ผมเป็นหัวหน้าที่ดีแค่ไหนกัน

วันนี้เป็นวันแรกที่ผมต้องเข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตรสมรรถนะหลัก  (Core  Competency) ของผู้บริหารสายสนับสนุนในมหาวิทยาลัย ฯ   หรือเรียกรวมๆ ให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การพัฒนาสมรรถนะหัวหน้างาน นั่นเอง  โดยเริ่มจากวันที่  4  กุมภาพันธ์  -  31  มีนาคม  2552  

 

โครงการดังกล่าวนี้  มีผู้สนใจอยากเข้าร่วมจำนวนมาก 
แต่ด้วยข้อจำกัดรุ่นละ  
40  คน  จึงทำให้หลายคนยังต้องเข้าคิวร้องเพลงรอกันไปอีกยกใหญ่ ๆ  โดยก่อนหน้านี้  แต่ละหน่วยงานจะส่งชื่อบุคลากรในสังกัดไปยังกองแผนงาน  เพื่อให้กองแผนงาน  ทำการคัดกรอง หรือพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าสู่กระบวนการดังกล่าว

 

ครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ผมหลุดโผเข้ามาได้  (หลังจากเคยหลุดโผมาแล้วถึง 2 ครั้ง)

แต่ก็ไม่รู้ว่าโชคดี หรือโชคร้ายกันแน่  เพราะเพียงวันแรกที่เข้าสู่กระบวนการนั้น  ผมซึ่งอาวุโสไม่มากนัก กลับได้รับเลือกให้เป็นประธานรุ่นนี้ไปโดยปริยาย  - ราวกับมีการล็อกโหวตอย่างไงยังงั้นเลยทีเดียว

 

 

ภายหลังจากพิธีเปิดอย่างเรียบง่าย โดย ผศ.ดร.ศุภชัย สมัปปิโต  ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี  ท่านก็บรรยายพิเศษอย่างกระชับๆ  ซึ่งหลายต่อเรื่องล้วนสะท้อนถึงสภาวะของมหาวิทยาลัยอย่างน่าสนใจ  โดยเฉพาะสภาพปัญหาที่มหาวิทยาลัยกำลังเผชิญหน้าอยู่อย่างหนักหน่วง  อันประกอบด้วยเรื่อง  การเงิน  พัสดุและการก่อสร้าง

 

นอกจากนี้  ท่านยังย้ำให้บุคลากรสายสนับสนุนได้กระตือรือร้นที่จะพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งด้วยวิธีการต่างๆ  เช่นการเป็นวิทยากรข้ามสถาบัน  การเขียนบทความและงานวิจัยส่งตีพิมพ์ในวารสารต่างๆ  รวมถึงการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานต่างมหาวิทยาลัย  และที่สำคัญที่สุดที่ท่านไม่อยากให้ทุกคนละเลย หรือมองข้ามไปเลยก็คือ  การผสานใจสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ร้อยรัดไปด้วยมิตรภาพของการทำงาน  มิใช่ชิงดีชิงเด่นและเฝ้าจ้องจับผิดกันและกัน  จนไม่เป็นอันต้องทำงานเลยในแต่ละวัน   

 

เสร็จจากนั้น  ก็ถึงห้วงสำคัญของการฝึกอบรม  โดยมี อาจารย์ ดร.วิทยา  จันทร์ศิริ  จากคณะศึกษาศาสตร์  มาเป็นวิทยากรนำเข้าสู่บทเรียนในเรื่อง สมรรถนะ  อย่างจริงๆ จังๆ ...

 

 

โดยส่วนตัวแล้ว  ผมชื่นชอบกระบวนการฝึกอบรมของท่านอาจารย์วิทยาฯ เป็นอย่างมาก  เป็นการนำเสนอสาระที่เป็นวิชาการแบบไม่แห้งแล้ง  มีเกร็ดความรู้จากโลกและชีวิตมาแทรกเสริมเติมเต็มอย่างไม่รู้เบื่อ  มีจังหวะจะโคนที่ชวนคิดชวนฟังเป็นที่สุด  จากเคยง่วงก็พลอยตาสว่าง สดใสแช่มชื่นอย่างเห็นได้ชัด  และในทุกๆ ประเด็นที่ท่านนำเสนอนั้น  ท่านก็ไม่หลงลืมที่จะเปิดโอกาสให้เราได้ร่วมคิดและเสนอแนะ  - 

 

