นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
วันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปงานฌาปนกิจศพคุณแม่ท่านหนึ่ง คนเยอะมาก ผมได้รับหนังสือเล่มหนึ่งเป็นที่ระลึก ชื่อ "สร้างความสุขร่วมยุคสมัย" เป็นปาฐกถาธรรมของพระครูปลัดศีลวัฒน์ (สง่า สุภโร) ท่านขึ้นต้นปาฐกถาด้วยคำกลอน แค่เห็นก็ยิ้มแล้ว กลอนมีดังนี้ครับ
ยิ้มเถิดนะหัวใจอย่าได้บึ้ง
ยิ้มให้ซึ้งตรึงใจใบหน้าหวาน
ยิ้มเถิดนะยิ้มสู้หมู่ภัยพาล
ยิ้มชื่นบานซึ้งจิตชวนติดใจ
เดี๋ยวนี้เรายิ้มไม่ค่อยออก ไม่แจ่มใส แม้แต่ ABAC โพลยังบอกว่าคนไทยสุขลดลง ผลสำรวจเดือนมกราคม 2552 อยู่ที่ 6.59 เต็ม 10 พระครูปลัดศีลวัฒน์ท่านบอกว่า ที่เรามีความสุขน้อยเพราะเราไม่เข้าใจตัวความสุขที่แท้จริง ความสุขในพระพุทธศาสนามี 2 ระดับ
1. สามิสสุข เป็นความสุขอิงอามิส คือ กามคุณ 5 มี รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส มีวัตถุเป็นเครื่องล่อใจให้ติด เป็นเหตุแห่งความเพลิดเพลิน สนุกสนาน ปรารถนายิ่งๆ ขึ้นไป ที่อาศัยผัสสะทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ หรือเรียกว่าได้รับรสอร่อยทางตา คือมีรูปที่สวยๆ งามๆ เป็นต้น
กามคุณเหล่านี้ เพราะเราขาดสติปัญญา เราจึงมีความต้องการมากขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด ความสุขที่ได้รับผ่านทางวัตถุเป็นเพียงแค่มาสนองความอร่อยทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ความสุขเหล่านี้มาสนองส่วนที่เรียกว่า "ส่วนเกิน" หลงส่วนเกินจนเป็นทาสและเราก็ได้รับทุกข์ทรมานจากส่วนเกิน อย่างน้อย 3 เรื่อง
กิน กินจนติด ติดเหมือนปลาติดเบ็ด คือไม่ได้กินแต่เหยื่อเท่านั้น แต่กินเบ็ดเข้าไปด้วย
กาม ได้แก่ วัตถุกาม วัตถุเป็นเหตุใคร่ และกิเลสเป็นเหตุใคร่ มีความกำหนัด มีโลภะ โมหะ โทสะ ไม่มีความพอใจแม้กระทั่งชีวิตของตนเอง ปัญหาความยุ่งยากสับสนและความทุกข์ก็ตามมา
เกียรติ ถือศักดิ์ศรี ถือความมี-ความจน ถือความรู้-ความไม่รู้ ความเก่ง-ไม่เก่ง เกียรติทำให้เราไม่สามารถรับความดีงามของความเป็นมนุษย์ ไม่สามารถอยู่ร่วมกันฉันท์มิตร เพราะตัวเกียรติมาขวางกั้น
2. นิรามิสสุข ความสุขที่ไม่อิงอามิส ไม่อิงอาศัยวัตถุแต่อาศัยธรรม ขอเสนอ 3 ประการ คือ
ไม่เบิยดเบียนกันเป็นสุข มีชีวิตอยู่อย่างเกื้อกูลกัน มีความเห็นอกเห็นใจกัน เอาใจเขามาใส่ใจเรา
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก มีเมตตาในหัวใจ เมื่อมีเมตตาเรามีสุข จะหลับก็เป็นสุข จะตื่นก็เป็นสุข
นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง เป็นความสุขที่เราต้องถือเป็นเป้าหมายของชีวิต เป็นความสุขที่ปราศจากกิเลส ตัณหา อุปาทาน เป็นความสุขที่เกิดจากความสงบ
ขอให้สมาชิก GTK จงพบความสุขที่เกษมนี้ทุกท่าน......เทอญ
สาธุ
สวัสดีครับคุณเปลวเทียน
ขอบพระคุณมากครับอ่านแล้วสุขขึ้นทันที :)
แม้ยังติดความสุขปลอมๆนั้นอยู่แต่ก็จะรู้ทันมันตลอดครับ
คุณศรีกมล คุณ tuk-a-toon และคุณ adayday ครับ
ขอบคุณที่มีรอยยิ้มให้ครับ งานนี้ต้องกราบขอบพระคุณพระครูปลัดศีลวัฒน์ (สง่า สุภโร) ท่านครับ คำว่า "ส่วนเกิน" ไม่มีดีสักอย่าง.......แต่..อ้อ..มีดีอย่างเดียวเพลง ส่วนเกิน ของ รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส นะครับ เพลงส่วนเกินรุ่นหลังผมฟังไม่ค่อยเพราะ คงแก่แล้วแน่ ๆ เลย
ขอบคุณทั้งสามท่านครับ
นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง คงจะจริงค่ะ เพราะจิตใจคงสงบมากๆเลยนะคะ เพราะถ้าจิตสงบคงเป็นสุขค่ะ ไม่อยากได้ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
วันนี้ผมมีโอกาสไปส่งพระภิกษุรูปหนึ่ง ท่านเดินไม่สวมรองเท้าจากในเมืองจะไปวัดนอกเมือง ตอนที่ผมรับท่าน ท่านเดินมาแล้วหนึ่งกิโล ยังเหลืออีกประมาณหกกิโลเมตร ท่านบอกว่าคำสอนของพระพุทธเจ้า ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ หากย่อเหลือสอง จะมีเพียง รูป และ นาม หากย่อเพียงหนึ่ง ก็จะได้ เพียง "ตัวเรา" หรือ "จิต"
ขออุทิศส่วนกุศลที่ผมได้ทำวันนี้ จงส่งผลให้คุณดุจดาวมีจิตใจสงบ พบนิพพานในชาตินี้
พระรูปนั้นแสดงว่าเข้าใจธรรมอย่างท่องแท้เลยนะคะ สรุปลงมาสั้นนิดเดียว เหลือแค่จิต
อาจารย์เปลวเทียนไปวัดบ่อยไหมคะ ดิฉันไม่ได้ไปเลย ทำแต่งานจริงๆเดือนหนึ่งหยุดแค่ 3-4วันเองค่ะ ทำงานๆๆๆอยู่แต่ในห้อง วันไหนหยุดก็นอนพักผ่อนเป็นส่วนมาก คิดถึงพ่อแม่หรือใครๆก็โทรหา
อ่านของอาจารย์แล้วรู้สึกว่าเหมือนได้รับรู้เรื่องราวที่อาจารย์รับรู้มาเล่าให้ฟัง รู้สึกดีค่ะ ขอบคุณนะคะอาจารย์
พูดเรื่องพระรูปนั้นต่อนะครับ ท่านครองผ้าย้อมฝาด แบบสีน้ำตาลทึมๆ ผมถามท่านว่า ทำไมจีวรท่านสีไม่เหมือนพระทั่วไป ท่านตอบผมว่า ท่านย้อมเองและส่วนใหญ่ท่านจะอยู่ป่า หากจีวรเป็นสีเหลืองสัตว์จะตกใจ อีกอย่างพระธรรมวินัยก็บอกว่าจีวรพระย้อมด้วยเปลือกไม้ ท่านย้อมเองด้วยเปลือกไม้
ผมไปวัดไม่บ่อยหรอกครับ ส่วนใหญ่ไปเพราะพาเจ้านายจากส่วนกลางไปกราบเจ้าคณะจังหวัด จะไปเองนานๆ ครั้งครับ คุณดุจดาวไม่ต้องกังวลนะครับ ที่ไม่มีโอกาสไปวัด ก็อย่างที่พระท่านว่าแหละ "จิต" ดูจิตตัวเองให้ดี รู้เท่าทันจิต การทำงานก็คือการปฏิบัติธรรม
