ไปทำบุญวันมาฆบูชา52ที่วัดพิกุล หมู่ 3 ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร
วันนี้เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา ที่เวียนมาบรรจบกันอีกวาระหนึ่งในปี2552นี้ คือ วันมาฆบูชา ผมได้ไปร่วมทำบุญ ที่วัดพิกุล หมู่ 3 ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งวันมาฆบูชา ก็หมายถึง การบูชาพระในวันเพ็ญเดือน 3 ซึ่งปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2552 วันมาฆบูชา ที่เรียกกันอีกอย่างหนึ่งก็คือ วันจาตุรงคสันนิบาต แปลว่า วันประชุมอันประกอบไปด้วยองค์ 4 เพราะมีเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 ประการนั่นเองครับ

สำหรับองค์ 4 ประการที่พุทธสาสนิกชนควรจะจดจำประกอบด้วยดังนี้
1.เป็นวันที่พระสงฆ์อรหันตสาวก 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
2.ภิกษุที่มาประชุม ล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือ ผู้ที่พระพุทธเจ้าบวชให้
3. พระสงฆ์ที่มาประชุมกันนั้น ล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ทั้งนั้น
4. วันที่มาประชุมกัน เป็นวันพระขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3
เมื่อประกอบด้วยเหตุ 4 ประการนี้ พระพุทธจ้าจึงได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ เพื่อให้พระสงฆ์นำไปประกาศพระศาสนาต่อไป
โอวาทปาติโมกข์ หรือหัวใจพระพุทธศาสนาเป็นทั้งอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้ทุกสังคม
อุดมการณ์ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ คือ ความอดทน คือความอดกลั้นต่ออำนาจกิเลสไว้ได้ เป็นตบะธรรม เครื่องแผดเผาความชั่วได้อย่างยอดเยี่ยม โดยท่านผู้รู้ทั้งหลายกล่าวว่านิพพาน เป็นธรรมอันยอดเยี่ยม นักบวชที่ปกติไม่ฆ่า ไม่ทำร้ายผู้อื่น สมณะย่อมไม่เบียดเบียนผู้อื่นเช่นกัน ซึ่งมีวิธการอยู่ 6 ประการคือ1.ไม่ว่าร้ายผู้อื่น 2. ไม่เบียดเบียนผู้อื่น 3. สำรวมระวังในศีล 4. รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร 5. ยินดีพอใจที่อยู่อาศัยอันสงบ 6. ประกอบความเพียรในการทำจิตให้สงบ
สำหรับหลักการ 3 ประการคือ 1.ไม่กระทำบาปหรือความชั่วทุกอย่าง 2. ทำความดีให้เกิดขึ้นหรือทำความดีให้ถึงพร้อม 3. ชำระจิตของตนให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ปราศจากกิเลส เรื่องเศร้าหมอง พุทธศาสนิกชน เมื่อได้นำหลักการทั้ง 3 ประการนี้มาพิจารณาด้วยปัญญาแล้ว พึงประพฤติปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอ เป็นการทำความดีด้วยการปฏิบัติบูชา ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงยกย่องสรรเสริญว่า เป็นการบูชาพระองค์อย่างสูงสุดกว่าการบูชาประการอื่น


พี่น้องชาวบ้านร่วมกันจัดเตรียมอาหารคาวและหวาน

นำอาหารคาวและหวานถวายพระพร้อมรับศีล

พี่น้องชาวบ้านตั้งอกตั้งใจทำบุญฟังพระในทางพิธีพุทธศาสนา
เมื่อโอกาสวันสำคัญเช่นนี้เวียนมาถึง ชาวพุทธทั้งหลายควรตั้งใจบำเพ็ญทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ซึ่งเป็นหลักของการบำเพ็ญความดีในทางพุทธศาสนา เช่นตอนเช้าทำบุญใส่บาตร ให้ทางแก่ผู้ด้อยโอกาส ตอนเย็นก็พากันไปเวียนเทียนที่วัดหรือศาสนสถานที่สำคัญ เจริญจิตตภาวนา
อีกประการหนึ่งของวันสำคัญเช่นนี้ยังเป็นเหตุให้น้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้า 9 ประการ คือ 1.พระองค์เป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ 2. เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ 3. เป็นผู้เสด็จไปดี 4. เป็นผู้รู้แจ้งโลก 5. เป็นผู้ฝึกผู้ที่ควรฝึก 6. ไม่มีใครยอดเยี่ยมกว่า 7. เป็นผู้ตื่นแล้ว 8. เป็นผู้เบิกบานแล้ว 9. เป็นผู้มีโชค
การสร้างความดีที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องนั้น ไม่ควรสร้างบนความทุกข์ความเดือดร้อนของผู้อื่น แต่ควรสร้างความดีด้วยหวังผลที่จะให้ผู้อื่นได้รับความดี มีความสุขกาย สบายใจ
แต่กระผมขอเชิญชวนพุทธสนิกชน และพี่น้องชาวไทย ทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะข้าราชการ ควรจะทำบุญกุศล ไม่ควรจะทำเฉพาะวันสำคัญเช่นนี้เท่านั้น ถ้าสามรถทำได้ตลอดเวลา ตลอดชีวิต ก็จะยิ่งดีอย่างสูงสุด เพื่อที่จะให้มีชีวิตที่ได้รับความสุขกาย สบายใจ ทั้งในปัจจุบันและในชาติภพต่อไป นะครับ
สาธุ ๆ ๆ
- สวัสดีครับพี่
- เห็นภาพแล้วอยากไปทำบุญ (ไม่ได้เข้าวัดมานานมากแล้ว)
- ขอ "สาธุ" ด้วยคนครับ