ซึ่งเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง สมรรถนะหลัก  ของผู้บริหารสายสนับสนุนนั้น  อาจารย์ ดร.วิทยา  จันทร์ศิริ  ได้เสนอกรอบแนวคิดอันเป็นหลักสูตรครั้งนี้  5  ประเด็นหลัก  อันได้แก่  สมรรถนะด้านการทำงานเป็นทีม  (Teamwork)  สมรรถนะด้านการวางแผนและการจัดการ  (Planning and  Management)  สมรรถนะด้านการเป็นผู้นำ  (Leadership)  สมรรถนะด้านการคิดริเริ่มสร้างสรรค์  (Creative Thinking)  และสมรรถนะด้านจริยธรรม  (Ethics) 

 

 

สำหรับการบรรยายในประเด็นสมรรถนะทั้ง 5 ด้านนั้น  นอกจากผลึกความรู้ที่ท่านสังเคราะห์มาเองแล้ว   ท่านยังนำเอาทัศนะของใครอีกหลายคนมาเติมเต็มในประเด็นต่างๆ  ได้อย่างลงตัว  ช่วยให้ผมสัมผัสได้ทั้งกระบวนการของการได้ ยิน และได้ ฟัง  อย่างออกรสออกชาติ  ได้ครบทั้งบันเทิง-เริงปัญญา  เป็นต้นว่า ....

 สมรรถนะเป็นตัวแปรที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่ควรใช้ในการทำนายผลการปฏิบัติงานของบุคคล (David C McClelland) 

-       การทดสอบความเป็นผู้นำ  คือการทำให้คำว่า ตัวเรา  กลายเป็น พวกเรา

-      ผู้นำต้องคิด พูดและทำอย่างมีวินัย  (ศ.ดร.นพ.กระแส  ชนะวงศ์)

-      ผู้นำต้องกล้าตัดสินใจ  Service Mind  และอยู่ในสถานการณ์ทุกสถานการณ์  (รศ.ดร.เทพ พงษ์พานิช)

-     คนไทยบกพร่องทางความคิด 4 อย่าง คือ ไม่คิด  คิดไม่เป็น  คิดผิด คิดแล้วไม่ทำ  (ศ.ดร.เกรียงศักดิ์  เจริญวงศ์ศักดิ์)

-     จินตนาการสำคัญกว่าความรู้  (อัลเบิร์ต  ไอสไตน์)

เพื่อนร่วมทีมอาจทำให้วิสัยทัศน์ของคุณกว้างไกล  หรือสกัดกั้นความฝันของคุณก็ได้"  (จอห์น ซี แม็กเวลล์)

รวมถึงคำสำคัญที่ควรใช้ในองค์กร  อันได้แก่

หนึ่งคำ  ที่สำคัญมากที่สุด  คือเยี่ยม
สองคำ ที่สำคัญมากที่สุด คือ  ขอบคุณ 
สามคำ  ที่สำคัญมากที่สุด คือ  แล้วแต่คุณ 
สี่คำ ที่สำคัญมากที่สุด คือคุณคิดยังไง 
ห้าคำ ที่สำคัญที่สุด คือผมภูมิใจในคุณ
ส่วนหนึ่งคำที่สำคัญน้อยที่สุด คือ ฉัน
  

และนอกจากนี้  ท่านยังนำเสนอแนวคิดของตนเองเกี่ยวกับหัวหน้าที่พึงประสงค์ไว้อย่างน่าฟัง  ซึ่งมีด้วยกัน  3  ประเด็น  ได้แก่  รู้ดี ทำดี สอนดี 


ขณะที่ผมก็ถือโอกาสแลกเปลี่ยนแนวคิดหลังโดนโยนไมค์มาอย่างเผาขนว่า หัวหน้าที่ผมต้องการนั้น ต้องประกอบด้วยคุณลักษณะที่สำคัญ 3 ประการ คือ  คิดออก-บอกได้-ไปถึง

 

นี่คือ  ส่วนหนึ่งที่ผมเก็บประเด็นมาจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้  ทุกครั้งที่วิทยากรได้ให้ความรู้ หรือทัศนะต่างๆ  นั้น  ผมยิ่งรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังเห็นตัวตนของตนเองสะท้อนผ่านออกมาจากกระจกเงาบานใหญ่  และภาพที่สะท้อนออกมานั้น  ก็ชวนให้ตนเองอดหวนคิดไม่ได้ว่า วันนี้ ผมเป็นหัวหน้าที่ดีแค่ไหนกัน ...

แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ   

ผมก็คงไม่รอให้ลูกน้องมาสะท้อนคำตอบในเรื่องนี้ให้ผมฟังเป็นแน่   
เพราะในเวทีของวันนี้ 

ผมรู้และตระหนักแล้วว่า   ผมยังต้องลงแรงพัฒนาตัวเองอีกมาก ..และมากจริงๆ