การประชุมเครือข่ายฯสัญจร  ครั้งที่ 3/2549 ในวาระทื่ 3  เรื่องสืบเนื่อง  กำลังเข้มข้น  เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาอ่านกันต่อดีกว่าค่ะว่าการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในช่วงนี้จะเป็นอย่างไร  วาระที่ 3  เรื่องสืบเนื่อง (ต่อ)
            พี่นก  ยุพิน  ถามขึ้นมาว่า  ข้อมูลที่เอาไปเข้าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทำกันแล้วหรือยัง?  ทุกวันนี้ที่มาเถียงกันเพราะยังไม่เห็นข้อมูลกลุ่มของตัวเอง
            ประธาน  กล่าวต่อไปว่า  ปัญหาทุกวันนี้  คือ  มีคนบ่น  แต่ไม่บ่นกับผมตรงๆ  ไปบ่นข้างนอก  เมื่อไม่เอามาพูดกัน  มันจึงไม่เกิดการแก้ไขปัญหา  เพราะ  ตัดสินใจกันไม่ได้  ทีนี้  ผมจะบอกว่ากลุ่มที่มีประเด็น  มีปัญหา  ต้องถามตัวเองว่า
            1.ได้ทำฐานะการเงินของกลุ่มกันหรือยัง?  เงินที่เก็บจากชาวบ้านมาได้แยกเป็นสัดส่วนหรือยัง? 
            2.มีคณะกรรมการดูแลแต่ละกองทุนหรือยัง?
            ถ้าจะเอาแต่ข้อมูลคงจะไม่ได้เรื่อง  ในแต่ละเดือนเมื่อเก็บเงินมาแล้วต้องมีการทำบัญชีให้ชัดเจนว่ารับมาเท่าไหร่  จ่ายออกไปเท่าไหร่  จากนั้นค่อยๆเอาปัญหาในแต่ละเรื่องมาคุยกัน  สมมติว่าเราจะแก้ไขปัญหาเรื่องเงิน 40% เราจะมาดูเนื้อในกันว่าที่ไม่พอเพราะอะไร  กลุ่มส่งมาที่เครือข่ายฯเป็นเงินเท่าไหร่   นำไปจัดสวัสดิการให้กับสมาชิกในชุมชนเป็นเงินเท่าไหร่  มันพอหรือไม่พอ
            ประเด็น  คือ 
            1.ส่งข้อมูลมาที่เครือข่ายฯแล้วหรือยัง?
            2.แต่ละกองทุนยังมีเงินเหลืออยู่หรือไม่?  เอาเงินไปใช้ผิดประเภทหรือเปล่า?  บางกลุ่มที่บอกว่ามีปัญหา  ปรากฎว่าเอาเงินไปใช้ผิดประเภทก็มี  เงินไม่เป็นระบบ รับเข้ามากระเป๋าซ้าย  จ่ายออกไปกระเป๋าขวา   พอไม่มีเงินก็บอกว่าเงินไม่พอ  แต่พอถามว่าไม่พอตรงไหนก็ตอบไม่ได้  เพราะ  ไม่ได้ทำรายงานฐานะการเงิน  ไม่อย่างนั้นเครือข่ายฯจะเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างไร  พวกเราจะวิเคราะห์ได้อย่างไร  มีแต่บอกว่าเงินไม่พอ  แต่ตอบไม่ได้ว่าไม่พออย่างไร  ไม่พอตรงไหน  เมื่อเก็บเงินจากชาวบ้านมาแล้ว  กลุ่มได้เอาแยกเป็นกองทุนต่างๆ  ตรงไหนที่ต้องจ่ายก็เอาไว้ที่หมวดจ่าย  ตอนนี้เราไม่เห็นว่าเมื่อเก็บเงินมาจากชาวบ้านแล้วเอาไปจ่ายอะไรบ้าง  กลับไปนี้ให้ทุกกลุ่มเอาหลักฐานมาแสดงว่าเมื่อเก็บเงินจากชาวบ้านมาแล้ว  เอาไปเป็นค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในหมวดต่างๆ  มันถึงจะไม่เกิดปัญหา  แต่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาจริงๆ  เราค่อยเอาปัญหามาคุยกันในเวทีนี้  ถ้ากลุ่มไหนมีปัญหาให้เอาเรื่องเข้ามาที่สภา  แล้วพวกเราจะช่วยกัน  ผมเชื่อว่าแก้ปัญหาคนเดียวไม่ได้  เหมือนกับผงเข้าตาก็ต้องให้คนอื่นช่วยเอาออกให้  ที่ผ่านมาที่เกิดปัญหาหมายความว่าเราจะต้องแก้ไข  แต่ก็ไม่รู้ว่าเครือข่ายฯจะช่วยแก้ไขได้อย่างไร  ดังนั้น
            1.ต้องจัดการกลุ่มตัวเอง  ถ้าเห็นส่งเงินมาที่เครือข่ายฯแล้วมีปัญหา  การมาเฉลี่ยทุกข์  เฉลี่ยสุขแล้วมีปัญหา  เราค่อยมาคุยกัน  มาร่วมกันแก้ไข
            2.ถ้าจะมาทำงานร่วมกัน  ต้องมาใช้โครงสร้างการทำงานของเครือข่ายฯ  มาใช้แผนที่ภาคสวรรค์  ก็ต้องมาพูดคุยกัน
