ทุกลมหายใจของการทำงาน
“KM อยู่ที่ไหนขององค์กร”

ดิฉันเคยคิดเสมอ  ทำไมคนคนนั้นเก่งจัง ทำยังไงเราถึงจะเก่งแบบเขาได้ คิดได้และพูดแบบนั้นได้ ถ้าหมายความตามการจัดการความรู้  อาจพูดใหม่ว่าทำยังไง เราจะเข้าถึง ความรู้ฝังลึกของเขาได้
  ความรู้ในการทำงาน เป็นยังไง”   ดิฉันวนเวียนถามตัวเองเสมอๆ เมื่อเกิดความตั้งใจจะถ่ายทอด บอกเล่าสิ่งที่ตัวเองรู้ สิ่งที่ตัวเองทำสำเร็จ จากการทำงาน  คิดว่ามันคือ ขั้นตอนในการทำงานของเรา   การตั้งคำถามว่าทำไมจึงทำเช่นนั้นทำไมเราเลือกการทำงานโดยวิธีนี้ เป็นวิธีที่ดีที่สุดหรือเปล่า กรณีศึกษาต่างๆ บทเรียนที่เคยได้รับ ความรู้ในการทำโครงการ การจัดทำรายงาน เขียนขั้นตอน เขียนปัญหาอุปสรรคและเขียนสิ่งที่พบ เป็นความรู้จากการทำงานทั้งนั้น หากคนทำงานคิดได้อย่างนี้แล้วก็จะตอบได้ว่า KM อยู่ที่ไหนขององค์ อยู่ในทุกลมหายใจของการทำงาน ในยุคนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  การทำงานแบบไม่สนใจผู้อื่น ไม่เหลียวมองมุมที่แตกต่าง เริ่มต้นทำทุกอย่างใหม่ทุกเรื่องทำให้สิ้นเปลือง  ดิฉันได้ประสบการณ์จากการทำสลิปติดวาระการประชุมจากน้องธุรการ ที่สวยงามถูกใจมาก สะดวกโดยไม่ต้องคิดใหม่ ขอยืมไฟล์ ใช้กันทั้งจนเป็นมาตรฐานเอกสารประชุม ในความเชี่ยวชาญในงานเขาสามารถคิดค้นวิธี ตามความชำนาญตามการทำซ้ำ ทำบ่อยของเขา แล้วเราก็เอาลอกความคิดแบบสำเร็จรูปมาใช้ต่อ เป็นการไม่ต้องคิดใหม่ซ้ำ   อีกตัวอย่างของ การพยายามเรียนรู้พัฒนาของน้องคนนี้คือ การพยายามเชื่อมโยงระบบไฟล์ ในหน่วยงานปกติเราก็ใช้ระบบเครือข่ายอยู่แล้ว  ระบบงานของหน่วยงานดิฉันจะมีงานพิมพ์อยู่ตรงกลาง เราสามารถใช้บริการส่งงานพิมพ์ได้ แต่จะพบปัญหามากในการส่งงานแล้วต้องมีการแก้ไขนิด นิดหน่อยๆ  บางครั้งแก้เองก็จะสะดวกกว่า หรือหากคนพิมพ์ ติดประชุม ลาป่วย ลากิจ เราก็ไม่ต้องรอที่จะต้องให้เขากลับมาทำงานก่อนจึงจะแก้งานฉบับนั้นได้  น้องคนนี้ก็จัดแจงเรียนรู้ที่จะให้ พวกเราสามารถดึงไฟท์ที่อยู่ในเครื่องของเขามาแก้ที่เครื่องที่โต๊ะเราได้จนสำเร็จ ไม่วายที่น้องคนนี้จะมาถามดิฉันว่าเขาทำนอกเหนือหน้าที่หรือเปล่า ดิฉันรู้สึกสงสารเขาจริงๆ ที่ทำความดีก็ต้องแอบทำ แอบบอกแอบสอนกัน บรรยากาศเช่นนี้ยังมีอยู่ทั่วไปในองค์กรยุค 2006   คนไม่กล้าคิดนอกกรอบเพราะโดนกำแพงบางอย่างกั้นไว้  คิดออกแล้วยังไม่มั่นใจว่าจะบอกใครดี ทำนอกเหนือหน้าที่หรือเปล่า  ที่เล่าเป็นการตั้งใจสะท้อนว่า   การมีฐานความรู้ หรือมีความรู้จนล้นเต็มฐานไปหมด ก็ไม่สำคัญเท่าการสร้างบรรยากาศส่งเสริมคนคิดพัฒนา ส่งเสริมคนการถ่ายทอดความรู้ออกจากตัวเอง และให้คนเข้ามาเรียนรู้ ความรู้ที่มีอยู่มากที่สุด   ลองจิตนาการดูว่า  ถ้าเราซึ่งเป็นคน คนหนึ่งในองค์กร เราสามารถเข้าถึงความรู้ได้ง่าย  เรามีประสบการณ์ทำงานน้อยแต่สามารถเรียนรู้ได้อย่างง่ายๆ รวดเร็วจากคนรุ่นก่อน หรือจากคลังความรู้ที่มีอยู่ คิดอะไร ติดอะไร ก็มีคนเข้ามาเป็นตัวช่วยซะทุกทีไป คนรอบข้างมีวินัยในการถ่ายทอดความรู้ออกจากตัวเอง  มีแหล่งเรียนรู้  เรื่องงานของตัวเอง บรรยากาศการแบ่งปันเกิดขึ้นจนเป็นปกติ  สวรรค์ของการทำงานชัด องค์กรก็ได้กำไรแบบเห็นๆ.