GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

KM อยู่ที่ไหนขององค์กร

ทุกลมหายใจของการทำงาน
“KM อยู่ที่ไหนขององค์กร”
ดิฉันเคยคิดเสมอ  ทำไมคนคนนั้นเก่งจัง ทำยังไงเราถึงจะเก่งแบบเขาได้ คิดได้และพูดแบบนั้นได้ ถ้าหมายความตามการจัดการความรู้  อาจพูดใหม่ว่าทำยังไง เราจะเข้าถึง ความรู้ฝังลึกของเขาได้
  ความรู้ในการทำงาน เป็นยังไง”   ดิฉันวนเวียนถามตัวเองเสมอๆ เมื่อเกิดความตั้งใจจะถ่ายทอด บอกเล่าสิ่งที่ตัวเองรู้ สิ่งที่ตัวเองทำสำเร็จ จากการทำงาน  คิดว่ามันคือ ขั้นตอนในการทำงานของเรา   การตั้งคำถามว่าทำไมจึงทำเช่นนั้นทำไมเราเลือกการทำงานโดยวิธีนี้ เป็นวิธีที่ดีที่สุดหรือเปล่า กรณีศึกษาต่างๆ บทเรียนที่เคยได้รับ ความรู้ในการทำโครงการ การจัดทำรายงาน เขียนขั้นตอน เขียนปัญหาอุปสรรคและเขียนสิ่งที่พบ เป็นความรู้จากการทำงานทั้งนั้น หากคนทำงานคิดได้อย่างนี้แล้วก็จะตอบได้ว่า KM อยู่ที่ไหนขององค์ อยู่ในทุกลมหายใจของการทำงาน ในยุคนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  การทำงานแบบไม่สนใจผู้อื่น ไม่เหลียวมองมุมที่แตกต่าง เริ่มต้นทำทุกอย่างใหม่ทุกเรื่องทำให้สิ้นเปลือง  ดิฉันได้ประสบการณ์จากการทำสลิปติดวาระการประชุมจากน้องธุรการ ที่สวยงามถูกใจมาก สะดวกโดยไม่ต้องคิดใหม่ ขอยืมไฟล์ ใช้กันทั้งจนเป็นมาตรฐานเอกสารประชุม ในความเชี่ยวชาญในงานเขาสามารถคิดค้นวิธี ตามความชำนาญตามการทำซ้ำ ทำบ่อยของเขา แล้วเราก็เอาลอกความคิดแบบสำเร็จรูปมาใช้ต่อ เป็นการไม่ต้องคิดใหม่ซ้ำ   อีกตัวอย่างของ การพยายามเรียนรู้พัฒนาของน้องคนนี้คือ การพยายามเชื่อมโยงระบบไฟล์ ในหน่วยงานปกติเราก็ใช้ระบบเครือข่ายอยู่แล้ว  ระบบงานของหน่วยงานดิฉันจะมีงานพิมพ์อยู่ตรงกลาง เราสามารถใช้บริการส่งงานพิมพ์ได้ แต่จะพบปัญหามากในการส่งงานแล้วต้องมีการแก้ไขนิด นิดหน่อยๆ  บางครั้งแก้เองก็จะสะดวกกว่า หรือหากคนพิมพ์ ติดประชุม ลาป่วย ลากิจ เราก็ไม่ต้องรอที่จะต้องให้เขากลับมาทำงานก่อนจึงจะแก้งานฉบับนั้นได้  น้องคนนี้ก็จัดแจงเรียนรู้ที่จะให้ พวกเราสามารถดึงไฟท์ที่อยู่ในเครื่องของเขามาแก้ที่เครื่องที่โต๊ะเราได้จนสำเร็จ ไม่วายที่น้องคนนี้จะมาถามดิฉันว่าเขาทำนอกเหนือหน้าที่หรือเปล่า ดิฉันรู้สึกสงสารเขาจริงๆ ที่ทำความดีก็ต้องแอบทำ แอบบอกแอบสอนกัน บรรยากาศเช่นนี้ยังมีอยู่ทั่วไปในองค์กรยุค 2006   คนไม่กล้าคิดนอกกรอบเพราะโดนกำแพงบางอย่างกั้นไว้  คิดออกแล้วยังไม่มั่นใจว่าจะบอกใครดี ทำนอกเหนือหน้าที่หรือเปล่า  ที่เล่าเป็นการตั้งใจสะท้อนว่า   การมีฐานความรู้ หรือมีความรู้จนล้นเต็มฐานไปหมด ก็ไม่สำคัญเท่าการสร้างบรรยากาศส่งเสริมคนคิดพัฒนา ส่งเสริมคนการถ่ายทอดความรู้ออกจากตัวเอง  และให้คนเข้ามาเรียนรู้ ความรู้ที่มีอยู่มากที่สุด    ลองจิตนาการดูว่า  ถ้าเราซึ่งเป็นคน คนหนึ่งในองค์กร เราสามารถเข้าถึงความรู้ได้ง่าย  เรามีประสบการณ์ทำงานน้อยแต่สามารถเรียนรู้ได้อย่างง่ายๆ รวดเร็วจากคนรุ่นก่อน หรือจากคลังความรู้ที่มีอยู่ คิดอะไร ติดอะไร ก็มีคนเข้ามาเป็นตัวช่วยซะทุกทีไป คนรอบข้างมีวินัยในการถ่ายทอดความรู้ออกจากตัวเอง  มีแหล่งเรียนรู้  เรื่องงานของตัวเอง บรรยากาศการแบ่งปันเกิดขึ้นจนเป็นปกติ  สวรรค์ของการทำงานชัด องค์กรก็ได้กำไรแบบเห็นๆ.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 24084
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

ในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับงานของคุณ pam นี้ "น้อง"คนนั้นน่าจะเป็นคุณกิจที่น่าส่งเสริมสนับสนุนนะคะ เราคงต้องสร้างหรือพยายามทำตัวเองเป็นคุณอำนวยให้กับคุณกิจเหล่านี้ แล้วพยายามสร้างสัมพันธภาพต่อยอดขึ้นไปให้ถึงผู้เป็น CKO ในส่วนงานนั้นๆ เพื่อจะให้ความรู้ฝังลึกที่มีเต็มฐาน แบบที่คุณ pam ว่าได้มีการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะเป็นการให้คุณค่าทั้งกับตัวคุณกิจเอง และส่งเสริมพัฒนาองค์กรต่อไปค่ะ

เอาใจช่วยให้เป็นคุณอำนวยยอดเยี่ยมในอนาคตอันใกล้นี้นะคะ หลังจากที่เป็นคุณประสานยอดเยี่ยมมาแล้วจากงาน UKM ที่ผ่านมา 

ทำ km แล้วทุกคนจะได้เก่งเหมือนกันหมดทุกคน งานก็จะสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะได้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวได้เร็วขึ้น และไม่เครียดคะ ไม่ต้องเอางานไปทำที่บ้าน อะไรทำนองนี้คะ :)
แล้วเขียน blog ที่บ้านได้มั๊ยคะ อาจารย์

ฮา ฮา เขียนบล็อกที่บ้านน่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนใน Gotoknow.org ทำอยู่บ่อยๆ มั่งคะพี่จิ๊บ เขียนอะไรก็ได้ อิสระ เขียนแล้วจะเห็นประโยชน์ เขียนแล้วจะสามารถนำไปเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการทำงาน แล้วความรู้ก็จะฝังอยู่ในบล็อกของเขาเองอัตโนมัติ พี่จิ๊บคิดอย่างนี้ไหมคะ :)

ความรู้ไม่ได้ฝังในบล็อก ค่ะ มีสิ่งที่เขียนอยู่ใน บล๊อก ความรู้ได้ถูกพยายามเค้นออกมาจาก"หัวเรา" เพื่อการส่งต่อให้คนอื่นนำไปปรับใช้  สิ่งที่เกิดจากการเขียนคือ การพยายามจัดลำดับการเล่า การพัฒนาการใช้ภาษา เมื่อเราเขียน blog แล้ว เราก็จะพยายามเขียนอีก เพราะเราคิดว่าการเขียนของเรา จะทำให้คนอื่น เอาไปต่อยอดได้ ยิ่งมีคนเข้ามาให้ความเห็นเราจะสนุกกับการเค้นเอา Tacit ของเราที่มันสะเปะ สะปะ อยู่ มาเขียนให้คนอื่นเห็นมุมคิดของเรา และช่วยกันมองต่างมุม คิดร่วมคิดต่าง ตามแต่จะสะท้อน ย้อนกลับ ให้เราได้คิดใหม่ คิดเพิ่ม อีกอย่างหนึ่งคือการได้ติดตามแฟนเพลง....ที่เราชอบอ่านของเขา ทำให้มีความสุขค่ะ ..... สงกรานต์ปีนี้ เปียกน้ำแล้วยังคะ. 

ใช่แล้วคะ ไม่ใช่ฝังไว้ (แถมโบกปูนทับ :)) เราเขียนกันไว้ให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ แล้วก็นำไปใช้งาน ใช้ได้ดีไม่ดีอย่างไร ก็นำกลับเข้ามาบอกเล่ากันต่อนะคะ