ดีใจครับที่บล็อกนี้ได้สร้างประโยชน์ จะพยายามเขียนต่อไปครับ
พระอาจารย์องค์นั้นน่านับถือนะคะ สละทางโลกอย่างแท้จริง สมัยนี้พระที่คิดและปฏิบัติอย่างนี้คงหายากนะคะ และอาจารย์เปลวเทียนโชคดีจังค่ะได้พบท่าน จริงๆแล้วอาจารย์จิตใจดีนะคะ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใครจอดรับพระที่เดินตามทางหรอกนะคะ เค้ากลัวโดนทำร้ายเหมือนในข่าวค่ะ เพื่อนๆก็เตือนห้ามรับเลยคนเดินทาง
เขียนข้างบนแล้วซีเรียสจัง แต่อาจารย์เปลวเทียนโชคดีจริงๆนะคะ
วันนี้คงนอนแล้วค่ะง่วงจัด ขอบคุณค่ะที่ตอบและเล่าเรื่องดีๆให้อ่าน
ตอนจอดรถรับพระรูปนั้น ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องร้ายๆ เลย และอีกอย่างผมเชื่อว่าผมทำความดีมาตลอด หากจะมีเหตุร้ายเกิดกับผม ก็คงเป็นเพราะว่าผมถึงเวลาที่จะต้องชดใช้กรรมที่ทำไม่ดีไว้
ครับ พักผ่อนก็ดีครับ ร่างกายนี้เราต้องถนอมเขาไว้เพื่อรับใช้เราให้นานเท่าที่จะนานได้
สาธุ สาธุคะ คบคนมีกรรม เอ้ย!มีธรรมในหัวใจ นี่ดีนะคะ ไปกันได้ คนมีกรรมเอ้ย!คนมีธรรม บาปใหญ่แล้วหละซีนี่ ล้อเลียน คนมีธรรมในหัวใจอย่าให้ถึงตกนรกเลยนะคะ
ยิ้มเถิดนะหัวใจอย่าได้บึ้ง
ยิ้มให้ซึ้งตรึงใจใบหน้าหวาน
ยิ้มเถิดนะยิ้มสู้หมู่ภัยพาล
ยิ้มชื่นบานซึ้งจิตชวนติดใจ
มีการธรรมะ มาสอดแทรก ให้คนยิ้มอีก ยิ้มจนน้ำหมากไหลเยิ้มแล้วนี่
ทุกวันนี่พระไว้ใจไม่ได้นะคะท่าน สุเคยนั่งรถไปกลับเพื่อนๆหลายคน พระโบกมือ ขอนั่งติดรถไปด้วย พอดีนั่งหลายคน ก็ OK นั่งหน้าไป แล้วก็ส่งลงตรงที่พระอยากลง ริมถนนนั่นแหละ ก่อนจะลง มีการขอค่ารถจะไปข้างหน้า ไม่มีค่ารถ เพื่อนเลย หยิบให้คนละ 20 บาท ได้เกือบร้อยมีการต่อยอดให้อีกด้วย
แล้วก็ขับรถจากไป เราก็หันหลังกลับไปดูว่า พระท่านจะทำอย่างไรต่อ เหลียืทททาวมองดูข้างหลัง พระองค์นี้ โบกมือรถที่มาตามหลังอีกเขาก็รับขึ้นนั่งอีก(คงย่ามใจ)
เดาเลย เหตุการณ์ต้องคล้ายกันเลย พอลงจากรถ ก็คงขอบริจาคเงินค่าโดยสาร แล้วลงรถ แล้วก็จะรอโบกรถคันต่อไป
ตอนนี้ทราบว่า ต่อไปใครบวชเป็นพระ จะต้องติดบัตรประชาชนแบบพระเลย ติดหน้าอกไว้ด้วย หรือสามารถขอดูได้ จะได้รู้ว่าเป็นพระวัดไหน ดีมากเลยคะ
ยิ้มวันละนิด จิตแจ่มใสคะ น่ารักด้วยคะ
ผลงานชิ้นนี้ คงขึ้นหน้าหนึ่ง อีกแล้วคะท่าน ปู่
ผลงานชิ้นนี้ คงขึ้นหน้าหนึ่ง อีกแล้วคะท่าน ปู่
ฝีมือย่าน่านแหละ ฮิฮิ
(ตอบสั้นๆ เพราะชักจะง่วงแล้ว เพลียจากไปเชียงใหม่มาครับ)