            ขอให้ทุกกลุ่มทำตามกติกา  แต่พวกเราไม่ค่อยทำตามกติกา  ว่ากันไป  ว่ากันมา  คนที่จัดการก็ลำบากใจ  พอจะให้เงินไปถ้าเกิดความเสียหายต่อส่วนรวมก็จะเป็นปัญหากับตัวเอง  ทีนี้มันก็จะโยงไปที่เรื่องของโครงสร้าง  โครงสร้างคณะกรรมมันมาจากไหน  มันมาจากนาก่วมใต้ (กลุ่มของประธาน) ทั้งชุดหรือเปล่า  ก็ไม่ใช่  มันเป็นของกลุ่มบ้านต้า (กลุ่มของลุงคมสัน) ทั้งชุดหรือเปล่า  ก็ไม่ใช่  มันเป็นของกลุ่มแม่ทะ (กลุ่มของคุณอุทัย)   ทั้งหมดเลยหรือเปล่า  ก็ไม่ใช่  มันมาจากการเลือกกัน  นี่คือ  การเชื่อมประสานการทำงานกับกลุ่มคนที่หลากหลายให้มาทำงานร่วมกัน  ถ้ามันผ่านจุดนี้ไปได้มันก็จะทำได้  แต่ถ้าเรามาพูดกันแต่เรื่องปัญหาแล้วไม่มีทางแก้  มาว่ากันไปว่ากันมา  มันก็ไม่มีทางสิ้นสุด  แต่ถ้าจะให้แก้โดยการเอาเงินกลางมาจ่ายให้ก่อน  ผมบอกว่าให้หยุด  มันไม่ใช่ทางแก้ปัญหา  ทางแก้ไขปัญหา  คือ  ต้องเห็นเนื้อในของทุกกลุ่ม  มันโยงมาถึงเงินของเครือข่ายฯ  ทุกคนต้องแสดงเจตนารมณ์ว่าฉันเอาเงินมาแล้ว  ฉันกระจายไปตามกองทุนต่างๆ  แล้วมีคนมาดูแล  แต่ถ้าจ่ายเงินไปแล้ว  แล้วเงินไม่พอจริงๆ  เช่น  มีคนตายมาก  เป็นต้น  กรรมการเครือข่ายฯจะช่วยเหลืออย่างไร  ต้องมาช่วยกันคิด  ช่วยกันทำ มันก็จะเกิดองค์ความรู้ขึ้นมา  แต่วันนี้มาโทษใคร  โทษเครือข่ายฯ  ก็คือ  โทษพวกเราเอง  เพราะ  เราคือเครือข่ายฯ   การมานั่งประชุมกันนี้คือเครือข่ายฯ   ไม่ใช่ผม  เพราะ  ผมได้กระจายออกไปหมดแล้ว  เงินไม่ได้อยู่กับผมแม้แต่สลึงเดียว   การจัดการ  คือ  ลุงคมสันดูแลกองทุนกลาง  คุณอุทัยดูแลกองทุนสวัสดิการคนทำงาน  อ.วรรณพร  รับผิดชอบกองทุนร่วม  ตอนนี้กระจายออกไปหมดแล้ว  แต่ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบ  ต้องรับผิดชอบตัวเอง  เราจะต้องรู้ว่า  เราจะทำอย่างไร  เอาเงินเข้าช่องไหน  กติกาเป็นอย่างไร  แต่ถ้าเรายังโยนความผิดกันไปมา  ว่ากันไปว่ากันมา  โดยที่ไม่หาทางแก้ไข  ปัญหาก็จะไม่คลี่คลาย
            ประธานยังพูดไม่ทันจบ  อ.ธวัช  ได้ยกมือและพูดขึ้นมาว่า  ผมได้เสนอปัญหาไปแล้วว่าเป็นอย่างไร  พร้อมกับหารือแนวทางแก้ไขด้วย  อย่างเมื่อกี้นี้  ผมได้เสนอปัญหาและทางแก้ไปแล้วข้อหนึ่ง แต่ประธานบอกให้หยุด   ผมกำลังจะเสนอข้อที่สอง  ข้อที่สามว่าเป็นอย่างไร  แล้วจะแก้ไขอย่างไร  แต่ประธานสกัดกั้นความคิดของผม  ดังนั้น  ผมคงไม่เสนอข้อที่สอง  ข้อที่สามแล้ว
            ดาบไพศาล  กล่าวขึ้นมาว่า  ผมขอเสริมของ อ.ธวัช นะครับว่า  เมื่อก่อนเราต่างคนต่างอยู่  ต่างคนต่างทำ  แต่ละคนรู้จักตัวตนของตัวเอง  แต่ไม่รู้ตัวตนของเพื่อนที่อยู่เครือข่ายฯเดียวกัน  มันมีอะไร  เราไม่รู้เรื่องกันเลย  อย่างเรื่องบัญชี  แต่ก่อนต่างคนต่างทำในกลุ่มของตัวเอง   แต่ตอนนี้เราเอาโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาจับ  แกะออกมาเป็นอย่างๆ  ทำให้เรารู้จักตัวเอง  และรู้จักกลุ่มอื่นๆด้วย  กดคอมพิวเตอร์ออกมาก็รู้แล้ว  มันเริ่มเข้าระบบแล้ว  ต่อไปคงไม่ต้องมานั่งเถียงกันแล้ว  ถ้าใครเถียง  เราก็เอาข้อมูลมาคุยกัน  คงจะดีขึ้น  ตอนนี้ใกล้เที่ยงแล้ว  ต่างคนต่างหิว  คงไม่มีปัญญาที่จะเอามาคุยกัน 
            จริงๆอย่างที่ดาบไพศาลพูดค่ะว่า ใกล้เที่ยงแล้ว  ผู้วิจัยกับอาจารย์พิมพ์ก็หิวแล้วด้วยค่ะ  ถ้าอย่างนั้นผู้วิจัยขอจบการเล่าแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ  แล้วพบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้ค่ะ