ้อเฮอ...)
ทุกวันที่ทำงาน งานหลักก็จะเป็นงานทำแล็บตามจุดต่างๆ เวลาที่พอจะมีว่างเว้นบ้างก็จะใช้เพื่อการทำงานเอกสารต่างๆ ช่วงที่ผ่านมากำลังจัดการเรื่องปริมาณงาน เพราะเราต้องการขอคนเพิ่ม ต้องคิดโหลดภาระงานเพื่อประกอบคำขอ หาเวลาว่างยาวๆที่พอจะนั่งอ่าน นั่งเขียนอะไรที่ใช้สมาธิไม่ได้เลย ทำให้ไม่มีโอกาสทบทวนงานเขียน paper ที่ทำไว้แล้ว ยังมีงานเขียนของน้องที่รับเป็นที่ปรึกษาดูแลการเขียนงานวิจัย ซึ่งดูกันไปหลายรอบแล้วทีละนิดทีละหน่อย รอบนี้น่าจะได้รวบยอดเสียทีอีกงาน วันนี้โดนน้องแว้บมาถามหาแล้ว เพราะเรามีงานจรด่วนเข้ามา ต้องช่วยพี่ดาคิดข้อมูลเพิ่มเติมที่พวกเราเปรียบเทียบผลการทดสอบเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติ 2 เครื่องเอาไว้ เลยต้องเอางานน้องเขามานั่งอ่านที่บ้านต่อ แต่ปรากฎว่าอ่านไปได้อีกนิดเดียว ก็ไปต่อไม่ได้ เพราะหนุ่มๆน้อยที่บ้านอยากคุยกับคุณแม่ คนโน้นเล่านั่น คนนี้คุยนี่ กว่าจะเสร็จธุระเรื่องลูก เรื่องงานในบ้านก็ล่วงเข้ามา 5 ทุ่มนี่แหละค่ะ คุณแม่ค่อนข้างหมดแรงทำอะไรเสียแล้ว นั่งอ่านอะไรที่ใช้หัวสมองไม่เข้าหัวเลย
นึกย้อนไปว่า งานหลายๆงานที่ต้องการสมาธิ ต้องอยู่เงียบๆคนเดียวนั้น เราก็พอจะสามารถทำได้ในยามที่ต้องทำงานอื่นไปด้วย แต่ผลที่ได้ก็คืองานเสร็จแต่ยังไม่ได้คุณภาพ ต้องขัดเกลาอีกเยอะ นึกยังไม่ออกว่าเราจะหาเวลาอยู่เงียบๆคนเดียวในที่ทำงานได้อีกทีเมื่อไหร่หนอ ช่วงนี้ยังวนเวียนอยู่ในจุดที่งานมากๆทั้งนั้นเลย ได้แต่ทำใจว่า ทำเท่าที่ทำได้ก็แล้วกันนะ พร้อมๆกับรำพึงเพลงพี่เบิ๊ดไปพลางๆระหว่างนี้ นึกแล้วก็ต้องบอกว่าเราโชคดีเสียจริงๆ ไม่เคยต้องเหงาเพราะอยู่เงียบๆคนเดียวเอาเสียเลย
Sometimes we are alone but never lonely :D
อยู่ตามลำพังเป็นคุณสมบัติทางกายภาพ แต่เหงาหรือไม่เหงาเป็นคุณสมบัติทางจิตสภาวะนะครับคุณโอ๋
เป็นกำลังใจครับ
ไม่เคยต้องเหงาเพราะอยู่เงียบๆคนเดียวเอาเสียเลย
คุณโอ๋ คะ
อยู่คนเดียว เงียบ ๆ มีเสน่ห์ สุข สมาธิ ได้งาน
เช่นช่วงนี้ของหมอเล็ก(post op.)
ไม่อยากเชื่อ แต่เป็นไปแล้ว ว่า เราทำเปเปอร์ เอกสารงานสอน ฯลฯ เสร็จไปเกือบเจ็ด-แปด ชิ้นงาน
วันราชการ เราจำเป็นต้องพบปะพูดคุย หลากคนหลายงาน ช่วงว่างระหว่างพบปะ กว่าจะดึงสมาธิกลับมาใหม่ !
เห็นด้วยกับบันทึกของคน "มีสุขกับงาน" ค่ะ
แต่อยากแอบกระซิบ(ทางนี้)ว่า ลางานสักวันสองวัน ได้งาน(ค้าง)ทวีคูณค่ะ
การได้อยู่เงียบๆคนเดียวบ้าง จริงอย่างที่คุณโอ๋ว่าค่ะว่างานบางอย่างต้องการสมาธิสูง
ขออวยพรให้หาช่วงเวลาเงียบๆได้มากพอนะคะ
เห็นด้วยค่ะ อ. Phoenix แต่ก็เคยรู้สึกเหมือนกันตอนต้องอยู่เป็นไทยคนเดียวในวงล้อมของฝรั่งว่า so lonely with people around นะคะ ทั้งๆทุกคนก็น่ารักกับเราแต่เราอยากกลับบ้านน่ะค่ะ แต่ตามอ่านบันทึกอาจารย์ตอนนี้แล้ว คิดว่าอาจารย์กำลังได้เก็บเกี่ยวอะไรดีๆมากมายเหลือเกิน ไม่ได้มีเวลา alone หรือ lonely แน่ๆเลย
คุณหมอเล็ก ภูสุภาคะ ปีนี้ยังไม่กล้าใช้วันลามาทำงานค่ะ เพราะอาจจะต้องใช้ไปส่งไปช่วยจัดการพี่วั้นไปเป็นเด็กมหาวิทยาลัยน่ะค่ะ ต้องใช้วิธีทำงานพิเศษในเวลาที่พอหาได้ และถ้าไม่ไหวจริงๆก็ต้องทำใจแหละค่ะ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น
ขอบคุณพี่นุช คุณนายดอกเตอร์สำหรับคำอวยพรน่ารักๆนะคะ การที่เราไม่ได้อะไรดังใจคิด ก็ดีตรงที่ทำให้ได้หาวิธีปรับตัวและวางแผนนะคะ ก็สนุกไปอีกแบบ (โดยเฉพาะเวลาที่จัดการอะไรได้เสร็จ ทั้งๆที่เวลาจำกัดนี่แหละค่ะ)