ผมหวนกลับมาคิดเรื่องชีวิตของนักวิชาการไทย ว่าที่จริงๆ แล้วเรามีโอกาสสร้างความรู้ในระดับสร้างทฤษฎีใหม่ จากสภาพเศรษฐกิจและสังคมของเรา แต่เราได้ละโอกาสนั้น หรือไม่รู้จักใช้โอกาสในการสร้างสรรค์วิชาการนั้น เพราะเรายึดมั่นถือมั่นกับความรู้ที่เราเล่าเรียนมาจากโลกตะวันตก แต่ในขณะที่เรามัวเมาอยู่กับการยึดมั่นถือมั่นนั้น ทางตะวันตกเขาก็มีการท้าทายความรู้เดิน สร้างความรู้ใหม่ ทีละเล็กละน้อย จนถึงจุดหนึ่ง ก็เกิดความรู้ชุดใหม่ในระดับเปลี่ยนกระบวนทัศน์

ชีวิตที่พอเพียง  : 685. เรียนรู้ทุโภชนาการกระบวนทัศน์ใหม่

 

 

บ่ายวันที่ ๒๙ ม.ค. ๕๒ ผมไปเข้าฟัง PMA Conference 2009 ห้องย่อยการเกษตรและโภชนาการ    ได้เรียนรู้ว่ากระบวนทัศน์ด้านความรู้เกี่ยวกับเรื่องทุพโภชนาการ (malnutrition) เปลี่ยนไปอย่างมากมาย

 

สมัยผมจบแพทย์ใหม่ๆ จนถึงเมื่อเร็วๆ นี้    เมื่อพูดถึงทุพโภชนาการ เราหมายถึงขาดอาหาร    แต่เวลานี้ความหมายกว้างออกไป    รวมสภาพที่มีความบกพร่องทางโภชนาการทุกด้าน    รวมทั้งโภชนาการเกิน ทำให้เกิดโรคอ้วน    รวมภาวะขาดสารอาหารที่ร่างกายต้องการเพียงปริมาณน้อย     และความผิดปรกติของโภชนาการอื่นๆ อีกมากมาย  

 

ทำให้ผมหวนกลับมาคิดเรื่องชีวิตของนักวิชาการไทย    ว่าที่จริงๆ แล้วเรามีโอกาสสร้างความรู้ในระดับสร้างทฤษฎีใหม่ จากสภาพเศรษฐกิจและสังคมของเรา     แต่เราได้ละโอกาสนั้น  หรือไม่รู้จักใช้โอกาสในการสร้างสรรค์วิชาการนั้น    เพราะเรายึดมั่นถือมั่นกับความรู้ที่เราเล่าเรียนมาจากโลกตะวันตก    แต่ในขณะที่เรามัวเมาอยู่กับการยึดมั่นถือมั่นนั้น ทางตะวันตกเขาก็มีการท้าทายความรู้เดิน สร้างความรู้ใหม่ ทีละเล็กละน้อย จนถึงจุดหนึ่ง ก็เกิดความรู้ชุดใหม่ในระดับเปลี่ยนกระบวนทัศน์

 

เมื่อไรหนอ นักวิชาการไทยส่วนใหญ่จึงจะเป็นนักท้าทายความรู้เดิม

 

ซึ่งจะนำไปสู่สังคมวิชาการที่มีการสร้างความรู้ใหม่อย่างสนุกสนาน    และเกิดประโยชน์ต่อสังคม และมนุษยชาติ

 

วิจารณ์ พานิช

๓๑ ม.ค. ๕๒