นวัตกรรมการใช้สื่อ
การใช้นวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ประสมที่ใช้ร่วมกับวิธีการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้
การใช้สื่อนวัตกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนานวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ประสมวิชาชีววิทยา เรื่องสารพันธุกรรมที่ใช้ร่วมกับวิธีการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 2) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ประสมที่ใช้ร่วมกับวิธีการเรียนรู้ 3) แบบสืบเสาะหาความรู้ รายวิชาชีววิทยา สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม ว 40245 เรื่องสารพันธุกรรม 4) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนในรายวิชาชีววิทยา สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม ว 40245 เรื่องสารพันธุกรรม 5) เพื่อสำรวจความพึงพอใจของครูและนักเรียนหลังจากจัดกิจกรรมการเรียนโดยใช้นวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ประสมที่ใช้ร่วมกับวิธีการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้
กลุ่มตัวอย่างเป็น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ จำนวน 1 ห้องเรียน ในปีการศึกษา 2550 จำนวน 45 คนซึ่งผู้รายงานการวิจัยได้เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster sampling) จากห้องเรียนที่กลุ่มบริหารวิชาการกำหนดให้ ทดสอบความสามารถในการเรียนรู้และมีพื้นฐานในการเรียนรู้อยู่ในระดับเดียวกันตามเกณฑ์ของกลุ่มบริหารวิชาการของโรงเรียนเป็นผู้กำหนดเครื่องมือที่ใช้ได้แก่ 1) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนรายวิชาชีววิทยา สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม ว 40245 เรื่องสารพันธุกรรม 2) แบบสำรวจความพึงพอใจของครูและนักเรียนหลังการใช้สื่อการเรียนรู้ประสมที่ใช้ร่วมกับวิธีการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่าที
ผลการใช้สื่อนวัตกรรม ปรากฏว่าประสิทธิภาพของนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ประสมที่ใช้ร่วมกับวิธีการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้มีประสิทธิภาพ 80/82 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง ที่เรียนวิชาชีววิทยา สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม ว 40245 ที่เรียนโดยใช้นวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ประสมที่ใช้ร่วมกับวิธีการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้เรื่องสารพันธุกรรม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ครูและนักเรียนมีความพึงพอใจหลังการใช้นวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ประสมที่ใช้ร่วมกับวิธีการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้อยู่ในระดับมาก
โดยนางปรานี ทรัพย์ทวี ครูชำนาญการ โรงเรียนรัตนฯ